ความรู้ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์ เพลงใหม่ เพลง

“โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม หมายถึง, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คือ, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ความหมาย, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
“โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

นอกเหนือไปจากอวัยวะครบ 32 ประการในร่างกายคนเราแล้ว ปัจจุบันดูเหมือนว่า “โทรศัพท์มือถือ” กำลังจะกลายเป็นส่วน
หนึ่งของคนยุคโลกาภิวัฒน์ที่จะขาดเสียมิได้ เพียงแต่ว่าอวัยวะส่วนนี้โดยมาก จะเริ่มงอกเงยขึ้นมาในช่วงที่เป็น “วัยรุ่น” ซึ่งข้อดีของ
โทรศัพท์มือถือก็มีอยู่ไม่น้อย อาทิ ทำให้เราสามารถสื่อสารถึงกันและกันได้ตลอดเวลา และแทบทุกสถานที่ ทำให้เราสามารถโทรนัด
สถานที่ หรือโทรเรียกช่าง/บริษัทประกันมาได้ทันท่วงที เมื่อรถเสีย รถชนบนทางด่วนหรือในบางสถานที่ที่ไม่มีโทรศัพท์สาธารณะ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี สิ่งใดมีคุณอนันต์ สิ่งนั้นก็มักมีโทษมหันต์ด้วย หากผู้ใช้นำไปใช้ในทางที่ผิด หรือใช้ไม่เป็น โทษของโทรศัพท์มือถือได้ก่อ
ให้เกิดโรคใหม่ๆ หลายประการ ดังนี้

 

โรคเห่อตามแฟชั่น นิยมเปลี่ยนมือถือไปตามแฟชั่นเพื่อให้อินเทรน ดูทันสมัย ไม่ตกรุ่น
โรคทรัพย์จาง ดิ้นรนหาเงินเพิ่มหรือไปกู้หนี้ยืมสินมาซื้อมือถือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้นจากค่าโทรศัพท์และค่าบริการต่างๆ
โรคขาดความอดทนและใจร้อน เพราะความสะดวกสบายในการใช้โทรศัพท์มือถือ ที่ว่าตรงไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ กดปุ๊บ
ติดปั๊บนี่เอง ทำให้หลายๆ คนกลายเป็นคนที่ทนรอใครนานไม่ได้ หรือไม่ยอมทนแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ
โรคขาดกาลเทศะและมารยาท เช่น การใช้โทรศัพท์เวลาประชุม อาจเป็นการรบกวนผู้อื่นในเวลานอน เวลารับประทาน
อาหาร เวลาพักผ่อน หรือเป็นวันหยุด กำลังใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เป็นต้น
โรคขาดมนุษยสัมพันธ์ หากวันไหนไม่ได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อน ก็อาจจะเกิดอาการเฉาหรือเหงาหงอย โดยไม่คิดจะมี
มนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนคนอื่นหรือคนที่อยู่รอบข้าง กลายเป็นคนแยกตัวออกจากสังคม นอกจากโรคดังกล่าวข้างต้นแล้ว โทรศัพท์มือถือ
ยังมีผลข้างเคียงทำให้เสียสุขภาพในด้านอื่นๆ อีก เช่น ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น เพราะมัวแต่คุยทั้งวันทั้งคืนเลยนอนดึก
นอนไม่พอ ทำให้หูตึงหรือมีโรคเกี่ยวกับหู เกิดอาการปวดหัว ไมเกรนหรือมีปัญหาทางเส้นประสาท เพราะคลื่นจากมือถือที่มีกำลังส่ง
แรงสูง ทำให้เกิดพวกโรคจิตเพิ่มขึ้น คือพวกที่ชอบแอบถ่าย หรือบางคนก็ถ่ายภาพหวิวของตัวเองไปลงตามอินเตอร์เน็ต เพราะทำได้
ง่ายและสะดวกสบายขึ้น หลายๆ ครั้ง มือถือทำให้ขาดความระมัดระวัง ขับไปพูดไป จนทำให้เกิดอุบัติเหตุ รถชนกัน หรือชนคนอื่น
นอกจากนี้ มือถือยังก่อให้เกิดอาชญากรรม ถูกคนร้ายติดตามมาทำร้ายร่างกายหรือแย่งชิงทรัพย์ได้ง่ายอีกด้วย

