ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos), สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) หมายถึง, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) คือ, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) ความหมาย, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos)

          สัตว์ทะเลหน้าดิน (marine benthos)หมายถึง สัตว์ทะเลที่มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องทะเลโดยบางชนิดอาศัยอยู่บนพื้นดิน บางชนิดฝังตัวอยู่ในดิน ตลอดจนพวกที่หากินบนพื้นท้องทะเลพวกหลังนี้ ได้แก่ พวกปลาหน้าดิน เช่น ปลาซีกเดียว และปลาเก๋า ก็จัดว่าเป็นสัตว์ทะเลหน้าดินด้วย นอกจากปลาหน้าดินแล้ว พวกกุ้ง หอยและปู จัดเป็นสัตว์ทะเลหน้าดินที่เรารู้จักกันดีเนื่องจากเป็นสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
          สัตว์ทะเลหน้าดินมีบทบาทที่สำคัญในทะเลคือเป็นอาหารสำคัญสำหรับสัตว์น้ำชนิดอื่นและปลาหลายชนิด ความหนาแน่นของสัตว์ทะเลหน้าดินในบริเวณใดบริเวณหนึ่งในทะเลเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์สำหรับปลาและสัตว์น้ำที่อาศัยในบริเวณนั้น โดยเฉพาะฝูงปลาและสัตว์น้ำที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ดังนั้นการศึกษาสัตว์ทะเลหน้าดินในระยะแรกๆ นั้นมุ่งศึกษาถึงชนิดและความหนาแน่นของสัตว์กลุ่มนี้ เพื่อใช้ทำนายความอุดมสมบูรณ์ของฝูงปลาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ การศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหน้าดินส่วนใหญ่มุ่งที่จะให้ทราบถึงปริมาณและชนิดของสัตว์ที่พบ  ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นข้อมูลพิจารณาถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและสามารถใช้เป็นดัชนีชี้คุณภาพของแหล่งน้ำได้อีกด้วย สัตว์ทะเลหน้าดินขนาดเล็กเช่น พวกไส้เดือนตัวกลม(nematodes) และไส้เดือนทะเล (polychaetes) ใช้เป็นดัชนีชี้คุณภาพน้ำที่ดี เพราะเราสามารถพบสัตว์เหล่านี้ได้ทั่วไป มีการฝังตัวอยู่กับที่และมีช่วงชีวิตยาว นอกจากนี้สัตว์กลุ่มนี้ยังมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่นสภาพที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำเนื่องจากน้ำเน่าเสียเป็นต้น
          การศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหน้าดินในประเทศไทยนั้นมีการศึกษาอย่างกว้างในบริเวณอ่าวไทยทั้งตอนบนและตอนล่าง ตลอดจนบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน มีการศึกษากลุ่มประชากรสัตว์ทะเลหน้าดินบริเวณแม่น้ำและทะเลสาบที่สำคัญต่างๆ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำบางปะกง และทะเลสาบสงขลา ฯลฯ  นอกจากนี้ยังมีการศึกษาสัตว์ทะเลหน้าดินในระบบนิเวศต่างๆ เช่น ระบบนิเวศป่าชายเลน ซึ่งมีการศึกษามากบริเวณจังหวัดภูเก็ต อ่าวพังงาระนอง จันทบุรี และสมุทรสงคราม ฯลฯ ส่วนสัตว์ทะเลหน้าดินในบริเวณแนวปะการังมีการศึกษาทั้งในอ่าวไทยและบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันด้วย เช่นเดียวกับการศึกษาสัตว์ทะเลหน้าดินในระบบนิเวศหญ้าทะเล ในการศึกษาส่วนใหญ่มุ่งศึกษาความหลากหลายของชนิดสัตว์ทะเลหน้าดินที่พบ ขอบเขตการกระจาย ปริมาณและมวลชีวภาพ
          เพื่อดูความอุดมสมบูรณ์ของบริเวณที่ทำการศึกษานอกจากนี้ส่วนใหญ่มักศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์ทะเลหน้าดินกับปัจจัยสิ่งแวดล้อมต่างๆประกอบกันไปด้วย การศึกษาในบางเรื่องมุ่งให้ความสนใจที่จะใช้สัตว์ทะเลหน้าดินเป็นดัชนีที่ชี้บ่งคุณภาพของแหล่งน้ำหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ เช่น การศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพโดยพิจารณาจากค่าดัชนีความแตกต่าง(species diversity index) ค่าดังกล่าวจะบอกถึงจำนวนชนิดของสิ่งมีชีวิตที่พบได้ในชุมชนสิ่งที่มีชีวิตพื้นท้องทะเล ตามปกติเราพบว่าค่าดัชนีความแตกต่างนี้จะต่ำในบริเวณที่มีคุณภาพของน้ำเสื่อมลงหรือน้ำเน่าเสีย  ทั้งนี้เป็นเพราะมีสัตว์จำนวนน้อยชนิดเท่านั้นที่จะทนอยู่ได้และมีการปรับตัวเพื่ออาศัยอยู่ต่อไปในบริเวณดังกล่าวได้ แต่ถ้าเรานับจำนวนตัวในแต่ละชนิดที่พบอาศัยอยู่ในบริเวณที่ไม่เหมาะสมนี้จะมีค่าสูง เนื่องจากมันขาดผู้ต่อสู้แก่งแย่งเพื่อครอบครองอาหารและที่อยู่อาศัย สัตว์กลุ่มนี้จึงสามารถแพร่พันธุ์และเพิ่มจำนวนได้มาก ในทางตรงกันข้ามในที่ที่มีคุณภาพน้ำค่อนข้างสะอาด มักจะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีค่าดัชนีความแตกต่างสูง เนื่องจากมีจำนวนสัตว์หลายชนิดที่อาศัยอยู่ได้ในบริเวณเดียวกัน  จำนวนตัวในแต่ละชนิดจึงมักจะต่ำเนื่องจากต้องมีการแบ่งสันปันส่วนพลังงานและที่อยู่อาศัยซึ่งกันและกัน


