การป้องกันกำจัดศัตรูพืชอาจทำได้หลายวิธีด้วยกัน คือ
๑. การทำลายเศษพืช การทำลายเศษกิ่งไม้ใบไม้ตลอดจนวัชพืชในแปลงไม้ผลหรือบริเวณรอบๆ สวนผลไม้ นับว่าเป็นการป้องกันโรคและแมลงได้ดีวิธีหนึ่ง เพราะโรคและแมลงอาจอาศัยเศษกิ่งไม้ใบไม้ หรือต้นหญ้าเหล่านั้นเป็นที่แพร่พันธุ์
๒. การฆ่าเชื้อในดิน โรคหรือแมลงบางชนิดอาศัยอยู่ในดินหรือส่วนของพืชที่อยู่ใต้ดิน ควรทำการกำจัดศัตรูในดินก่อนทำการปลูกต้นไม้ เพราะถ้าทำหลังจากที่ปลูกพืชแล้ว อาจเป็นอันตรายต่อต้นไม้ในสวนได้ และในบางครั้งอาจมีผลต่อคุณ
สมบัติของดิน ทั้งนี้เพราะจุลินทรีย์ในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชอาจได้รับอันตราย และถ้ามีการระบาดของโรคหรือแมลงใหม่อีกจะทำให้การระบาดรุนแรงกว่าเก่า การป้องกันกำจัดศัตรูใต้ดินอาจทำได้หลายทางด้วยกัน เช่น ใช้ความร้อนหรือสารเคมีมีสารเคมีหลายชนิดที่ใช้สำหรับการฆ่าเชื้อในดิน เช่น เมทิลโบรไมด์ คลอโรพิคริน ไดคลอดโรโพรฟีนเอทิลไดโบรไมด์ ฟอร์มาลดีไฮด์ เป็นต้น
๓. การป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี สารเคมีอาจมีสมบัติเฉพาะ คือ ไม่สามารถกำจัดศัตรูได้ทุกชนิด จึงเกิดมียากำจัดศัตรูพืชหลายประเภทด้วยกันเช่น ย่าฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อรา ยากำจัดวัชพืช ยาฆ่าไรแดง ยากำจัดหอยและทาก ยากำจัดไส้เดือนฝอยยากำจัดหนูหรือสัตว์ฟันคู่ ยากำจัดบัคเตรี เป็นต้น
๔. การป้องกันกำจัดด้วยวิธีปฏิบัติเป็นการป้องกันกำจัดแมลงที่มีความสำคัญอีกวิธีหนึ่ง เช่น การจับด้วยมือหรือสวิง ตลอดจนใช้เครื่องมืออื่นๆ เช่น จุดตะเกียงล่อ การหุ้มห่อผลไม้ นอกจากนี้อาจใช้วิธีเขตกรรม เช่น การไถพรวนหรือปลูกพืชหมุนเวียน การตั้งด่านกักกันพืชก็จัดอยู่ในวิธีปฏิบัติเช่นกัน
๕. การใช้พันธุ์ต้านทานโรค การป้องกันแบบนี้ส่วนมากเป็นผลมาจากการผสมพันธุ์เพื่อให้เกิดพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานโรค หรืออาจได้จากการคัดพันธุ์หรือต้นตอที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลงตัวอย่างเช่น กล้วยไข่ กล้วยหักมุก และกล้วยหอมเขียวจะทนต่อโรคตายพรายของกล้วย ต้นตอที่เพาะจากทุเรียนดอน ทนต่อโรคโคนเน่าของทุเรียนต้นตอส้มสามใบ คลีโอพัตรา และซาวออร์รินจ์ มีความต้านทานต่อโรคโคนเน่าของส้ม เป็นต้น
๖. การป้องกันกำจัดทางชีววิธี (biological control) การป้องกันกำจัดทางชีววิธีเป็นการใช้สิ่งที่มีชีวิตช่วยควบคุมศัตรูพืช เช่นการใช้แมลงเต่ากำจัดเพลี้ยอ่อนและเพลี้ยแป้ง การใช้บัคเตรีกำจัดหนอนของแมลง การใช้ถั่วลายกำจัดหญ้าคา เป็นต้น
ในธรรมชาติจะมีศัตรูอยู่ ๒ ประเภท คือ ศัตรูตามธรรมชาติ และศัตรูพืช ศัตรูทั้งสองอย่างนี้จะต้องควบคุมกันเองได้ตามธรรมชาติจึงจะเกิดสมดุล ศัตรูตามธรรมชาติเป็นศัตรูที่เป็นประโยชน์ต่อการเกษตร เพราะช่วยกำจัดศัตรูให้กับชาวสวนศัตรูประเภทนี้แบ่งออกได้เป็น ตัวห้ำ (predator) และตัวเบียน (parasite) ตัวห้ำเป็นสัตว์ที่กินแมลงหรือสัตว์อื่นๆ เป็นอาหาร เช่น ตั้กแตนตำข้าว หมาร่าแมลงเต่า ส่วนตัวเบียนเป็นสัตว์หรือจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนแมลงซึ่งเป็นตัวอาศัย (host) และตัวเบียนจะได้อาหารจากตัวอาศัยนั้นๆ ทำให้ศัตรูพืชที่เป็นตัวอาศัยได้รับอันตรายหรือตายได้ ตัวอย่างเข่น การใช้บัคเตรี (Bacillus thuringiensis) กำจัดหนอน จุลินทรีย์ตัวนี้จะทำให้หนอนพิการไม่สามารถเคลื่อนที่หรือ หาอาหารได้ ตัวหนอนเหล่านั้นก็จะตายไปในที่สุดทำให้ธรรมชาติมีศัตรูพืชอยู่ในปริมาณที่ไม่มากพอจะทำให้เกิดความเสียหายแก่พืชผลได้
[กลับหัวข้อหลัก]