การแผ่รังสี ของตัวโทรศัพท์มือถือ
          โดยสิ่งที่ได้รับการกล่าวถึง ในด้านอันตรายที่สุดก็คือ การแผ่รังสี ของตัวโทรศัพท์เอง ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สิ่งมีชีวิตหาก
ได้รับรังสีในปริมาณมากๆ ยิ่งมีความเข้มของรังสีสูงแล้ว ย่อมทำอันตรายถึงชีวิตได้ โดยโรคที่คาดว่าจะก่อให้เกิดได้จากการรับรังสี
จากมือถือ ก็คือ มะเร็งในสมอง องค์การอาหารและยาของอเมริกา ยอมรับว่า คลื่นความถี่รังสีวิทยุ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งมี
ชีวิต (เช่น ไมโครเวฟ) และในโทรศัพท์มือถือ ก็ก่อให้เกิดรังสีประเภทนี้ แม้ในภาวะปกติ จะพบรังสีนี้อยู่น้อยมาก แต่เมื่อเกิดการ
สื่อสาร พูดคุย ปริมาณรังสีก็จะมากขึ้น โดยในปีหนึ่งๆ มีผู้ป่วยด้วยมะเร็งในสมองเป็นอัตรา 6 คนต่อ 1 แสนคน ถ้ามีผู้ใช้โทรศัพท์
80 ล้านคน ก็จะมีผู้ป่วยถึง 4800 คนในแต่ละปี แต่ก็ไม่ได้ฟันธงลงไปว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเพราะใช้มือถือ ได้แต่เพียงเตือนว่า ผู้ใช้
มือถือมีโอกาสเป็นมะเร็งในสมองสูงกว่าผู้ไม่ได้ใช้เท่านั้นเอง นายแพทย์สักกะ ณ ตะกั่วทุ่ง แพทย์หู คอ จมูก ประจำโรงพยาบาล
พญาไท กล่าวว่า สิ่งที่วงการแพทย์สามารถยืนยันได้ถึงผลกระทบดังกล่าวในขณะนี้ก็คือ การคุยโทรศัพท์เคลื่อนที่นานๆ ผู้ใช้อาจเกิด
อาการปวดศีรษะ, ผิวหนังเหี่ยวย่น, ความจำแย่ลง ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสมมติฐานที่ว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของโทรศัพท์เคลื่อนที่ อาจ
ทำให้เกิดการรั่วของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งจะสะสมในระบบหมุนเวียนโลหิต ส่งผลให้เกิดโรคความดันสูง นอกจากนี้ ยังทำ
ให้เยื่อหุ้มสมองเสื่อม เป็นผลให้เกิดโรคความจำเสื่อม และอัลไซเมอร์ได้ นักวิทยาศาสตร์กล่าวแจ้งว่า มะเร็งของสมองต้องใช้เวลา
ก่อตัวหลายสิบปี ก่อนหน้านี้ราชสมาคมในลอนดอน ก็เคยเปิดเผยรายงานผลการศึกษาว่า ผู้ใหญ่ที่ใช้โทรศัพท์มือถือมาก่อนอายุ 20 ปี
เสี่ยงกับการจะเป็นมะเร็งสมองเมื่อตอนอายุ29 ปี ยิ่งกว่าคนที่ไม่ได้ใช้ถึง 5 เท่า ดร.คาร์เปนเตอร์ ชี้ว่า“มันอาจจะเป็นกับศีรษะทาง
ด้านที่ใช้พูดโทรศัพท์” และกล่าวว่า “เด็กทุกคนพากันใช้มันตลอดเวลา และทั้งโลกพากันใช้โทรศัพท์มือถือมากถึง 3 พันล้านเครื่อง
เขาเรียกร้องว่า ควรจะมีการติดคำเตือนให้กับโทรศัพท์มือถือ เหมือนกับตามซองบุหรี่เสีย นอกจากนี้ยังมีคำเตือนจากแพทย์ว่า ผู้ชาย
ไม่ควรพกมือถือที่เอว เสี่ยงรับผลกระทบต่อไขกระดูก และอัณฑะ ส่วนกรณีโรคหัวใจไม่ควรพกใส่กระเป๋าเสื้อ แม้ไม่มีผลยืนยันชัดเจน
แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน อีกทั้งไม่ควรโทรนานเกิน 15 นาที เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของสมองและระบบเม็ดเลือดแดง

