ความรู้ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์ เพลงใหม่ เพลง

โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร หมายถึง, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร คือ, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร ความหมาย, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร



โหมดถ่ายภาพของกล้องนั้น หลายๆรุ่นอาจจะมีไม่เหมือนกัน แล้วแต่ลูกเล่นของแต่ละค่าย แต่ที่มีอยู่แบบมาตรฐานๆ ทั่วๆไปก็มี Auto, P, A, S, M ทั้งหมด 5 โหมดที่ใช้กันบ่อยที่สุด
มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละโหมดมีหน้าที่อย่างไรกันบ้าง
      Auto : ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า Auto ก็คือการทำงานของกล้องแบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ท่านสามารถถ่ายได้อย่างรวดเร็ว กด "ฉับ" เดียวได้รูปเลย แต่ก็ต้องแลกมาด้วยภาพที่อาจจะไม่ค่อยดีเท่าที่กล้องควรจะทำได้ ถ้าเราลองถ่ายในสภาพแสงที่น้อยๆ มีความแปรปรวนของสภาพแสงมากหน่อย การใช้โหมด Auto อาจไม่ใช่คำตอบ
      P : ก็คือ Program โหมดนี้ก็คือโหมด Auto แปลงร่างมานั่นเอง ซึ่งการทำงานโหมดนี้ กล้องจะคำนวนรูรับแสงและความไวชัตเตอร์ ให้โดยอัตโนมัติ แต่เราสามารถกำหนด ISO และการชดเชยแสงได้ โหมดนี้เหมาะสำหรับคนที่พอควบคุมกล้องได้บ้าง ถ่ายสนุกดี แต่ก็ยังไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของกล้องได้ไม่เต็มที่เช่นเดียวกับโหมด Auto
      A : AV : ก็คือ Aperture Priority เป็นโหมดที่เรากำหนดรูรับแสงเอง โดยกล้องจะคำนวณความไวชัตเตอร์ให้โดยอัตโนมัติ เหมาะกับการถ่ายภาพบุคคล หรือภาพอะไรก็ตาม ที่ต้องการกำหนดรูรับแสงไว้ค่าใดค่าหนึ่งเสมอ แต่มีข้อควรระวังคือ เราต้องคอยดูความไวชัตเตอร์ไว้เสมอ เพราะถ้าไม่พอภาพก็อาจจะเบลอ เสียได้ ทางแก้ก็คือ ดันISO เพิ่มขึ้นเราจะได้ความไวชัตเตอร์ที่มากขึ้น
      S : ก็คือ Shutter Priority คือโหมดที่เรากำหนดความไวชัตเตอร์เอง โดยกล้องจำคำนวณรูรับแสงให้โดยอัตโนมัติ เหมาะกับการถ่ายแบบ แพนกล้อง ถ่ายภาพAction ภาพกีฬา หรือภาพใดๆที่เราต้องการหยุดการเคลื่อนไหวของแบบเอาไว้ แต่ระวังภาพมืด ถ้าหากเราปรับความไวชัตเตอร์มากไป แต่ลืมดูไปว่ารูรับแสงกว้างพอสำหรับสภาพแสงขณะนั้นหรือไม่ ทางแก้ก็คือ ดันISO ช่วยอีก
      M : Manual คือโหมดที่เราควบคุมกล้องเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรูรับแสง หรือความเร็วชัตเตอร์ เป็นโหมดที่ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ภาพของเราได้อย่างเต็มที่ อาจจะช้าสำหรับการปรับตั้งค่าก่อนถ่าย ทำให้ไม่เหมาะกับการถ่ายภาพที่ต้องเร่งรีบซักเท่าไหร่ เว้นแต่ใครที่ปรับเก่งๆ ไวๆ วัดแสงแม่นๆ ก็ทำให้กล้องสามารถ สร้างภาพถ่าย ที่ดีที่สุดออกมาได้
      สรุปแล้ว การถ่ายภาพ ไม่ว่าจะโหมดใดก็แล้วแต่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับ มุมมอง และก็ความสร้างสรรค์ของคนถ่ายภาพ แล้วก็ไม่จำเป็นตายตัวว่าจะต้องใช้โหมดไหนโหมดนั้นอย่างเดียว เราควรจะใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ฺมากกว่า อย่างเช่นผมจะถ่ายด้วยโหมด A เป็นหลัก S เอาไว้ถ่ายภาพกีฬา แอคชั่น, M เอาไว้ถ่าย ภาพที่แปลกตาออกไป เช่นถ่ายภาพแสงไฟถนนกลางคืน น้ำตกที่นุ่มนวล เป็นต้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ต้องใช้แฟลชร่วมในการถ่ายภาพ ผมจะ้ใช้แต่โหมด M เท่านั้น ยิ่งเ้ป็นกลางคืนด้วยแล้ว โหมด M ดูจะเป็นโหมดที่ตอบโจทย์ผมได้ดีทีเดียว
     ที่มา : http://www.jirath.com/

โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร หมายถึง, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร คือ, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร ความหมาย, โหมด Auto P A S M ของกล้อง แตกต่างกันอย่างไร คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

คำยอดฮิต

Sanook.commenu