ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น หมายถึง, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น คือ, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น ความหมาย, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0

          เครื่องถ้วยที่ผลิตในสมัยนี้ผลิตขึ้นจากเตาในอำเภอเมืองสุโขทัย และที่อำเภอศรีสัชนาลัยเฉพาะภาชนะขนาดใหญ่ เช่น ไห ได้พบว่ามีแหล่งเตาเผาร่วมสมัยกันอยู่อีก ๒ แหล่ง คือ ที่บ้านชีปะขาวหาย อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกกับที่เตาใกล้วัดพระปรางค์ บ้านชันสูตร ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
          คำว่า "สังคโลก" เป็นคำเรียกเครื่องถ้วยเฉพาะที่ผลิตที่จังหวัดสุโขทัยในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๒ การเริ่มต้นการผลิตนั้นอาจจะมีการพัฒนาภายในชุมชนมาก่อน เพราะได้พบเครื่องปั้นดินเผาพื้นเมืองทั้งที่เป็นภาชนะใช้สอยชนิดไม่เคลือบและชนิดเคลือบ เครื่องถ้วยชนิดเคลือบเนื้อดินปั้นมีลักษณะเช่นเดียวกับพวกภาชนะที่ไม่เคลือบ คือมีเนื้อดินปั้นหยาบหนาเป็นสีเทาอมม่วง และเคลือบเฉพาะด้านใน เป็นต้นว่า จาน ไห และกระเบื้องมุงหลังคา สีที่นิยมคือ สีเขียวมะกอก เครื่องถ้วยแบบนี้ส่วนใหญ่ไม่มีลาย แต่บางใบก็มีลายขูดเป็นเส้นๆ คล้ายลายหวีใต้เคลือบ
          ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ เข้าใจว่าทางสุโขทัยได้เริ่มมีการติดต่อกับจีน โดยเฉพาะจีนใต้และอันนัมหรือเวียดนาม ซึ่งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของจีนอย่างใกล้ชิด จึงน่าที่จะมีช่างจีนและช่างอันนัมได้เข้ามาค้าขายและตั้งหลักแหล่งอยู่ในบริเวณเตาเผา ทั้งที่เมืองสุโขทัยเก่าและที่ศรีสัชนาลัย จึงปรากฏว่าได้มีการพัฒนาการผลิตเครื่องถ้วยใหม่ โดยพยายามลอกเลียนแบบและลวดลายจากเครื่องถ้วยจีนในยุคนั้น พบเครื่องสังคโลกมีทั้งที่ใช้ลายขุดขูดใต้เคลือบเซลาดอนด้านในภาชนะเป็นลวดลายดอกบัว ลายดอกไม้ก้านขด ขอบริมของภาชนะผายออก มีทั้งขอบริมแบบเรียบและมีลายคดโค้งแบบลายกลีบบัว และด้านนอกตกแต่งเป็นลายกลีบบัว แบบนี้เป็นแบบที่จีนนิยมมากในสมัยราชวงศ์หยวน (พ.ศ. ๑๘๒๓-๑๙๑๑) ซึ่งผลิตที่เตาหลงฉวน มณฑลเจ้อเจียง แต่หลังจากนั้นแล้วช่างก็ได้พัฒนาเครื่องสังคโลกให้มีความงดงามตามรสนิยมของตน ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าเครื่องสังคโลกที่ผลิตในระยะหลังๆ จะมีลักษณะที่เด่นเฉพาะตน แม้ว่าจะยังมีรูปแบบของจีนให้เห็นอยู่บ้างก็ตาม แหล่งเตาเผาที่สำคัญ เช่น


