สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)
พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14
 
พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) โดย หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี
          พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) สร้างขึ้นพร้อมๆ  กับการสร้างพระบรมมหาราชวังใน พ.ศ. ๒๓๒๕ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก  โดยมีด้านทิศใต้ติดกับวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์เป็นที่หมายสำคัญ เป็นพระราชวังที่สำคัญรองจากพระบรมมหาราชวัง กล่าวคือ เป็นที่ประทับของมหาอุปราชซึ่งมีอำนาจรองจากพระมหากษัตริย์  พระราชวังนี้เป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชมาตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ถึงรัชกาลที่ ๕ เป็นเวลาประมาณ ๑๐๐ ปีเศษ หลังจากที่กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จทิวงคตไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราชและได้ทรงแต่งตั้งตำแหน่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารขึ้นแทน พระราชวังบวรสถานมงคลจึงได้เปลี่ยนจากการเป็นที่ประทับของมหาอุปราชมาเป็นสถานที่ราชการเรื่อยมาตามลำดับ ปัจจุบันส่วนหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์วิทยาลัยช่างศิลปและนาฏศิลป และโรงละครแห่งชาติ

          แบบแผนการสร้างพระราชวัง
ดำเนินไปเช่นเดียวกับพระบรมมหาราชวังทุกประการ เช่น มีการแบ่งเขตเป็นพระราชฐานชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ล้อมรอบด้วยป้อมปราการ มีประตูทางเข้าออกทั้ง ๔ ด้าน รวมทั้งมีตำหนักแพ ที่ประทับริมน้ำ  เช่นเดียวกับท่าราชวรดิฐของวังหลวงทุกประการ

          สิ่งก่อสร้างในพระราชวัง  พระราชวังนี้ เคยมีสิ่งก่อสร้างที่สำคัญหลายหลัง เช่นเดียวกับ พระบรมมหาราชวัง แต่เนื่องด้วยมีการเปลี่ยนแปลงการใช้สอยมาเป็นสถานที่ราชการ อาคารต่างๆ  ที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบัน คงมีแต่พระราชมณเฑียรที่ประทับ ที่เรียกว่า พระวิมาน ๓ หลัง พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย   พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน วัดบวรสถานสุทธาวาส พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เก๋งนุกิจราชบริหารตำหนักแดง และศาลาลงสรง  เป็นต้น

          พระที่นั่งที่สำคัญในพระราชวังบวรสถานมงคล ได้แก่
          - พระราชมณเฑียร
          - พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
          - พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
          - พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
          - พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส
          - พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์


พระราชวังบวรสถานมงคล

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

พระราชมณเฑียร
          พระราชมณเฑียร  เรียกว่า หมู่พระวิมานสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับ ประกอบด้วย อาคาร ๓ หลังเชื่อมติดต่อกัน  มีเฉลียงรอบนอกเดินได้รอบ พระวิมานหมู่นี้สันนิษฐานว่า ทำตามแบบสมัยอยุธยา  คือเป็นอาคาร ๓ หลัง  เป็นที่ประทับในฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว แต่ลดส่วนลงมาสร้างเป็นหมู่เดียวกัน  พระที่นั่งดังกล่าวเรียกตามชื่อห้องได้ ๑๑ องค์ ดังต่อไปนี้
          ๑. พระที่นั่งวสันตพิมาน เป็นพระวิมานหลังใต้
          ๒. พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ  เป็นพระวิมานหลังกลาง
          ๓. พระที่นั่งพรหมเมศธาดา เป็นพระวิมานหลังเหนือ
          ๔. พระที่นั่งภิมุขมณเฑียร
          ๕. พระที่นั่งปฤษฎางค์ภิมุข
          ๖. ท้องพระโรงหลัง
          ๗. พระที่นั่งพรหมพักตร์ เป็นท้องพระโรงหน้าเดิม
นอกจากนั้นยังมีพระที่นั่งหลังขวาง  ตามทิศทั้งสี่ ได้แก่
          ๘. พระที่นั่งบูรพาภิมุข
          ๙. พระที่นั่งทักษิณาภิมุข
          ๑๐. พระที่นั่งปัจฉิมาภิมุข
          ๑๑. พระที่นั่งอุตราภิมุข

