ตอบอย่างสั้นก็คือ รัฐบาลนำเงินภาษีไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทั้งการเศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคมการประชาสงเคราะห์ การป้องกันประเทศและรักษาความสงบภายในประเทศ ฯลฯ ดูกันง่าย ๆ ถนนหน้าบ้านเราสร้างขึ้นได้ก็ด้วยเงินภาษีของเรานั่นเอง แต่ถ้าจะให้รัฐดูแลเราอย่างดีเช่นในต่างประเทศนั้น เราคงจะต้องจ่ายภาษีมากกว่านี้อีกหลายเท่า
เพื่อให้รัฐสามารถดำเนินการตามหน้าที่และความรับผิดชอบที่มีอยู่ต่อประชาชน รัฐจึงจำเป็นต้องมีรายได้เป็นกอบเป็นกำซึ่งรายได้ที่สำคัญที่สุดก็ได้แก่ภาษีอากรนั่นเอง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีศุลกากร ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รายได้เหล่านี้ กระทรวงการคลังมีหน้าที่จัดเก็บเป็นส่วนใหญ่ โดยมอบหมายงานให้แก่กรมสรรพากร กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต แต่ก็ยังมีหน่วยงานอื่นทำหน้าที่เก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเป็นรายได้เข้ารัฐอยู่บ้าง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมตำรวจ ฯลฯ ทว่าจำนวนเงินไม่มากเหมือน ๓ กรมในกระทรวงการคลังดังกล่าวแล้ว
รู้อย่างนี้แล้วคุณอุบลรัตน์คงไม่ว่ากระไรถ้ารัฐจะขอหักเงินเดือนบางส่วนนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศ
การจัดเก็บภาษีอากรนั้น นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้แล้ว ยังมีวัตถุประสงค์อื่น ๆ ด้วย ดังนี้
เป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
ภาษีอากรที่รัฐได้กำหนดขึ้น เป็นเครื่องมือคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ ควบคุมและส่งเสริมธุรกิจภายในประเทศ ส่งเสริมการลงทุนจากชาวต่างชาติ โดยยกเว้นภาษีอากรเครื่องจักรและทรัพย์สินที่เป็นทุนเข้ามาจากต่างประเทศเก็บภาษีอากรสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศในอัตราที่สูงพอสมควร เพื่อให้ความคุ้มครองสินค้าอย่างเดียวกันที่ผลิตได้ในประเทศ เก็บภาษีอากรสินค้าภายในประเทศที่ส่งไปจำหน่ายต่างประเทศในอัตราที่ต่ำ เพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าของผู้ผลิตภายในประเทศสามารถแข่งขันกับสินค้าอย่างเดียวกันในต่างประเทศได้ ขณะใดที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง รัฐสามารถเก็บภาษีอากรได้สูง เพราะประชาชนมีความสามารถในการหารายได้อย่างเต็มที่ ตรงกันข้าม ถ้าเศรษฐกิจตกต่ำ รัฐเก็บภาษีอากรได้น้อยเพราะประชาชนมีความสามารถหารายได้ได้ต่ำ
เป็นเครื่องมือควบคุมการบริโภคของประชาชน
เพื่อให้ประชาชนได้เกิดความระมัดระวัง และเลือกใช้สินค้าที่เหมาะสมกับอัตภาพ สินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่มีโทษและไม่มีความจำเป็นต่อการครองชีพ รัฐควรเก็บภาษีอากรให้สูง ราคาสินค้าเหล่านี้ก็สูงตามไปด้วย ผู้บริโภคจะได้ยับยั้งชั่งใจในการเลือกใช้ตามความจำเป็น และสินค้าที่จำเป็น เช่น ยารักษาโรค นม ฯลฯ รัฐเก็บภาษีแต่น้อย เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้ซื้อบริโภคกัน โดยทั่วไปและไม่ขาดแคลน
เป็นการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ภาษีอากรเป็นกลไกอันสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจที่ตกต่ำให้สามารถฟื้นตัวโดยเร็ว และมีส่วนสนับสนุนความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ ขจัดการว่างงานของบุคคล ทั้งนี้ในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐอาจยกเว้นภาษีอากรให้แก่ผู้ประกอบการบางประเภท เพื่อให้มีเงินเหลือพอที่จะนำไปปรับปรุงขยายงาน และดำรงสภาพการประกอบการอยู่ต่อไปได้
เป็นเครื่องมือในการกระจายรายได้ของประชาชน
รัฐเก็บภาษีอากรตามความสามารถที่แต่ละคนได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากรัฐมากหรือน้อย ผู้มีรายได้มากเสียภาษีมากกว่าผู้มีรายได้ปานกลาง หรือผู้มีรายได้ต่ำอาจไม่เสียภาษีเลยก็ได้เมื่อรัฐเก็บภาษีอากรไปจากบุคคลผู้มีรายได้มาก เงินรายได้นั้นก็จะถูกนำไปใช้สอยในกิจการต่าง ๆ ที่จำเป็นของรัฐ ในอันจะส่งผลประโยชน์ถึงประชาชนโดยทั่วไป เช่น รัฐนำเงินภาษีอากรไปลงทุนสร้างงานในชนบท ทำให้ประชาชนในชนบทมีงานทำมีรายได้ มีสาธารณูปโภคสาหรับใช้สอย สร้างสถานที่ราชการ มีการจ้างแรงงานในระดับต่าง ๆ เงินก็จะหมุนเวียนเปลี่ยนมือไปสู่บุคคลเหล่านั้นในที่สุด เป็นการกระจายรายได้จากผู้มีรายได้มากไปสู่ผู้มีรายได้น้อยทางอ้อม
เป็นการสนองนโยบายของประเทศชาติ
เมื่อรัฐมีนโยบายประการใดประการหนึ่ง จะใช้มาตรการบังคับโดยเฉียบขาดไม่ได้ ก็อาจใช้ระบบภาษีอากรเพื่อตัดสิทธิและให้สิทธิเกิดขึ้นเพื่อบังคับหรือชักนำให้ผู้เสียภาษีปฏิบัติตามหรือเห็นดีเห็นชอบสนับสนุนนโยบายของรัฐ เช่น การส่งเสริมการลงทุน โดยรัฐไม่เก็บภาษีอากรที่ได้จากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ การเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร เพื่อเร่งเร้าให้ผู้มีเงินนำไปลงทุนมากกว่าฝากไว้กับธนาคาร เป็นต้น
“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”