เตาที่เมืองสุโขทัยเก่า

          ผลิตภัณฑ์จากแหล่งเตาเผาริมแม่น้ำโจน โดยทั่วไปจะเผาในเตากูบซึ่งแบ่งตัวเตาออกเป็น ๓ ส่วน คือ ส่วนใส่เชื้อเพลิงอยู่ส่วนนอก ตรงกลางเป็นที่ตั้งภาชนะที่เข้าเผาและส่วนท้ายเป็นปล่องไฟ โดยมีการตั้งภาชนะบนกี๋ท่อ ภาชนะส่วนบนวางซ้อนกันโดยมีกี๋งบน้ำอ้อยที่มีขา ๔-๖ ปุ่ม ดังนั้นภาชนะที่ผลิตที่นี่ส่วนใหญ่จะมีรอยปุ่มกี๋งบน้ำอ้อยปรากฏอยู่ที่ด้านในเสมอ ยกเว้นใบที่ตั้งอยู่บนสุด เนื้อดินปั้นของภาชนะที่ผลิตจากเตาเมืองสุโขทัยเก่าจะมีลักษณะหยาบสีเทา ดังนั้นก่อนที่ช่างจะตกแต่งลวดลายช่างจะใช้น้ำดินหรือสลิปเคลือบตัวภาชนะที่ขึ้นรูปแล้วเพื่อตกแต่งผิวภาชนะให้เรียบก่อน จากนั้นจึงจะเขียนลายแล้วจึงเคลือบใสทับ แล้วนำเข้าเผาด้วยอุณหภูมิประมาณ ๙๐๐-๑๐๐๐ องศาเซลเซียสลายที่นิยมเขียนเป็นลายดอกไม้อย่างคร่าวๆ ภายในวงกลมด้านในเขียนลายกลีบบัวฟันยักษ์ ซึ่งลักษณะลวดลายนี้จะคล้ายคลึงกับเครื่องถ้วยอันนัม(ญวน) ที่อยู่ร่วมยุคสมัยเดียวกันด้วย นอกจากนี้มีลายจักรภายในวงกลม และลายปลาตัวเดียวภายในวงกลม เป็นต้น รูปแบบของภาชนะมี จาน จานเล็ก และชาม


เตาที่ศรีสัชนาลัย

           ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากแหล่งเตาริมแม่น้ำยมนี้มีมากมายหลายรูปแบบตั้งแต่โอ่ง ไห ตุ่ม หม้อ พาน จาน ชาม คนโท คนทีตุ๊กตา เครื่องประดับอาคาร เช่น กระเบื้องมุงหลังคา กระเบื้องเชิงชาย ครอบอกไก่ ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ บราลี เทพนม ตลอดจนทวารบาลนอกนั้นมีพวกตุ๊กตาเสียกบาล ตุ๊กตารูปสัตว์ รูปปั้นคู่ชายหญิง เป็นต้น ซึ่งเตาเผาที่รู้จักมานานมีเตาป่ายาง และเตายักษ์
          ลักษณะเนื้อดินปั้นของเครื่องสังคโลกที่เตาศรีสัชนาลัยนี้มีคุณภาพดี เนื้อละเอียด ผลิตภัณฑ์มีฝีมือประณีตกว่าที่เตาสุโขทัย มีทั้งเคลือบสีเขียวมะกอก เขียวไข่กา (เซลาดอน) สีขาว สีน้ำตาล พื้นสีขาวเขียนลายบนเคลือบด้วยสีน้ำตาลทองหรือพื้นขาวเขียนลายใต้เคลือบสีเทาหรือดำ
         วิธีการตกแต่งลวดลายประดับมีทั้งการเขียนลายใต้เคลือบ เขียนลายบนเคลือบ เขียนลายในเคลือบ ขุดขูดให้เป็นลาย ปั้นลายติดที่ตัว
         ผลิตภัณฑ์แล้วเคลือบ และมีการใช้แม่พิมพ์ลวดลายที่นิยมมีลายดอกไม้โดยเฉพาะลายดอกบัวลายดอกไม้ก้านขด ลายปลาคาบสาหร่าย ลายสังข์แบบลายของจีน และลายแปลกอื่นๆ
         นอกจากนี้มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคลือบด้วย เช่น ไห ตุ่ม คนโท และคนที ดินเผาที่มีการทาน้ำดินหรือสลิปแล้วจะเขียนลายด้วยสีแดงเป็นลายก้านขดหรือลายวงกลมซ้อน ลักษณะของคนโทเหล่านี้คล้ายกับผลิตภัณฑ์ที่เตาเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่


