ความรู้ รักออกฤทธิ์ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์

เทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีชีวภาพ หมายถึง, เทคโนโลยีชีวภาพ คือ, เทคโนโลยีชีวภาพ ความหมาย, เทคโนโลยีชีวภาพ คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
เทคโนโลยีชีวภาพ



ความหมายของเทคโนโลยีชีวภาพ
          หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า "เทคโนโลยี" และอีกหลายคนคงรู้จักคำว่า "ชีวภาพ" แล้ว หากแม้ไม่คุ้นเคยนักก็อาจนึกไปถึงชีววิทยา หรือความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต  แต่เทคโนโลยีชีวภาพหมายความว่าอย่างไรนั้น  ลองสังเกตสิ่งรอบตัวดังต่อไปนี้
          เวลาที่เราผ่านบริเวณโรงงานผลิตแป้ง เช่นแป้งมันสำปะหลัง   บางทีเราต้องกลั้นหายใจเนื่องจากกลิ่นรุนแรงมาก กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นแป้งแต่เป็นกลิ่นจากเชื้อจุลินทรีย์นานาชนิดที่มาอาศัยน้ำทิ้งจากโรงงานเป็นอาหาร น้ำทิ้งก็เสียไปโดยไร้ประโยชน์  และยังก่อปัญหา  คือ สภาพแวดล้อมของโรงงานเสื่อมโทรมลงจากภาวะเน่าเหม็นดังกล่าว ที่จริงแล้วโรงงานอาจแก้ปัญหาน้ำเสีย  และนำเอาน้ำทิ้งไปใช้ประโยชน์ได้ เช่น นำไปหมักทำก๊าซชีวภาพ นั่นก็คือ นำไปเป็นอาหารของจุลินทรีย์บางชนิดที่เลี้ยงไว้ในถังเพื่อนำเอาก๊าซที่ผลิตขึ้นมาไปใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ นี่คือ การใช้เทคโนโลยีชีวภาพอย่างหนึ่ง
          ปุ๋ยหมักเป็นปุ๋ยที่มาจากเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร  มีความสำคัญมากสำหรับเกษตรกรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรที่ยากจน ไม่มีเงินซื้อปุ๋ยเคมี ในการทำปุ๋ยหมักให้ได้รวดเร็วและมีคุณภาพดี เราต้องใส่ตัวเร่งปุ๋ยหมักเข้าไปเพื่อให้เกิดการหมักเป็นปุ๋ยได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้น  ตัวเร่งปุ๋ยหมักก็คือ จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายเศษวัสดุเกษตรทำให้ได้ปุ๋ยที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้เป็นอาหารได้ดียิ่งขึ้น การทำปุ๋ยหมักก็คือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพอีกอย่างหนึ่ง แม่บ้านสมัยนี้เวลาซักผ้าเหนื่อยน้อยกว่าแม่บ้านสมัยก่อน  เนื่องจากสมัยนี้มีผงซักฟอกไม่ต้องใช้สบู่ถูเหมือนเดิม ผงซักฟอกสมัยใหม่มีส่วนประกอบที่เรียกว่า เอนไซม์ เป็นตัวย่อยสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับเสื้อผ้า  ทำให้ผ้าสะอาดได้เร็วการใช้เอ็นไซม์ก็คือ การใช้ผลิตผลของเทคโนโลยีชีวภาพ
          ในปัจจุบันนี้  แพทย์สามารถนำน้ำเชื้อกับไข่มาผสมกันในหลอดทดลองและใส่ตัวอ่อนกลับเข้าไปให้แม่ตั้งท้องได้สำเร็จ เทคโนโลยีตัวอ่อนเช่นนี้ไม่ใช่แต่จะใช้ได้กับคนเท่านั้น   แต่สามารถใช้กับสัตว์เศรษฐกิจได้ด้วย  นักวิทยาศาสตร์สามารถนำเอาตัวอ่อนของวัวพันธุ์ดีจากต่างประเทศมาถ่ายฝากเข้าไปในวัวพันธุ์พื้นเมือง ทำให้ตั้งท้องตกลูกออกมาเป็นลูกวัวพันธุ์ดีได้ การฝากท้องเกิดนี้ไม่ใช่มีแต่ในเรื่องรามเกียรติ์เท่านั้น  แต่เกิดขึ้นได้จริงๆและนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การปศุสัตว์เป็นต้น นี่ก็คือการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเช่นเดียวกัน
          เราจะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีชีวภาพก็คือการใช้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตและผลิตผลของมันให้เป็นประโยชน์กับมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้า เช่น ผงซักฟอกชนิดใหม่ที่มีเอนไซม์ การทำปุ๋ยไว้ใช้เองจากวัสดุเกษตรเหลือทิ้ง เช่นฟางข้าว และมูลสัตว์ การขจัดปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม เช่น ปัญหาน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยการนำน้ำเสียไปใช้ประโยชน์แทนที่จะปล่อยทิ้งให้เน่าเหม็น และการถ่ายฝากตัวอ่อนสัตว์เพื่อให้ได้สัตว์พันธุ์ดีมาไว้ใช้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิม เป็นต้น
ขอบเขตและรากฐานของเทคโนโลยีชีวภาพ
          เทคโนโลยีชีวภาพมีขอบเขตที่กว้างมากครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีที่ใช้ในเกษตรกรรมจนถึงอุตสาหกรรม การแพทย์ การผลิตพลังงานและการรักษาสภาวะแวดล้อมของเรา เทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตสัตว์ พืช และจุลินทรีย์ รวมทั้งผลิตผลจากไขมัน เช่น นม น้ำมัน และยารักษาโรค ล้วนจัดเป็นเทคโนโลยีชีวภาพ  เทคโนโลยีที่ใช้ในการแปรรูป และเพิ่มคุณค่าของสินค้าต่างๆ ที่มาจากสิ่งมีชีวิต หรือ ที่ใช้หลักการของวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตล้วนจัดเป็นเทค-โนโลยีชีวภาพเช่นเดียวกัน
          วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหรือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จัดเป็นรากฐานของเทคโนโลยีชีวภาพในปัจจุบัน วิทยาศาสตร์นี้ประกอบด้วยความรู้หลายแขนง  ที่สำคัญคือ เคมีของสิ่งมีชีวิต หรือที่เรียกว่า ชีวเคมี อันว่าด้วยส่วนประกอบต่างๆ  และการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงของมันความรู้ที่สำคัญอีกแขนงหนึ่ง ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีชีวภาพ  คือ จุลชีวศึกษา อันเป็นความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมากหรือที่เรียกว่าจุลินทรีย์ ซึ่งมีหลายชนิด ที่รู้จักกันดีได้แก่ บัคเตรี รา และไวรัส เป็นต้น
          นอกจากจะอาศัยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพแล้ว เทคโนโลยีชีวภาพยังอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิศวกรรมกระบวนการ อันหมายถึง การผลิตสินค้าในระดับอุตสาหกรรม รวมทั้งการออกแบบ การสร้างโรงงาน และอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตสินค้าเหล่านี้
          เรารู้จักใช้เทคโนโลยีชีวภาพมานานแล้วการปลูกพืชและการเลี้ยงปศุสัตว์ รวมทั้งการผสมและการคัดพันธุ์ อาจจัดเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่เรารู้จักมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์  การหมักดองสุราก็ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีชีวภาพที่ได้มาจากการที่เรารู้จักส่าหมักสุรา  ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่นำมาใช้ประโยชน์ตั้งแต่โบราณกาลในปัจจุบัน อุตสาหกรรมหรือกิจการหลายๆอย่าง  ล้วนใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่เรารู้จักมานานแล้ว เช่น การฟอกหนังสัตว์ การทำขนมจีน การทำน้ำปลาและซีอิ๊ว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนจัดเป็นกรรมวิธีที่ผลิตสินค้า อันมีวัตถุดิบที่มาจากสิ่งมีชีวิต  นอกจากนี้กรรมวิธีอื่นๆ เช่น  กรรมวิธีที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียก็เป็นการนำเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์มาใช้ให้เป็นประโยชน์
การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในกิจการต่างๆ
          เนื่องจากเทคโนโลยีชีวภาพเป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลักการและประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเพื่อประโยชน์การดำรงชีพของเรา จึงมีส่วนอยู่ในกิจการหลายประเภทและหลายระดับ
          เทคโนโลยีด้านการเกษตร ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงพันธุ์และผลิตผล  เป็นเทคโนโลยีชีวภาพ  ซึ่งได้มาจากความรู้เรื่องพันธุกรรมรวมทั้งการผสม การกลายพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์ เทคโนโลยีเหล่านี้แต่เดิมได้มาจากประสบการณ์ที่สั่งสมกันมาหลายยุคหลายสมัย และเมื่อได้มาใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในสมัยปัจจุบันก็ทำให้เกิดเกษตรกรรมแผนใหม่  ซึ่งก่อให้เกิดผลิตผลข้าว ถั่ว ผลไม้ และพืชผลอื่นๆ ที่ดีขึ้นกว่าเดิม
          ตัวอย่างผลของการใช้เทคโนโลยีชีวภาพด้านการเกษตรที่สำคัญ คือ "การปฏิวัติเขียว" ซึ่งเป็นการเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวเจ้าและข้าวสาลีในประเทศที่กำลังพัฒนาหลายประเทศตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นต้นมา ข้าวพันธุ์ใหม่ๆ เหล่านี้มีผลิตผลสูงและใช้เวลาในการปลูกน้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ข้าวเหล่านี้ต้องการ การดูแลเพิ่มขึ้นมากกว่าธรรมดา ต้องใช้ปุ๋ย ยาฆ่าศัตรูพืช  และต้องมีระบบชลประทานที่มีประสิทธิภาพ  ดังนั้นจึงต้องลงทุนสูงกว่าเดิมและทำให้เกษตรกรรายใหญ่ซึ่งสามารถลงทุนได้ได้ผลประโยชน์มากกว่าเกษตรกรรายย่อย  แต่ถึงแม้การปฏิวัติเขียวจะมีข้อเสียเช่นนี้อยู่ ก็มีส่วนดีอยู่มาก โดยเฉพาะได้ทำให้หลายประเทศ  ซึ่งเดิมผลิตข้าวไม่พอสำหรับประชาชนของตน  เช่น อินเดียและอินโดนีเซีย  สามารถผลิตข้าวจนพอเลี้ยงตัวเองได้
          เราใช้เทคโนโลยีชีวภาพในอุตสาหกรรมหลายประเภท ตั้งแต่อุตสาหกรรมผลิตอาหารจนถึงอุตสาหกรรมผลิตยารักษาโรคหลายชนิดโดยเฉพาะการผลิตยาปฏิชีวนะ  เช่น เพนิซิลลิน เริ่มมาจากการค้นพบฤทธิ์ของเชื้อราบางชนิดที่สามารถฆ่าบัคเตรีได้ ต่อมาได้สกัดสารที่เป็นตัวยานั้นแล้วศึกษาคุณสมบัติต่างๆ ของมัน จนสามารถผลิตยานั้นออกมาเป็นปริมาณมากในระดับอุตสาหกรรม ในปัจจุบันนอกจากยาปฏิชีวนะแล้ว การผลิตวัคซีน น้ำยาวินิจฉัยโรค และเคมีภัณฑ์หลายชนิด  ต้องใช้เทคโนโลยีชีวภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตและการทดสอบ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์
          การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์เป็นการเพาะเลี้ยงสิ่งมีชีวิตเฉพาะส่วนเท่านั้น  ไม่ใช่พืชทั้งต้นหรือสัตว์ทั้งตัว  การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชทำได้โดยนำเอาเนื้อเยื่อของพืชส่วนที่กำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว   เช่น  ที่ปลายยอดอ่อน มาใส่ในจานเลี้ยงที่มีวุ้นและน้ำเลี้ยง  ซึ่งมีอาหารที่เนื้อเยื่อนั้นต้องการ  พร้อมทั้งสารซึ่งกระตุ้นการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อนั้นๆ และทำให้อยู่ในสภาพซึ่งไม่มีเชื้อจุลินทรีย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มาปนเปื้อน เราอาจบังคับให้เนื้อเยื่อนี้เจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นอ่อนได้ เมื่อมีสภาวะที่พอเหมาะ ดังนั้นอาจใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในการแพร่กระจายพันธุ์พืช กล่าวคือ ทำให้เกิดต้นอ่อนเป็นจำนวนมาก    ซึ่งนำไปปลูกต่อไปได้    วิธีนี้ใช้กันมากในการกระจายพันธุ์พืชบางชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่นกล้วยไม้ เป็นต้น
          เราอาจใช้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเป็น วิธีพัฒนาพันธุ์พืชให้มีคุณสมบัติใหม่ๆ  ที่ต้องการได้ เช่น ต้องการพืชที่มีคุณสมบัติต้านทานความเค็มของดินหรือพืชที่สามารถต้านทานโรคก็นำเอาเนื้อเยื่อพืชจำนวนมากมาเพาะเลี้ยงในสภาวะที่มีความเข้มข้นของเกลือสูง หรือมีสารที่ก่อให้เกิดโรคอยู่  เนื้อเยื่อส่วนมากจะตายไปแต่จะมีจำนวนหนึ่งซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม  ทำให้สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้  เราคัดเอาเนื้อเยื่อที่รอดอยู่นี้มาชักนำให้เกิดเป็นต้นอ่อน เพื่อนำไปผสมต่อให้ได้พันธุ์ซึ่งมีลักษณะพิเศษนี้อยู่ตัวต่อไป
          ในปัจจุบัน  มีความก้าวหน้าทางพันธุวิศวกรรม  ทำให้สามารถใส่ยีนที่มีคุณสมบัติพิเศษ  เช่น ทำให้เกิดความต้านทานโรคไวรัส  ต้านทานแมลงเข้าในเนื้อเยื่อพืชที่เพาะเลี้ยงได้  เมื่อนำเนื้อเยื่อที่ใส่ยีนใหม่นี้เข้าไป  แล้วชักนำให้เกิดเป็นต้นอ่อน  ก็จะได้พืชซึ่งมีลักษณะพิเศษที่เกิดจากยีนใหม่นี้
          นอกจากเนื้อเยื่อและเซลล์ของพืชแล้ว เรายังสามารถเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์ของสัตว์ต่างๆ  ได้อีกด้วย เทคนิคนี้มีประโยชน์หลายประการ เช่น  เราสามารถเพาะเลี้ยงเซลล์มะเร็งบางชนิดในจานทดลอง เพื่อนำมาใช้ศึกษาผลของยาที่พัฒนาขึ้นใหม่ๆ  สามารถเพาะเลี้ยงเซลล์ของไข่และตัวอสุจิของคนและสัตว์  เพื่อนำมาผสมกันในจานทดลอง  เกิดเป็นตัวอ่อนซึ่งสามารถใส่กลับเข้าไปในมดลูกของคนหรือสัตว์ เพื่อให้ตั้งท้องและคลอดลูกอ่อนนั้นออกมาในที่สุด  อีกตัวอย่างหนึ่งคือ  การเพาะเลี้ยงเซลล์ที่สามารถผลิตแอนติบอดี หรือสารสร้างภูมิคุ้มกัน   ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นสารวินิจฉัยโรคต่างๆ  ได้ แอนติบอดี ดังกล่าว เรียกว่า โมโนโคลนัล แอนติบอดี (monoclonal antibody)
          สาเหตุสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีชีวภาพรุ่งเรืองขึ้นมากในระยะไม่นานมานี้คือ  ความสามารถในการปรับปรุงพันธุ์ของจุลินทรีย์  จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีความสามารถพิเศษต่างๆ นอกจากความสามารถที่ใช้ในการผลิตปุ๋ย  หรือการกำจัดของเสียตามที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้น  จุลินทรีย์แต่ละตัวเปรียบเสมือนโรงงานอุตสาหกรรมเล็กๆ ที่สามารถผลิตยา อาหารเชื้อเพลิง  และสารต่างๆ ความสามารถเหล่านี้มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในจุลินทรีย์พันธุ์ต่างๆ  หลายแสนหลายล้านพันธุ์  มนุษย์ได้คัดเลือกเอาพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์มานานแล้ว แต่ในระยะหลังๆ นี้เราสามารถปรับปรุงพันธุ์ได้รวดเร็ว    และดียิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก   โดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรม

เทคโนโลยีชีวภาพ, เทคโนโลยีชีวภาพ หมายถึง, เทคโนโลยีชีวภาพ คือ, เทคโนโลยีชีวภาพ ความหมาย, เทคโนโลยีชีวภาพ คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14

สารานุกรมเล่มอื่นๆ

คำยอดฮิต

Sanook.commenu