ความรู้ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์ เพลงใหม่ เพลง

JTEPA, JTEPA หมายถึง, JTEPA คือ, JTEPA ความหมาย, JTEPA คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
JTEPA

          JTEPA ย่อมาจาก Japan – Thailand Economic Partnership Agreement หรือ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น มีจุดมุ่งหมาย ๒ ประเด็น คือ    

          ๑. การเปิดเสรีสินค้า บริการ และการลงทุนให้แก่กันและกัน ในระดับที่ต่างฝ่ายต่างรับได้ โดยมีกลไกแก้ปัญหาหากการเปิดเสรีส่งผลกระทบรุนแรง และสำหรับสินค้า บริการ การลงทุนที่ฝ่ายใดยังไม่พร้อมเปิดในขณะนี้ก็สามารถเปิดเจรจาทบทวนเพิ่มเติมใหม่ได้ในอนาคต     

          ๒. ความร่วมมือ รวม ๙ สาขา คือ เกษตร ป่าไม้ และประมง / การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์/ การสร้างเสริมสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ / บริการการเงิน / เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) / วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม / วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) / การท่องเที่ยว / การส่งเสริมการค้าและการลงทุน ซึ่งมีเรื่องครัวไทยสู่โลก อุตสาหกรรมเหล็ก ยานยนต์ สิ่งทอ และการประหยัดพลังงานเป็นหลัก โดยที่ความตกลงนี้มีกลไกทบทวนปรับปรุงในอนาคต หากฝ่ายใดต้องการบอกเลิกก็สามารถทำได้เพียงแค่แจ้งอีกฝ่ายล่วงหน้า ๑ ปี

          JTEPA นั้นแตกต่างจาก FTA อื่นๆ เนื่องจากไม่ปรากฏประเด็นละเอียดอ่อนที่มักมีการคัดค้านใน FTA อื่น ๆ กล่าวคือ ไม่มีการเปิดเสรีเกินกว่าที่ไทยให้ไว้ใน WTO ในภาคบริการโทรคมนาคม บริการการเงิน จัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะสิทธิบัตรยา ไทยไม่ต้องออกหรือแก้ พ.ร.บ.ใดๆ เพื่อให้ปฏิบัติตามได้

          ในอดีตนั้นเมื่อมี FTA ก็มักจะส่งผลกระทบกับภาคการเกษตร เพราะจะทำให้สินค้าทางการเกษตรของต่างชาติหลั่งไหลเข้ามา และจากการที่ราคาของสินค้าต่างชาตินั้นถูกกว่า คนไทยจึงเลือกที่จะซื้อสินค้าของต่างชาติ แต่ใน JTEPA นี้กลับตรงกันข้าม เกษตรกรไทยจะเป็นผู้ได้ประโยชน์เมื่อ JTEPA มีผลบังคับใช้ เพราะจะมีโอกาสขายสินค้าเกษตร เช่น พริกหวาน กล้วยหอม มะม่วง มังคุด สับปะรด ดอกไม้ ไก่ กุ้ง อาหารทะเลได้มากยิ่งขึ้น มาตรฐานสินค้าจะดีขึ้น สหกรณ์เกษตรไทยจะได้ติดต่อสัมพันธ์กับสหกรณ์เกษตรญี่ปุ่น สามารถขายตรง สินค้าไม่ถูกปฏิเสธ ตัดกำไรคนกลาง มีความเข้มแข็งมากขึ้น ส่วนที่เกรงว่าสินค้าเกษตรญี่ปุ่นจะทะลักมาตีตลาดสินค้าเกษตรไทยก็คงไม่เกิด เพราะผัก ผลไม้จากญี่ปุ่นมีราคาแพง



ข้อเสียของ JTEPA

ข้อเสียของ JTEPA มีดังนี้    

          - เปิดเสรีภาคอุตสาหกรรมเหล็ก รถยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ ผู้ประกอบการที่ต้องการให้คงภาษีปกป้องอุตสาหกรรมของตนอาจได้รับผลกระทบ แต่ก็มีเวลาปรับตัวระหว่าง 5-11 ปี ทั้งนี้เอกชนไทยก็ทราบดีว่าเป็นแนวโน้มของการเปิดเสรีในกรอบพหุภาคี (WTO) และอาเซียน (AFTA) อยู่แล้ว นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้เตรียมกองทุนเพื่อทำงานร่วมกับสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ในการให้คำปรึกษาด้านการปรับตัว            

          - รายได้จากภาษีศุลกากร เป็นปกติที่ลดภาษีแล้วประเทศจะขาดรายได้ภาษีศุลกากร รายได้ส่วนที่รัฐบาลขาดไปคือรายรับส่วนที่ผู้ผลิตประหยัดได้จากการนำเข้าวัตถุดิบ ซึ่งจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดีขึ้น รัฐบาลจะได้รายได้จากภาษีอื่นเพิ่มขึ้น เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล นอกจากนั้น การลดภาษีจะทำให้ผู้บริโภคซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่มีทางเลือก สินค้าและบริการราคาถูกลง คุณภาพดีขึ้น

          - การขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นคงมีต่อไป เพราะถ้าไทยจะขายสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมให้ญี่ปุ่นมากขึ้นก็ยังคงต้องนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรมาขยายการผลิตด้วยเช่นกัน การขาดดุลควรมองภาพรวมเพราะหากขาดดุลกับประเทศหนึ่งเพื่อได้ดุลกับประเทศอื่นๆ และได้ดุลในภาพรวมก็ไม่เกิดความเสียหายใดๆ

ที่มา http://learners.in.th/blog/law-for-Disabled/27874

ข้อมูลเพิ่มเติม  http://www.mfa.go.th/jtepa/ 



ข้อดีของ JTEPA

ข้อดีของ JTEPA มีดังนี้    

          - การสร้างความเชื่อมั่น JTEPA จะส่งสัญญาณให้นักลงทุนญี่ปุ่นมั่นใจและเพิ่มการลงทุนในไทย จะส่งสัญญาณให้นักลงทุนชาติอื่นๆ ลงทุนในไทยมากขึ้นเพื่อได้ตลาดญี่ปุ่น                    

          - สินค้าเกษตร ญี่ปุ่นยกเลิกภาษีทันทีสำหรับ กุ้ง ผลไม้เมืองร้อน ผัก ผลไม้แปรรูป ผลไม้กระป๋อง ยกเลิกภาษีใน 5-10 ปีสำหรับปลาหมึก อาหารสุนัขและแมว ลดภาษีลงกว่าครึ่งหรือครึ่งหนึ่งในระยะแรกสำหรับอาหารทะเลสำเร็จรูป และไก่ต้มสุก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังให้โควตาสำหรับ กล้วย แป้งมันสำปะหลัง กากน้ำตาล สับปะรดสด โดยไม่เสียภาษี     

          - สินค้าอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นยกเลิกภาษีทันที สำหรับอัญมณี สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เคมีภัณฑ์ และยกเลิกภาษีใน 7 - 10 ปีสำหรับรองเท้าและเครื่องหนัง      สินค้าที่ลดภาษีทันทีคิดเป็นมูลค่าร้อยละ 80 ของสินค้าไทยที่เข้าญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา   

          - การค้าบริการ ไทยเปิดเสรีให้ญี่ปุ่นเพิ่มเติมจาก WTO เพียง 14 สาขา ขณะที่ญี่ปุ่นเปิดให้ไทยเพิ่มเติมหรือเปิดกว้างขึ้นจาก WTO ถึงกว่า 135 สาขา     

          - การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีโดยทั่วไป ญี่ปุ่นยอมรับที่จะพิจารณาเทียบวุฒิปริญญาตรีที่ได้รับในประเทศไทยเทียบเท่ากับวุฒิปริญญาที่ได้ในญี่ปุ่น ทำให้คนไทยสามารถเข้าไปตั้งกิจการให้บริการในญี่ปุ่นได้หลายสาขา อาทิ สาขาโฆษณา โรงแรม ร้านอาหาร จัดเลี้ยง จัดการประชุม จัดทัวร์ รักษาความปลอดภัย ล่ามแปล บริการดูแลคนสูงอายุ สอนภาษา รำไทย ฯลฯ     

          สำหรับพ่อครัว-แม่ครัวไทย ซึ่งไม่ต้องจบปริญญาตรี ญี่ปุ่นยอมลดเงื่อนไขการเข้าเมืองเรื่องประสบการณ์ทำงานจาก 10 ปีเหลือ 5 ปี (รวมเวลาศึกษาด้วย เช่น ปวส. 3 ปี) ส่วนการรับพนักงานสปาและคนดูแลผู้สูงอายุไทยเข้าไปทำงานในญี่ปุ่นนั้น ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเจรจารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุปให้ได้ภายใน 2 ปีหลัง JTEPA มีผลบังคับใช้ และมีกลไกเจรจาอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้ปริญญาต่อไป    

          - ความร่วมมือสาขาต่างๆ ภาคเกษตร ธุรกิจ SMEs การท่องเที่ยว ฯลฯ ได้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน ที่จะต้องใช้ประโยชน์จากกลไกที่วางไว้ให้เต็มที่


JTEPA, JTEPA หมายถึง, JTEPA คือ, JTEPA ความหมาย, JTEPA คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

คำยอดฮิต

Sanook.commenu