ชนิดของสัตว์ทะเลหน้าดิน

          เราพบสัตว์ทะเลหน้าดินกระจายอยู่ทั่วไปตั้งแต่บริเวณชายฝั่งที่เป็นหาดหิน หาดทราย และหาดโคลน ไปจนถึงเขตเอสทูรี  ซึ่งเป็นเขตน้ำกร่อยลงไปจนถึงเขตทะเลลึก ในแต่ละเขตเราจะพบกลุ่มสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีลักษณะการปรับตัวเพื่อให้ดำรงชีพอยู่ได้ ซึ่งจัดเป็นลักษณะเฉพาะในแต่ละเขต การแบ่งชนิดของสัตว์ทะเลหน้าดินนิยมแบ่งได้ตามที่อยู่อาศัย ตามขนาด และตามลักษณะการกินอาหาร

การแบ่งกลุ่มของสัตว์ทะเลหน้าดินที่อาศัยนั้นเราอาจแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ คือ
          ๑. กลุ่มสัตว์ทะเลหน้าดินที่อาศัยอยู่บนพื้นท้องทะเล (Epifauna) ซึ่งพื้นท้องทะเลดังกล่าวอาจเป็นพื้นหาดหิน หาดทราย หาดโคลน ป่าชายเลน ระบบนิเวศหญ้าทะเล หรือแนวปะการังสัตว์ทะเลหน้าดินกลุ่มนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก พบตัวแทนเกือบทุกไฟลัมนับตั้งแต่โปรโตซัวไปจนถึงพวกที่มีกระดูกสันหลัง เช่นปลาหน้าดินที่อาศัยหากินตามพื้นท้องทะเลด้วย
          ๒. กลุ่มสัตว์ทะเลหน้าดินที่อาศัยฝังตัวหรือขุดรูอยู่ภายใต้พื้นทรายและโคลน (Infauna) เช่นพวกไส้เดือนทะเล พวกปู และพวกหอยสองฝาบางชนิด เช่น หอยแครง และหอยลาย เป็นต้น
          นอกจากเราจะแบ่งสัตว์ทะเลหน้าดินออกเป็น๒ กลุ่มใหญ่ข้างต้นแล้ว  เรานิยมแบ่งออกตามลักษณะระบบนิเวศที่พบสัตว์ทะเลหน้าดินเหล่านี้เช่น บริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลง (Intertidal zone)เขตนี้จะเป็นเขตที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงและคลื่นลมอย่างชัดเจน บริเวณดังกล่าวจะโผล่พ้นน้ำบางช่วงในขณะน้ำลงและจะจมอยู่ใต้น้ำและโผล่พ้นน้ำเป็นช่วงๆ สัตว์ทะเลหน้าดินในบริเวณนี้จะต้องมีการปรับตัวให้ดำรงชีพอยู่ได้ในสภาวะดังกล่าว  ในขณะที่น้ำขึ้นนั้น สัตว์ทะเลจะต้องปรับตัวกับความแรงของคลื่นที่เข้ามากระแทกและสภาพที่จมอยู่ใต้น้ำ ในเวลาที่น้ำลงมันจะต้องเผชิญกับสภาพอุณหภูมิสูง แสงแดดแผดเผาและปริมาณน้ำจืดไหลลงบริเวณนี้ สัตว์ทะเลหน้าดินที่อาศัยอยู่ในเขตน้ำขึ้นน้ำลงนี้มักมีการปรับตัวในช่วงกว้าง สามารถทนทานได้ดีต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความเค็มของน้ำ สัตว์ทะเลหน้าดินที่พบอยู่บริเวณหาดหินมักจะต้องทนได้ดีต่อแรงกระแทกของคลื่นลม ตลอดจนแรงเสียดสีของกรวดทรายต่างๆ ที่น้ำพัดพามา นอกจากนี้บางช่วงมันจะต้องอยู่ในสภาพที่โผล่พ้นน้ำสัมผัสกับอากาศโดยตรง เช่น พวกหอยแมลงภู่หรือหอยกะพงที่เราพบเกาะตามก้อนหินอยู่เสมอ พวกนี้มักเกาะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่  มันมีเส้นใยเป็นกลุ่มช่วยยึดตัวมันเองกับก้อนหินป้องกันไม่ให้ตัวมันถูกพัดโดยคลื่นและกระแสน้ำ เส้นใยนี้อยู่ใกล้กับ
          เท้าที่ยื่นออกมาของหอย ชาวบ้านมักเรียกว่า "เกสรหอย" นอกจากนี้ทั้งหอยแมลงภู่และหอยกะพงมีเปลือกหนาสามารถปิดฝาเปลือกได้แน่นในขณะที่น้ำลง ทำให้มันสามารถรักษาความชื้นภายในตัวได้นานจนกว่าน้ำจะขึ้นท่วมตัวอีกครั้งหนึ่งในเวลาน้ำขึ้นมันจะจมอยู่ใต้น้ำและสามารถหากินและหายใจได้อย่างอิสระ หอยสองฝาพวกนี้ใช้อวัยวะส่วนเหงือกในการกรองอาหารของแพลงก์ตอนพืชจากมวลน้ำ มันใช้เหงือกในการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนด้วย กลุ่มของหอยแมลงภู่และหอยกะพง  ยังเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับสัตว์เล็กๆ อื่นๆ ด้วย เช่น พวกปูหินหรือไส้เดือนทะเลบริเวณหาดทรายก็เช่นกันจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของคลื่น สัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้จะต้องปรับตัวให้อยู่ภายใต้สภาวะคลื่นที่ซัดไปมาและบริเวณพื้นทรายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พวกที่สามารถปรับตัวอยู่ได้ดี  เช่น หอยเสียบ หรือจักจั่นทะเลนั้นจะใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนที่ของคลื่นและการเคลื่อนตัวของทราย โดยลอยตัวไปยังที่ต่างๆด้วยคลื่นและกระแสน้ำ พวกนี้สามารถฝังตัวลงในพื้นทรายได้อย่างรวดเร็วเพื่อหลบหลีกสภาวะที่ไม่เหมาะสม บริเวณหาดทรายนั้นจะมีสัตว์ทะเลหน้าดินน้อยชนิดที่สามารถปรับตัวได้ดีและอาศัยอยู่ได้ อย่างไรก็ตามคลื่นกระแสน้ำในบริเวณนี้ได้นำพาซากอินทรียสาร ตลอดจนสาหร่ายและซากสัตว์น้ำต่างๆ มาตกสะสมเพื่อเป็นอาหารที่โอชะสำหรับสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้