เตาบ้านชีปะขาวหาย
            ชื่อเตานี้เข้าใจว่าอาจจะเลือนมาจากชื่อเดิมคือ บ้านเตาไห แล้วเลือนไปเป็นบ้านเต่าหาย ต่อมาเปลี่ยนไปเป็นบ้านชีปะขาวหาย แหล่งเตานี้อยู่ริมแม่น้ำน่าน เตาส่วนใหญ่ถูกทำลายไปเกือบหมดด้วยภัยทั้งจากธรรมชาติและมนุษย์ ผลิตภัณฑ์ที่แหล่งเตาเผานี้ส่วนใหญ่จะเป็นภาชนะเคลือบสีน้ำตาลเข้มคล้ายผลิตภัณฑ์จากเตาศรีสัชนาลัย เช่น โอ่ง ไห กระปุก นอกจากนี้ยังผลิตท่อน้ำและลูกกระสุนปืนใหญ่ด้วยทั้งนี้เพราะลักษณะเนื้อดินปั้นซึ่งมีเนื้อหยาบสีน้ำตาลอมแดงเหมือนกัน รวมทั้งเคลือบสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน
เตาวัดพระปรางค์บ้านชันสูตร
         เตานี้อยู่ใกล้บริเวณวัดพระปรางค์ที่บ้านชันสูตร ตำบลเชิงกลัดอำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี ผลิตภัณฑ์จากแหล่งนี้คือ ไหสี่หูขนาดกลาง มีขอบปากม้วนกลมใหญ่ รอบคอและไหล่นิยมประดับด้วยแนวเส้นตั้งแต่ ๓ เส้นขึ้นไป เนื้อดินปั้นหยาบสีออกแดงมีทั้งเคลือบสีน้ำตาลและไม่เคลือบ เช่นเดียวกับเตาศรีสัชนาลัยและเตาพิษณุโลก แต่รูปร่างต่างกันไปเล็กน้อยคือ มีลักษณะคล้ายไหจีน และพบตามแหล่งโบราณคดีทั่วไปที่พบเครื่องสังคโลกจากศรีสัชนาลัย
         อย่างไรก็ดีเตาเผาทั้ง ๔ แหล่งนี้เข้าใจว่าได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘เป็นอย่างช้า โดยเฉพาะที่แหล่งศรีสัชนาลัยน่าจะเริ่มมาก่อนคือ ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ก็เป็นได้ และเข้าใจว่าได้ดำเนินงานสืบต่อเรื่อยมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ในสมัยอยุธยาจึงได้เลิกไปด้วยสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัดอาจจะเกิดจากน้ำท่วมหรือภัยจากสงคราม เพราะจากการขุดค้นพบเตาเผาบางแห่งในศรีสัชนาลัย  แสดงว่าเตาเผาได้ถูกละทิ้งไปอย่างรีบเร่ง บางเตายังมีภาชนะทิ้งอยู่ภายในเตาตรงส่วนตั้งเผาโดยยังมิได้เคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์ ที่เข้าใจว่าเลิกกิจการประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๒ เพราะบางแห่งได้มีการพบเครื่องสังคโลกปะปนอยู่กับเครื่องถ้วยลายครามสมัยราชวงศ์หมิงของจีน ในรัชกาลพระเจ้าวั่นลี่ด้วย (พ.ศ. ๒๑๑๕-๒๑๖๓)

เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น หมายถึง, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น คือ, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น ความหมาย, เครื่องถ้วยสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาตอนต้น คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu