
08 มิถุนายน พ.ศ.2353 : วันเกิด โรเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ ชูมันน์ คีตกวีชาวเยอรมัน
8 มิถุนายน พ.ศ. 2353 วันเกิด โรเบิร์ต อเล็กซานเดอร์ ชูมันน์ (Robert Alexander Schumann) คีตกวียุคโรแมนติกชาวเยอรมัน เกิดที่เมืองซวิคเคา (Zwickau) แคว้นซักโซนี (Saxony) ของเยอรมัน พ่อเป็นนักเขียน ที่บ้านจึงมีหนังสืออยู่มากมายให้ชูมันน์อ่าน นอกจากเล่นเปียโนแล้วเขายังแต่งเพลงได้ตั้งแต่ 7 ขวบ อีกทั้งยังชอบเขียนนิยายและบทกวีมา ตอนอายุ 16 ปีพ่อเสียชีวิต ชูมันน์ลังเลว่าจะเป็นนักดนตรีหรือนักเขียนดี แต่แม่ก็ตัดสินใจให้เขา โดยส่งไปเรียนกฎหมายที่เมืองไลพ์ซิก แต่ด้วยบรรยากาศของเมืองกลับเต็มไปด้วยเสียดนตรี ชูมันน์จึงมักจะนั่งเล่นเปียโนให้เพื่อน ๆ ฟังเสมอ หรือไม่ก็อ่านนิยายของเชคสเปียร์หรือเกอเธ เขาเริ่มเรียนเปียโนอย่างจริงจังตอนอายุ 20 ปีกับ ฟริดริช วิค (Friedrich Wieck) ซึ่งมีลูกสาวสวยและเป็นนักเปียโนอนาคตไกล ชูมันน์มุ่งมั่นฝึกฝนเปียโนอย่างจริงจัง โดยผูกนิ้วนางแขวนไว้จนชาและพิการ เขาจึงต้องหยุดเล่นเปียโนและหันมาแต่งเพลงอย่างจริงจัง เพลงแรกคือ Abegg Variations และเริ่มเขียนวิจารณ์เพลงลงในนิตยสารดนตรี เขาแต่งงานกับ คลารา วิค (Clara Wieck) ลูกสาวของครูเปียโนของเขาในปี 2383 ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชูมันน์มีความสุขมาก เขาเขียนเพลงที่สวยงามออกมาจำนวนมาก อาทิ Spring Symphony ชูมันน์เริ่มประสบปัญหาเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีลูกเพิ่มขึ้นถึง 8 คน ขณะที่ยังยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก เขาจึงคิดหนักและเครียด ในที่สุดก็เริ่มมีอาการของโรคประสาท จนต้องพักงาน ภรรยาของเขาต้องยอมทิ้งอนาคตทางดนตรีมาคอยดูแลให้กำลังใจเขา ภายหลังเขาพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองเดรสเด็น (Dresden) ซึ่งเงียบสงบและอากาศดี อาการของเขาเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จนกลับมาแต่งเพลงได้อีกครั้ง ปี 2893 เขาย้ายไปเป็นผู้อำนวยการดนตรีที่เมืองดึสเซลดอล์ฟ (Düsseldorf) แต่ไม่นานก็เริ่มกระทบกระทั่งกับผู้ร่วมงานซึ่งหาว่าเขาสติไม่ดี จึงต้องออกจากงาน สุขภาพของเขาเริ่มทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ จนต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลโรคประสาทที่เมืองเอ็นเด็นนิช (Endenich) จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม 2399 เขาก็สิ้นใจในอ้อมแขนของภรรยา ผลงานของชูมันน์มักจะผิดแผกออกไปจากขนบ โดยมีลักษณะราวกับงานจิตรกรรมอิมเพรสชันนิสม์ ที่เขาบรรจงแต่งแต้มสีสันอันเป็นอารมณ์ของเพลงลงไป นับว่าเป็นการช่วยเพิ่มความงามให้แก่ดนตรีในยุคโรแมนติกยิ่งขึ้น ชูมันน์เป็นคนอ่อนไหวอย่างยิ่ง ตอนช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาเริ่มเห็นภาพลวงตาและได้ยินเสียงประหลาดจนต้องกระโจนออกจากเตียงรีบจดเอาไว้ บางครั้งเขาลุกขึ้นไปเล่นเปียโนตอนดึก ๆ แล้วร้องให้ ดนตรีของชูมันน์มักดำเนินไปบนแบบแผนใหม่ ๆ ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้คนหัวจารีตไม่น้อย ผลงานของเขามักถูกเปรียบเปรยว่าเป็นผลงานของคนบ้าโดยแท้ ตลอดชีวิตเขาดำรงอยู่อย่างยากลำบาก จนป่วยเป็นโรคประสาทและตายไปอย่างอนาถา แต่หลังเขาจากไปแล้ว โลกนี้ถึงประจักษ์ว่าบทเพลงของเขายิ่งใหญ่เพียงใด