          พระวิมาน  ๓  หลังนี้สร้างเป็นแบบไทยประเพณี ยกพื้นสูงพอประมาณ เฉพาะพระที่นั่งวายุสถานอมเรศซึ่งเป็นพระวิมานองค์กลาง ยกพื้นสูงกว่าองค์อื่นๆ  ใช้เป็นที่ประทับเช่นเดียวกับพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง มีหลังคาทรงไทย มุงกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบสี มีเสารายรอบเป็นเสาแปดเหลี่ยม บัว หัวเสาเป็นรูปดอกบัวแบบสมัยอยุธยา นอกจากนั้นมีการแกะสลักไม้ที่หน้าต่างงดงามมาก
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
          พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เป็นพระที่นั่งที่ต่อเนื่องกับพระวิมาน ๓ หลัง พระที่นั่งองค์นี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เสด็จออกรับแขกเมือง เป็นที่ประกอบพระราชพิธีและบำเพ็ญพระราชกุศลเช่นเดียวกับพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง แต่เดิมที่สองข้างพระที่นั่งองค์นี้มีหอ ๒ หอ เป็นหอพระประดิษฐานพระพุทธรูป และหอพระอัฐิประดิษฐานพระอัฐิของกรมพระราชวังบวรฯ องค์ก่อนๆ  แต่ต่อมาได้รื้อลง
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
          พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นพระที่นั่งที่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทได้ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธี แต่ต่อมาเมื่อได้ทรงเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเชียงใหม่ จึงได้อุทิศพระที่นั่งองค์นี้ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์แทน  ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๓  กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่  โดยเปลี่ยนหลังคาและต่อเป็น เฉลียง มีเสารับหลังคา  ผนังภายนอกตอนบนที่เรียกว่า "คอสอง" ปั้นปูนเป็นลวดลาย ทำซุ้มพระบัญชรขึ้นใหม่ ส่วนของเดิม เช่น จิตรกรรมฝาผนัง คันทวยรับชายคาที่แกะไม้เป็นเถาตำลึง ตลอดจนบานประตู หน้าต่าง ก็ได้ทรงรักษาไว้ เหมือนเดิม  พระที่นั่งองค์นี้ปัจจุบันยังคงเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์เหมือนเมื่อครั้งก่อน
[กลับหัวข้อหลัก]

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน
          พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน เป็นพระที่นั่งที่กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น แต่เดิมเป็นที่เสด็จออกขุนนาง ต่อมาใช้บำเพ็ญพระราชกุศลแต่เพียงอย่างเดียว ต่อมาเมื่อเสด็จสวรรคตก็ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระศพด้วย สมัยรัชกาลที่ ๓ ได้รื้อลงและสร้างใหม่เป็นพระที่นั่งโถง ใช้บำเพ็ญพระราชกุศล   และตั้งพระศพเหมือนเดิม ปัจจุบันเป็นที่จัดแสดงเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์
[กลับหัวข้อหลัก]

พระที่นั่งศิวโมกข์พิมาน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส
          พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส เรียกกันเป็นสามัญว่า "วัดพระแก้ววังหน้า" สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓ โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เช่น เดียวกับพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่เดิมจะสร้างขึ้นเป็นยอดปราสาท  แต่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงห้ามไว้ว่า ไม่มี
          ธรรมเนียมการสร้างปราสาทในพระราชวังบวรฯ  พระอุโบสถหลังนี้จึงเป็นหลังคาจตุรมุขดังที่เห็นกันทุกวันนี้ ในสมัยรัชกาลที่ ๔ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต   แล้ว  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริที่จะให้พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้ก่อฐานชุกชี ตั้งบุษบกขึ้นกลางห้อง พร้อมทั้งเขียนฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ขึ้นด้วย แต่ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน จึงไม่ได้ย้ายพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานตามพระราชดำริเดิม
[กลับหัวข้อหลัก]

พระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์
          พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์  เป็นพระที่นั่งที่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่ประทับ โดยสร้างขึ้นตามแบบฝรั่ง ซึ่งเป็นของใหม่สำหรับสมัยนั้นมาก ภายในพระที่นั่งตกแต่งเป็นแบบตะวันตก มีห้องบรรทม ห้องเสวย  ห้องรับแขก และห้องสรง เครื่องเรือน    เป็นแบบตะวันตกทั้งสิ้น  ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จสวรรคตลง รัชกาลที่ ๔ จึงโปรดเกล้าฯ ให้จัดห้องเสวยเดิมเป็นที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิ ทำเป็นตู้ทองที่ผนังด้านในเรียงกัน ๓ ตู้   โดยเชิญพระบรมอัฐิของรัชกาลที่ ๒  ซึ่งเป็นพระบรมชนกนาถ  อัฐิของ สมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ ซึ่งเป็นพระราชชนนี  และพระอัฐิของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้ในตู้ทองทั้ง ๓ ใบนั้น ปัจจุบันพระที่นั่งองค์นี้  เป็นพระบวรราชานุสรณ์ของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• หม่อมราชวงศ์แน่งน้อย ศักดิ์ศรี

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การให้อาหารสัตว์
ข้อควรระวังในการใช้ยาสมุนไพร
ประติมากรรมไทยสมัยสุโขทัย
ประติมากรรมเพื่อประโยชน์ใช้สอย
พระบรมมหาราชวังที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ได้ขยายพื้นที่และสร้างพระที่นั่งต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกในรัชกาลต่อมา
พระราชวังบวรสถานพิมุข (วังหลัง)
พันธุวิศวกรรม
วิธีการปรุงยาสมุนไพร
สารกำจัดศัตรูพืช
สารพิษและสิ่งปนเปื้อนอาหาร
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 14 > พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)