โทรศัพท์มือถือที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ก่อให้เกิดขยะได้
          คงมีน้อยคนที่รู้ว่าในแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จะมีส่วนประกอบที่เป็นสารโลหะหนักผสมอยู่ ไส้แบตเตอรี่
ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้มี 2 ชนิดคือ... ชนิด NICAD (Nickel Cadmium Cells) และชนิด HYDRIDE (Nickel Metal Hydride Cells)
สารประกอบที่ใช้ในถ่านชนิด NICAD จัดเป็นขยะอันตรายที่ก่อให้เกิดโทษกับสุขภาพของคน และเกิดมลพิษในสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก
ขั้วลบของถ่านชนิดนี้เป็น "แคดเมียม ไฮดรอกไซด์" เมื่อบรรจุไฟแล้วจะกลายสภาพเป็นแคดเมียม เป็นสารก่อพิษในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
ในโลก แคดเมียมเป็นโลหะหนัก มีอยู่ในธรรมชาติแต่เป็นจำนวนน้อย ซึ่งหากร่างกายได้รับเข้าไปทีละน้อยจากการ หายใจ-กิน-ดื่ม ก็
จะเกิดพิษเรื้อรัง ทีละน้อย จนที่สุดอาจก่อให้เกิดอาการ... ระบบหายใจผิดปกติ ไตอักเสบ ไตวาย ข้อเสื่อม ถุงลมโป่งพอง และทำให้
เกิด มะเร็ง ในอวัยวะได้หลายชนิด "แคดเมียมที่ถูกทิ้งหรือปนเปื้อนเข้าใน ดิน-น้ำ หาก สัตว์ หรือ พืช รับเข้าไป เมื่อ คน กินสัตว์หรือ
พืชเข้าไปก็จะได้รับแคดเมียมสะสมเข้าไปในปริมาณที่เกิดพิษได้ง่าย" นิกเกิลกับแคดเมียมก็เป็นอีกสาเหตุ ที่ก่อให้เกิด
"โรคชนิดใหม่" ขึ้นมา ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็อาจสายไปเสียแล้ว และแม้ว่าบางบริษัทผู้ผลิตจะบอกว่าโทรศัพท์หรือแบตเตอรี่ทำมาจาก
"แมงกานีส" ซึ่งมีพิษน้อย จึงไม่เรียกคืน แต่แมงกานีสนี้ก็เป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกัน

สารโลหะหนักที่อยู่ในแบตเตอรี่ประกอบด้วย
          1. แคดเมียม ซึ่งหากสะสมในร่างกายในปริมาณถึงระดับหนึ่งก็จะก่อให้เกิดโรคไตวายได้ และเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งโดย
การสูดดม
          2. ตะกั่ว เป็นสารก่อมะเร็ง และมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางระบบย่อยอาหาร ไต โลหิต หัวใจ การพัฒนาของทารกในครรภ์
          3. ลิเธียม ก่อให้เกิดการการระเคืองต่อจมูก ลำคอ ทำให้หายใจติดขัดถ้ากลืนกินเข้าไปจะมีฤทธิ์ กัดกร่อนทำให้เกิดอาการ
เจ็บคอ ปวดท้องและอาเจียนได้ ถ้าเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจทำให้ตาบอด
          4. ทองแดง ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ และเป็นอันตรายหากกลืนกิน
          5. นิเกิล เป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการหอบหืด หลอดลมอักเสบ หายใจติดขัดและทำให้ผิวหนัง
อักเสบ และถ้ากลืนหรือกินเข้าไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

วิธีใช้โทรศัพท์มือถืออย่างเหมาะสม

          1.ใช้อุปกรณ์แฮนด์ฟรีทุกครั้ง เพื่อให้โทรศัพท์มือถืออยู่ห่างจากสมอง
          2. ขณะที่มีสายเรียกเข้า ควรกดรับสายให้ห่างจากตัวสักพัก แล้วค่อยนำโทรศัพท์มาแนบหู เพราะขณะที่มีสายเรียกเข้าจะมี
คลื่นแม่เหล็กจากโทรศัพท์ ซึ่งเป็นพลังแรงมากที่สุด
          3. อย่าติดหรือแขวนโทรศัพท์ ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพราะคลื่นรังสีจะแผ่มาถูกอวัยวะที่สำคัญ โดยเฉพาะกระดูกซึ่งมีไขกระดูก
ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดต่างๆ เช่น กระดูกเชิงกราน และกระดูกที่หน้าอก อาจทำให้มีผลกระทบต่อการสร้างเม็ดเลือดแดงและ
เม็ด
เลือดขาวได้
          4. ควรใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยที่สุดและไม่ควรใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
          5. ควรเก็บมือถือให้มิดชิด จะได้ไม่เป็นที่ล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพ

วิธีง่ายๆ ที่ช่วยประหยัดงบไม่ให้บานปลาย
          1. หากใช้บริการแบบเหมาจ่าย ควรตั้งระบบจำกัดการโทรออก ให้อยู่ในงบที่ตั้งไว้
          2. หากใช้ระบบเติมเงิน ก็ควรเติมให้อยู่ในงบที่จำกัดและจัดสรรการโทรตามเวลาที่กำหนด
          3. ควรใช้มือถือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
          4. ควรรู้จักประหยัด ไม่สิ้นเปลืองเงินทองไปกับเกมส์และการโหลดริงโทน

“ การใช้มือถืออย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานและเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง ”

 

โดย...คุณพงษ์เพชร  อินทร์เพชร

 

“โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม หมายถึง, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คือ, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ความหมาย, “โทรศัพท์มือถือ” ภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

คำยอดฮิต

Sanook.commenu