          การแบ่งชนิดของสัตว์ทะเลหน้าดินอาจแบ่งตามขนาด ซึ่งมีการแบ่งได้หลายแบบแล้วแต่ผู้ที่ทำการศึกษาเป็นผู้กำหนดช่วงขนาด ที่นิยมมากเป็นระบบอเมริกัน ดังต่อไปนี้
         ๑. กลุ่มแมคโครฟัวนา (Macrofauna) หมายถึง พวกที่มีขนาดตั้งแต่ ๒ มิลลิเมตรขึ้นไปสัตว์ทะเลหน้าดินโดยทั่วไป เช่น หอย กุ้ง ปูและไส้เดือนทะเล จัดอยู่ในกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีการศึกษามากที่สุดเพราะมีขนาดใหญ่พอสมควรสามารถสุ่มวัดได้ง่าย
         ๒. กลุ่มไมโครฟัวนา (Microfauna)  หมายถึงพวกที่มีขนาดตั้งแต่ ๐.๕-๑.๒ มิลลิเมตร มักมการศึกษากันน้อย เช่น ไส้เดือนทะเล และหนอนตัวกลม เป็นต้น ต้องมีวิธีการเก็บตัวอย่างและวิธีการศึกษาโดยเฉพาะ
         ๓. กลุ่มไมโอฟัวนา (Meiofauna) หมายถึงพวกที่มีขนาดเล็กกว่า ๐.๕ มิลลิเมตร จนถึง ๖๓ไมครอน กลุ่มนี้ก็มีการศึกษาน้อยด้วยสาเหตุเดียวกับกลุ่มไมโครฟัวนา แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีขนาดเล็กทั้งสองกลุ่มนี้ จะมีบทบาทในระบบนิเวศทางทะเลน้อยกว่าสัตว์ทะเลหน้าดินที่มีขนาดใหญ่ สัตว์ทะเลหน้าดินขนาดเล็กเหล่านี้เราพบว่ามีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกับจุลชีพ ในการย่อยสลายของอินทรียสารในทะเลเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์ทะเลนอกจากนี้ยังมีบทบาทในการเร่งให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในทะเลได้เร็วขึ้น  สัตว์ทะเลหน้าดินขนาดเล็กเหล่านี้เป็นอาหารที่สำคัญสำหรับสัตว์น้ำและปลาชนิดต่างๆ ในทะเล หนอนสายพานหรือหนอนตัวกลมบางชนิดถึงแม้ตัวมันมีขนาดเล็ก แต่มันสามารถกัดกินเหยื่อในทะเลได้อีกด้วย

          เราอาจแบ่งกลุ่มของสัตว์ทะเลหน้าดินออกตามลักษณะการกินอาหารของมัน ซึ่งจะสัมพันธ์กับลักษณะพื้นท้องทะเลที่มันอาศัยอยู่ด้วย
          ๑. พวกที่กินพืชเป็นอาหาร (Herbivores) ตัวแทนที่สำคัญ ได้แก่ พวกหอยฝาเดียวและพวกหอยเม่น พวกนี้จะมีฟันสำหรับแทะสาหร่าย  หรือพืชขนาดเล็กที่เกาะตามพื้นหิน
          ๒. พวกที่กินสัตว์เป็นอาหาร (Carnivores) ตัวแทนที่สำคัญ ได้แก่ หอยฝาเดียวบางชนิด เช่นหอยกระแจะหรือหอยมะระที่ชอบเจาะไชกินหอยนางรมและเพรียงเป็นอาหาร ปลาดาวหลายชนิดชอบกินหอยสองฝาและปูทะเล
          ๓. พวกที่กรองอาหารจากมวลน้ำ (Filterfeeders)  พวกนี้มีอวัยวะสำหรับกรองพวกแพลงก์ตอนพืชและแพลงก์ตอนสัตว์จากมวลน้ำ อวัยวะที่ใช้กรองอาหารอาจเป็นหนวด รยางค์ส่วนปากหรือส่วนเหงือก ตัวอย่างสัตว์กลุ่มนี้ ได้แก่ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยกะพง และจักจั่นทะเล
          ๔. พวกที่กินอินทรียสารเป็นอาหาร พวกนี้แบ่งออกเป็นกลุ่มย่อยได้อีก คือพวกที่ดำรงชีพโดยการกินซากพืชซากสัตว์ (Scavengers) เท่านั้นเช่น พวกแมลงสาบทะเล พวกปูก้ามดาบเป็นพวกที่กัดกินซากพืชซากสัตว์หรือกินพวกบัคเตรีและจุลชีพบนอินทรียสาร (Detritus feeders) พวกปลิงทะเลจะกินอินทรียสารที่อยู่ในดินเป็นอาหาร(Deposit feeders) โดยอาจกินกรวดทรายเข้าไปในตัว และมีกระบวนการย่อยและดูดซึมเฉพาะอินทรียสารไว้  และถ่ายกรวดทรายออกมาในรูปของอุจจาระ


