พืชอาศัย (epiphytic plants) ได้แก่พืชชนิดต่างๆ ที่อาศัยพำนักอยู่ตามราก ลำต้น กิ่งและใบของต้นไม้ด้วยการใช้รากเกาะยึดอยู่ตามผิวของส่วนนั้นๆ โดยที่ไม่ได้ส่งรากเบียนแทงทะลุเข้าไปแย่งอาหาร ดังเช่น กาฝาก พืชที่เกาะขึ้นอยู่ตามก้อนหินและผิวหินทั่วๆ ไปในป่านั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย พืชอาศัยนี้มีอยู่มากมายหลายชนิดและพอจะจัดแยกออกได้เป็นพวกๆ ๕ พวก คือ
๑. ฝอยลม (lichens) พืชพวกนี้มีลักษณะครึ่งสาหร่าย (algae) ครึ่งเห็ด (fungi) พบขึ้นบนผิวเปลือกไม้ตามลำต้น และกิ่งของต้นไม้หรือตามก้อนหิน มีลักษณะรูปร่างแตกต่างกันไป บางชนิดเป็นแผ่นเรียบ ผนึกราบกับวัตถุที่ขึ้นอยู่เป็นกาบล่อนๆ เป็นฝอยห้อยยาว หรือเป็นก้อนกระจุกขึ้นชิดติดกันชนิดที่เรียกว่าฝอยลมนั้นอยู่ในสกุล Usnea ชาวชนบทนิยมใช้แช่น้ำให้หญิงขณะทำคลอดดื่ม ทำให้คลอดบุตรง่าย
๒. หญ้ามอสส์ (mosses) มีอยู่ทั่วไปในป่าดิบชื้น ทั้งในระดับต่ำและระดับสูง จะเห็นว่าพืชประเภทนี้ปกคลุมราก ลำต้น กิ่ง และใบของต้นไม้ หรือตามก้อนหินอยู่ทั่วๆ ไปหญ้ามอสส์มีประโยชน์ในด้านอนุรักษ์ในข้อที่ว่าช่วยสร้างความสมบูรณ์ของดินให้สูงขึ้น และช่วยรักษาระดับความชื้นในป่านั้นๆ ให้คงที่อยู่ตลอดไป ชนิดที่ขึ้นอยู่ตามใบนั้น เมื่อขยี้จะมีกลิ่นฉุน จำพวกนี้จัดอยู่ในกลุ่มตะไคร่น้ำ (hepatics)
๓. ผักกูด (ferns) จะขึ้นอยู่มากในป่าดิบชื้น และทำหน้าที่ทำนองเดียวกันกับหญ้ามอสส์ และตะไคร่น้ำ ผักกูดบางชนิดมีทรวดทรงและใบงดงามจึงมีผู้นำมาปลูกเป็นไม้ประดับกันหลายชนิดเช่น ข้าหลวงหลังลาย ชายผ้าสีดา และกูดหูควาก เป็นต้น ผักกูดบางชนิดชาวชนบทได้ใช้เป็นสมุนไพร เช่น ว่านงู หรือว่านนาคราช กล่าวกันว่าใช้แก้งูพิษได้ดี
๔. กล้วยไม้ (orchids) มักชอบขึ้นในป่าที่มีภูมิอากาศแห้งในเวลากลางวัน และความชื้นสูงในเวลากลางคืน และจะพบว่ากล้วยไม้ส่วนใหญ่มักขึ้นในป่าเต็ง รัง ที่มีความร้อนจัดในตอนกลางวันกล้วยไม้ที่พบขึ้นตามต้นไม้ และก้อนหินที่มีดอกสวยงามนั้นก็คือ
ฟ้ามุ่ย ดอกสีน้ำเงินขนาดใหญ่
สามปอยดง ดอกสีขาวอมเหลือง กลิ่น หอมและบานทน
ช้างกระ ดอกสีขาวมีประแดง กลิ่นหอมและบานทน
ช้างเผือก ดอกสีขาวสะอาด กลิ่นหอมและบานทน
ช้างแดง ดอกสีแดง กลิ่นหอมและบานทน
กุหลาบเหลือง ดอกสีเหลือง ลิ้นม่วงแดง
โคราช กลิ่นหอมและบานทน
เอื้องคำและเอื้องผึ้ง ดอกสีเหลือง
ผมผีพราย ดอกสีม่วงชมพู
เอื้องแซะ ดอกขาวลิ้นเหลือง กลิ่นหอม นิยมปลูกทางเหนือ เพราะพบขึ้นตามป่าเขาระดับสูง
เข็มเหลือง ดอกสีเหลืองส้ม
เข็มแสด ดอกสีเหลืองแสด
เข็มแดง ดอกสีม่วงแดง
๕. ไทร เป็นพันธุ์ไม้ในสกุลมะเดื่อ (Ficus)ผลสุกเป็นอาหารหลักของนกชนิดต่างๆ เมื่อนกไปถ่ายมูลไว้ตามคบไม้ เมล็ดไทรก็จะงอกขึ้นเป็นต้น และส่งรากลงมาตามลำต้นไม้จนถึงพื้นดินได้อาหารในดินเพิ่มขึ้นก็จะเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งเรือนยอดขึ้นไปเหนือต้นไม้ที่อาศัยอยู่ ในขณะเดียวกันก็ใช้รากโอบพันลำต้นไว้เพื่อพยุงลำต้นให้สามารถทรงตัวอยู่ได้อย่างมั่นคง ในที่สุดต้นไม้นั้นจะตายเพราะไม่ได้รับแสงแดดเพียงพอ ต้นไทรก็สามารถยืนต้นอยู่ได้ โดยอาศัยลำต้นตายนั้นเป็นแกน ไทรมีอยู่มากชนิด ที่พบมากคือ ไทรพัน ไทรทอง กร่างและไกร
[กลับหัวข้อหลัก]