ความรู้ เกร็ดความรู้ สารานุกรม สารานุกรมออนไลน์ ความรู้รอบตัว ความรู้ทั่วไป พจนานุกรม เกมส์ เพลงใหม่ เพลง

ช่วงเวลา มีผลต่อตับ, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ หมายถึง, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ คือ, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ ความหมาย, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ คืออะไร
| เปิดอ่าน 0 | ความคิดเห็น 0
ช่วงเวลา มีผลต่อตับ

เรารู้จักร่างกายของเราดีแค่ไหน รู้หรือไม่ว่าในช่วงเวลาต่างๆ นั้น มีความสัมพันธ์กับการทำงานของร่างกายในส่วนต่างๆ ลองมาทำความเข้าใจ แล้วคุณจะได้ไม่ใช้ชีวิตแบบทรมานร่างกายตนเอง
เวลา ๐๑.๐๐ น. ถึง ๐๓.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของตับ- ควรนอนหลับพักผ่อน ถ้าใครนอนหลับได้ดีเป็นปรพจำในช่วงนี้ ตับจะหลั่งสารเมลาโทนินเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้หน้าอ่อนกว่าวัย- นอกจากนี้ยังหลั่งสารเอนโดรฟินออกมาด้วย จึงไม่ควรกินอาหารในช่วงเวลานี้เพราะจะทำให้ตับทำงานหนักและเสื่อมเร็ว- หน้าที่หลักของตับคือขจัดสารพิษในร่างกาย- หน้าที่รองคือช่วยไตในการดูแลผม ขน เล็บ และช่วยกระเพาะย่อยอาหารถ้ากินบ่อยๆจะทำให้ตับทำงานหนัก
อาหารบำรุงตับ คืออาหารที่ช่วยล้างพิษ เช่นงา เม็ดบัว น้ำผลไม้ และน้ำสะอาด
เวลา ๐๓.๐๐ น. ถึง ๕.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของปอด- จึงควรตื่นนอนลุกขึ้นมาเพื่อสูดอากาศบิสุทธิ์ และรับแสงแดดยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนช่วงนี้เป็นประจำ ปอดจะดี ผิวดีขึ้น และจะเป็นคนมีอำนาจในตัว คนที่มีปัญหาเรื่องปอดจะไม่ค่อยตื่นเวลานี้ คนตื่นได้ตีสามถึงตีห้าแปลว่าปอดแข็งแรง
อาหารบำรุงปอด คืออาหารจำพวกเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอสูง เช่น ผักใบเขียว ส้ม น้ำผึ้ง หัวหอมใหญ่
เวลา ๐๕.๐๐ น. ถึง ๐๗.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่- ควรขับถ่ายอุจจาระ ทำให้เป็นนิสัยทุกเช้า แต่คนเรามักจะไม่ตื่นในช่วงเวลานี้ซึ่งเป็นเวลาที่ลำไส้ต้องบีบอุจจาระลง*ถ้าไม่ถ่ายให้ใช้วิธีกดจุดที่ตำแหน่งสองข้างของจมูก*ถ้ายังไม่ถ่ายให้ดื่มน้ำอุ่น ๒ แก้ว*ถ้ายังไม่ถ่ายอีก ให้ดื่มน้ำผึ้งผสมมะนาวโดยใช้น้ำ ๑ แก้ว น้ำผึ้ง ๑ ช้อนโต๊ะ น้ำมะนาว ๔ ถึง ๕ ผล ทำน้ำดื่มจนกว่าจะถ่าย*หรือ บริหารโดยการยืนตรง หายใจเข้าแล้วก้มลงพร้อมทั้งหายใจออก เอามือท้าวเข่าแขม่วทอง จนเหมือนว่าหน้าท้องไปติดสันหลัง (คนที่ขับถ่ายยากต้องทานอาหารเช้า)
อาหารบำรุงลำไส้ใหญ่ คืออาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช
เวลา ๐๗.๐๐ น. ถึง ๐๙.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของกระเพาะอาหาร- กระเพาะอาหารจะทำงาน ถ้านทานอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ทุกวัน กระเพาะอาหารจะแข็งแรง ถ้าเราไม่ทานอาหารเช้า อุจจาระจะถูกดูดกลับมาที่กระเพาะอาหาร กลิ่นตัวจะเหม็น ถ้าปล่อยให้กระเพาะอาหารอ่อนแอจะส่งผลให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ขาไม่ค่อยมีแรง ปวดเข่า หน้าแก่เร็วกว่าวัยอาหารบำรุงกระเพาะอาหาร คืออาหารที่มีพลังงาน และสารอาหารอย่างน้อย ๑ ใน ๔ หรือร้อยละ ๒๕ ของปริมาณที่ควรได้รับตลอดทั้งวัน
เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๑.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของม้าม- ม้ามจะอยู่บริเวณชายโครงด้านซ้าย มีหน้าที่ควบคุมเมล็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน คนที่ปวดศรีษะบ่อย มักมาจากความผิดปกติของม้าม อาการเจ็บชายโครงสาเหตุมาจากม้ามกับตับ- ม้ามโตม้ามจะไปเบียดปอดทำให้เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง สร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย ถ้าม้ามชื้น อาหารและน้ำที่ทานเข้าไป จะแปรสภาพเป็นไขมัน จึงทำให้อ้วนง่าย- ผู้ที่มักนอนหลับในช่วงเวลานี้ ม้ามจะอ่อนแอ นอกจากนี้ม้ามยัโยงถึงริมฝีปาก ผู้ทั้พูดบ่อยๆ หรือพูดเก่งๆ ม้ามจะชื้นจึงควรพูดน้อย กินน้อย้ามจึงแข็งแรง
อาหารบำรุงม้าม คือ มันเทศแดง หรือเหลือง อาหารที่ทำจากหัวบุก
เวลา ๑๑.๐๐ น. ถึง ๑๓.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของกล้ามเนื้อหัวใจ- หัวใจทำงานหนักในช่วงเวลานี้ ควรหลีกเลี่ยงความเครียด เหตุที่ทำให้ต้องใช้ความคิดหนัก และหาทางระงับอารมณ์ตื่นเต้นหรืออาการตกใจให้ได้ เป็นช่วงของระบบหัวใจ หมายถึงกล้ามเนื้อหัวใจ คนที่มีปัญหาเรื่องนี้ ดูที่อาการปวดไหล่ ไม่ได้แสดงอาการที่หน้าอกอย่างที่เข้าใจกัน
อาหารบำรุงกล้ามเนื้อหัวใจ คือ กล้วย ส้ม มะเขือ เตย รากบัว อาหารที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เช่น ถั่วแดง และผลไม้สีแดง น้ำมันปลา วิตามินบีต่างๆ
เวลา ๑๓,๐๐ น. ถึง ๑๕.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของลำไส้เล็ก- ควรงดทานอาหารทุกประเภทเพื่อเปิดโอกาสให้ลำไส้ทำงาน ลำไส้เล็กมีห้าที่ดูดซึมสารอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เช่น วิตามินซี โปรตีน เพื่อสร้างกรดอะมิโน สร้าเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโนน้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน ผู้หญิงมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย ๑๑ ฟุต เพื่อให้ดูดซึมได้นานกว่า เนื่องจากต้องใช้กรดอะมิโนมากกว่าผู้ชาย เมื่อมีลำไส้ยาวกว่า จึงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าผู้ชาย ๑ คู่
อาหารบำรุงลำไส้เล็ก คือ อาหารไขมันต่ำ น้ำสะอาด
เวลา ๑๕.๐๐ น. ถึง ๑๗.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของกระเพาะปัสสาวะ- กระเพาะปัสสาวะจะเกี่ยวข้องกับระบบความจำ ไทรอยด์ และระบบเพศทั้งหมด ช่วงเวลานี้จึงควรำให้เหงื่อออก อาจจะออกกำลังกาย หรืออบตัว กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง
* ข้อควรระวัง- ถ้าเหงื่อมีโซเดียมปนออกมามาก ไตจะวาย- ถ้ามีโปตัสเซียมปนออกมามาก หัวใจจะวาย แก้ไขเรื่องหัวใจวายด้วยการดื่มน้ำส้ม หรือน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มโปตัสเซียม- การอั้นปัสสาวะบ่อยๆ ปัสสาวะจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้เหงื่อที่ออกมามีกลิ่นเหม็นเหมือนปัสสาวะ