ขอบเขตการกระจายของสัตว์ทะเลหน้าดิน

          สัตว์ทะเลหน้าดินจะพบได้ทั่วไปตั้งแต่บริเวณชายฝั่งทะเล เขตเอสทูรีลงไปจนถึงเขตทะเลลึก อาหารที่สำคัญของสัตว์ทะเลหน้าดินได้แก่ พวกสาหร่ายทะเล แพลงก์ตอนพืชแพลงก์ตอนสัตว์ สัตว์ทะเลหน้าดินขนาดเล็กและอินทรียสารในดิน สัตว์ทะเลหน้าดินที่อยู่บริเวณทะเลลึกจะได้อาหารจากพวกอินทรียสารจากบริเวณผิวน้ำและในมวลน้ำ ที่ตกทับถมกันในทะเลลึก  บริเวณชายฝั่งทะเลมักมีสัตว์ทะเลหน้าดินชุกชุมมากที่สุด ตลอดจนมีจำนวนมากที่สุดด้วยโดยเฉพาะเขตน้ำขึ้นน้ำลง ทั้งนี้เนื่องจากเขตนี้มีอาหารอุดมสมบูรณ์ทั้งสาหร่ายทะเล หญ้าทะเลแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ตลอดจนอินทรียสารต่างๆ นอกจากนี้เขตนี้ยังมีลักษณะของพื้นท้องทะเลแตกต่างกัน เช่น เป็นแนวหินปะการัง พื้นหิน พื้นทราย หรือหาดเลน การ
         ไหลเวียนของกระแสน้ำตลอดจนคลื่นซัดสาดช่วยให้มีการหมุนเวียนของอาหารตลอดเวลาส่วนบริเวณทะเลลึกจะมีปริมาณและชนิดของสัตว์ทะเลหน้าดินน้อยกว่าเนื่องจากปริมาณอาหารลดลง พบว่าสัตว์ทะเลหน้าดินร้อยละ ๘๐ อาศัยอยู่บริเวณไหล่ทวีปซึ่งลึกไม่เกิน ๒๐๐ เมตร และในที่ลึกมากๆ ในทะเลจะมีสัตว์ทะเลหน้าดินอยู่พียงร้อยละ ๑ เท่านั้น โดยสรุปเราจะพบเขตที่มีการกระจายของสัตว์ทะเลหน้าดินสัมพันธ์กับลักษณะการกินอาหารของสัตว์กลุ่มนี้ด้วยคือ
         ๑. เขตชายฝั่งทะเลบริเวณน้ำขึ้นน้ำลง พบสัตว์ทะเลหน้าดินที่อยู่บนพื้นท้องทะเล หรือเกาะอยู่บนพื้นท้องทะเลมาก ซึ่งมีการปรับตัวตามลักษณะของพื้นท้องทะเล สัตว์เหล่านี้มักจะดำรงชีพเป็นพวกที่กินพืชเนื่องจากมีความหลากหลายของพืชสีเขียวที่เป็นอาหารมากในบริเวณนี้ เช่น  สาหร่ายชนิดต่างๆ และหญ้าทะเล ตลอดจนแพลงก์ตอนพืชเป็นต้น นอกจากนี้ยังพบพวกที่กรองอาหารจากน้ำและพวกที่ดำรงชีพเป็นพวกที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร พวกที่กรองอาหารจากน้ำจะชอบอยู่บริเวณน้ำใสและมีกระแสน้ำไหลเวียน เพื่อนำอาหารใหม่มาทดแทนตลอดเวลา ในบริเวณชายฝั่งที่เป็นหาดเลนและที่ลุ่มน้ำเค็มเป็นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอินทรียสารจำนวนมาก จะพบพวกสัตว์ทะเลหน้าดินที่กินพวกอินทรียสารอาศัยอยู่มาก
         ๒. เขตไหล่ทวีปนับจากบริเวณเขตน้ำขึ้นน้ำลงไปจนถึงบริเวณที่ลึกประมาณ ๒๐๐-๒๕๐เมตร นั้น เราจะพบสัตว์ทะเลที่ดำรงชีพเป็นพวกกรองอาหารจากมวลน้ำมากในบริเวณที่ตื้น ที่พบน้อยมาก ได้แก่  พวกที่กินพืชเป็นอาหารโดยเฉพาะพวกที่กัดแทะสาหร่ายตามพื้นท้องทะเลในที่ลึกจะพบสัตว์ทะเลหน้าดินที่ดำรงชีพเป็นพวกที่กินซากพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อยมากขึ้น รวมทั้งกลุ่มที่กินอินทรียสารและเป็นผู้ล่าด้วย
         ๓. เขตทะเลลึก จะพบสัตว์ทะเลหน้าดินที่ขุดรูฝังตัวอยู่ในพื้นท้องทะเลเพิ่มขึ้น ทดแทนพวกที่อาศัยเกาะตามพื้นท้องทะเล นอกจากนี้ในบริเวณทะเลลึกมีปริมาณอินทรียสารน้อยมากบริเวณผิวหน้าดินมักเป็นบริเวณที่มีการออกซิไดซ์ของออกซิเจนที่มีความหนาประมาณ ๑-๑๐ เมตรเป็นโคลนสีแดงและมีซากของพวกโปรโตซัวที่มีเปลือกเป็นหินปูนและแก้ว ได้แก่ ฟอรามินิเฟอรา (foraminifera) และเรดิโอลาเรีย (radiolaria)สะสมอยู่ ดังนั้นลักษณะการกินอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสัตว์ทะเลหน้าดินในเขตนี้ คือการกรองอาหารจากมวลน้ำเหนือพื้นดินและการกวาดอินทรียสารจากผิวหน้าดิน