อาหารบำรุงกระเพาะปัสสาวะ คือ ผลไม้ เช่น บิลเบอร์รี่ และดื่มน้ำสะอาดมากๆ
เวลา ๑๗,๐๐ น. ถึง ๑๙.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของไต- ควรทำจิตใจให้สดชื่น ผู้ใดมีอาการ่วงนอนช่วงเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหาเรื่องไตเสื่อม ถ้านอนหลับแล้วเพ้อแสดงว่าอาการหนักมาก*ไตซ้าย จะคุมสมองด้านขวา ซึ่งควบคุมด้านความคิดศร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรีย์ รักสวยรักงาม*ไตขวา จะคุมสมองด้านซ้าย ซึ่งควบคุมด้านความจำ- ถ้าลำไส้เล็กมีไขมันเกาะอยู่มาก อาหารที่อยู่ในรูปของสารละลายจะซึมผ่านลำไส้เล็กไม่ได้ จึงตกเป็นภาระของไต เป็นผลทำให้ไตทำงานหนักจึงกลายเป็นโรคไต ผู้ที่เป็นโรคไตสมองจะเสื่อม ปวดหลัง เป็หวัดง่าย มีเสลดในลำคอ
อาหารบำรุงไต คือ อาหารที่มีเกลือต่ำ รวมถึงสมุนไพรจีน เช่น ถั่งเฉ้า เม็ดบัว
เวลา ๑๙.๐๐ น. ถึง ๒๑.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของเยื่อหุ้มหัวใจ- ช่วงเวลานี้ควรจะสวดมนต์ ทำสมาธิ ปัญหาเกี่ยวกับเยื่อหุ้มหัวใจ คือทำให้หัวใจโต หัวใจรั่ว เส้นโลหิตหัวใจตีบ ดังนั้นผู้ป่วยต้องระวังเรื่องตื่นเต้น ดีใจ การหัวเราะ กรณ๊เส้นเลือดขอด ต้องดูแลเส้นเลือดหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้าชุดสีเข้ม (ดำ เทา) แช่เท้าในน้ำอุ่น
อาหารบำรุงเยื่อหุ้มหัวใจ คือ อาหารจำพวกโปรตีนที่มีไขมันต่ำ รวมถึงวิตามินบีต่างๆ
เวลา ๒๑.๐๐ น. ถึง ๒๓.๐๐ น. เป็นช่วงเวลาที่ต้องทำให้ร่างกายอบอุ่น- จึงห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงเวลานี้ เพราะจะทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย อย่าไปตากลม เพราะเป็นช่วงที่ลมเป็นพิษ- อาหารบำรุงทำให้ร่างกายอบอุ่น คือ อาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น ขิง โสม
เวลา ๒๓.๐๐ น. ถึง ๐๑.๐๐ น.เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี- ถุงน้ำดีเป็นถุงสำรองเก็นน้ำย่อยที่ออกจากตับ อวัยวะใดในร่างกายเมื่อขาดน้ำ จะมาดึงน้ำจากถุงน้ำดี ทำให้ถุงน้ำดีข้นเป็นผลให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อม เหงือกบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ ตื่นกลางดึก หรือตอนเช้าจะจาม (ถุงน้ำดีจะโยงถึงปอด) จะปวดศรีษะข้างเดียว หรือสองข้างโดยไม่ทราบสาเหตุ
* ทางแก้ คืออย่าใส่ชุดนอนที่มีผ้าใยสังเคราะห์ ไนล่อน ชุดนอนที่มำจากใยสังเคราะห์จะดูดน้ำในร่างกาย ควรสวมชุดผ้าฝ้ายดีที่สุด และควรดื่มน้ำก่อนเข้านอน หรือก่อนเวลา ๒๓.๐๐ น.
อาหารบำรุงถุงน้ำดี คือ อาหารที่มีไขมันต่ำ และไม่ทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ


ที่มาข้อมูล :polyboon.comรูปภาพจาก :โรงพยาบาลกรุงเทพ

ช่วงเวลา มีผลต่อตับ, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ หมายถึง, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ คือ, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ ความหมาย, ช่วงเวลา มีผลต่อตับ คืออะไร

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

คำยอดฮิต

Sanook.commenu