การปรับตัวของสัตว์ทะเลหน้าดิน
          สัตว์ทะเลหน้าดินจำเป็นต้องลงเกาะกับพื้นท้องทะเลหรือฝังตัวอยู่ใต้พื้นท้องทะเล ในขณะเดียวกันต้องอยู่ในตำแหน่งและลักษณะที่เหมาะสมเพื่อสามารถหายใจและกินอาหารได้ ลักษณะพื้นท้องทะเลจะมีความสำคัญมากในการกำหนดรูปแบบการปรับตัวและรูปร่างของสัตว์ทะเลหน้าดิน กระแสน้ำก็มีความสำคัญมากเช่นกันในการกำหนดคุณลักษณะของพื้นท้องทะเล ตลอดจนการปรับตัวของสัตว์ทะเลหน้าดิน ทั้งที่เกาะติดกับที่หรือที่คืบคลานต่อกระแสน้ำ  นอกจากนี้กระแสน้ำยังมีบทบาทในการนำอาหารในมวลน้ำ ทั้งที่เป็นแพลงก์ตอนและอินทรียสารมาสู่พื้นท้องทะเล ที่สำคัญยังมีบทบาทในการกระจายของตัวอ่อนของสัตว์ทะเลหน้าดินที่เป็นแพลงก์ตอนไปยังที่ต่างๆ ด้วย

          ๑. ที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๒. การควบคุมปริมาณน้ำเกลือแร่ในร่างกายของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๓. การปรับตัวต่ออุณหภูมิและสภาวะการสูญเสียน้ำจากตัวสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๔. การกินอาหารของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๕. การหายใจของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๖. การสืบพันธุ์และชีวประวัติของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๗. การเคลื่อนที่ของสัตว์ทะเลหน้าดิน 
          ๘. การป้องกันตัวของสัตว์ทะเลหน้าดิน

สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos), สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) หมายถึง, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) คือ, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) ความหมาย, สัตว์ทะเลหน้าดิน (Marine Benthos) คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu