สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของไทย
 
เรามีความรู้เรื เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของไทย มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของไทย จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22
 
พัฒนาการของเครื่องถ้วยในประเทศไทย โดย นางทรรศนียา กัลยาณมิตร

          สังคมของมนุษย์ที่ปรากฏร่องรอยหลักฐานบนผืนแผ่นดินไทยนั้น พบว่ามิใช่มีอายุเก่าแก่เพียงสมัยสุโขทัย สมัยล้านนา และสมัยอยุธยาเท่านั้น แต่หลักฐานของมนุษย์ในแผ่นดินไทยกลับมีอายุนับย้อนขึ้นไปกว่าห้าหมื่นปี ซึ่งนับว่าเป็นระยะเวลาอันยาวนานพอที่จะสั่งสมและสร้างสรรค์อารยธรรมสังคมเมืองขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แห่งตนได้อย่างสง่างาม และสมควรแก่ความภาคภูมิใจแก่ชนทั้งหลายที่ได้อาศัยกำเนิดและดำรงชีวิตดังเฉกเช่นปัจจุบัน
         
          หากจะจำแนกแบ่งยุคสมัยของโบราณวัตถุที่เป็นหลักฐานแสดงร่องรอยอารยธรรมอันเก่าแก่ของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทยตามกาลเวลาที่สอดคล้องในวิชาโบราณคดี ประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะแล้ว สามารถแบ่งยุคสมัยตามที่นักวิชาการทั้งหลายของไทยได้กำหนดไว้ดังนี้




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

สมัยก่อนประวัติศาสตร์

            ๑. สมัยก่อนประวัติศาสตร์  อายุระหว่างราว ๕๐,๐๐๐-๑,๗๐๐ ปีมาแล้ว
            สมัยก่อนประวัติศาสตร์ของไทยเป็นการศึกษาเรื่องราวของมนุษย์ ที่ได้จากหลักฐานที่ถูกละทิ้งไว้บนดินในบริเวณที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยหรือในหลุมศพ อาจจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำจากหินในรูปแบบต่างๆ ภาชนะที่ทำด้วยดินหรือโลหะ ตลอดจนเครื่องประดับที่ติดอยู่กับโครงกระดูก  ซึ่งเรื่องราวของมนุษย์กลุ่มต่างๆเหล่านี้อยู่ในระยะเวลาที่ไม่ปรากฏว่ามีการใช้หนังสือเป็นสื่อภาษาที่บันทึกไว้แต่อย่างใด แต่เราสามารถศึกษาอายุของหลักฐานโบราณวัตถุนั้นๆจากรูปร่างลักษณะ และจากวัสดุที่ใช้ทำขึ้น ทั้งโดยวิธีการหาอายุจากวิธีวิทยาศาสตร์ คือ วิธี คาร์บอน ๑๔ หรือเทอร์โมลูมิเนสเซนส์ และการศึกษาเปรียบเทียบกับรูปแบบของโบราณวัตถุจากแหล่งโบราณคดีของเพื่อนบ้าน หรือดินแดนอารยธรรมร่วมสมัยใกล้เคียงที่สามารถศึกษากำหนดอายุได้ แหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ของไทยนี้แต่เดิมแบ่งออกเป็น ๔ สมัย ตามลักษณะและวัสดุที่นำมาทำเครื่องมือเครื่องใช้ คือ
           ๑. สมัยหินเก่า อายุประมาณ ๕๐,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว
           ๒. สมัยหินกลาง อายุประมาณ ๑๐,๐๐๐-๗,๐๐๐ ปีมาแล้ว
           ๓. สมัยหินใหม่ อายุประมาณ ๗,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว
           ๔. สมัยโลหะ อายุประมาณ ๕,๖๐๐-๑,๗๐๐ ปีมาแล้ว
           อย่างไรก็ดี สมัยก่อนประวัติศาสตร์นี้นักวิชาการโบราณคดีรุ่นใหม่ได้ใช้ศัพท์ในการกำหนดเรียกสมัยเหล่านี้ใหม่ โดยใช้ลักษณะความเจริญของสังคมเป็นการกำหนดอายุ คือ
           ๑. สังคมล่าสัตว์
           ๒. สังคมเกษตรกรรม
           ๓. สังคมเมืองเริ่มแรก



[กลับหัวข้อหลัก]
เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของไทย

           เครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์พบว่าเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยหินกลางหรือสังคมล่าสัตว์ ทำขึ้นอย่างเรียบง่ายไม่พิถีพิถันนัก โดยใช้มือปั้นขึ้นรูปอย่างอิสระ จากนั้นได้พัฒนาให้มีความประณีตสวยงามขึ้นโดยใช้แป้นหมุนช่วยในการขึ้นรูป และตกแต่งผิวภาชนะด้วยการขัดผิวให้มัน ประดับลวดลายด้วยกรรมวิธีต่างๆ และเนื้อดินปั้นทำได้บางลง ดังที่พบในสมัยหินใหม่หรือสังคมเกษตรกรรม และยุคโลหะหรือสังคมเมืองเริ่มแรก
           จากการที่เครื่องปั้นดินเผามีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนตั้งแต่เกิดจนตาย ทั้งในชีวิตประจำวันและในพิธีกรรม ดังนั้นจึงพบเศษเครื่องปั้นดินเผากระจายอยู่ตามแหล่งโบราณคดีเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางชิ้นมีการตกแต่งเขียนลวดลายสวยงาม อันสะท้อนให้เห็นถึงคติความเชื่ออันเป็นเหตุให้เกิดพิธีกรรมของกลุ่มชนในยุคนั้นๆด้วย แหล่งที่พบเครื่องปั้นดินเผาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมีดังนี้
 
ยุคหินกลาง
          ในยุคหินกลาง เป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีอายุประมาณ ๑๐,๐๐๐ ปี ถึง ๗,๐๐๐ ปี ในยุคนี้ได้พบเครื่องปั้นดินเผาที่เก่าที่สุดที่ถ้ำผีอำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีทั้งที่เป็นภาชนะผิวเรียบและที่มีผิวขัดมัน รวมทั้งมีการตกแต่งผิวด้วยลายเชือกทาบ อันแสดงให้เห็นความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมโฮบิเหียน

ยุคหินใหม่
         ยุคหินใหม่ มีอายุประมาณ ๗,๐๐๐-๔,๐๐๐ปีมาแล้ว ยุคนี้ได้พบเครื่องปั้นดินเผาตามแหล่งโบราณคดีในภาคต่างๆ เกือบทุกจังหวัดที่สำคัญอาทิเช่น จังหวัดกาญจนบุรี ลพบุรี นครศรีธรรมราช กระบี่ และพังงา เป็นต้น
         สำหรับที่จังหวัดกาญจนบุรี พบที่หมู่บ้านเก่าตำบลจระเข้เผือก อำเภอเมือง และที่ถ้ำเขาสามเหลี่ยม ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง ที่จังหวัดลพบุรี พบที่บ้านโคกเจริญ ตำบลบัวชุม และที่เนินคลองบำรุง ตำบลหนองยายโต๊ะ อำเภอชัยบาดาลส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราชพบที่นพพิตำ อำเภอท่าศาลา และจังหวัดกระบี่ พบที่อำเภออ่าวลึก
         เครื่องปั้นดินเผายุคหินใหม่นี้มีหลายรูปแบบล้วนมีความประณีต สวยงามด้วยเทคนิคที่ขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน แม้ว่าบางแหล่งยังคงขึ้นรูปอิสระด้วยมือสืบต่อมาก็ตาม  รูปแบบของภาชนะมีทั้งหม้อก้นกลม หม้อสามขา และพาน  ซึ่งล้วนมีเนื้อดินปั้นบางลง เนื้อดินละเอียดขึ้นและมีสีต่างๆ ทั้งสีดำ สีแดง สีเทา และสีน้ำตาล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะส่วนผสมของดินและการเผาภาชนะเหล่านี้มีทั้งแบบเรียบและที่มีการตกแต่งด้วยลายเชือกทาบ และลายขูดขีด
   
ยุคโลหะ
         ยุคโลหะมีอายุระหว่าง ๕,๖๐๐-๑,๗๐๐ ปีมาแล้ว เครื่องปั้นดินเผาในยุคนี้มีความสวยงามมาก บางแหล่งแสดงให้เห็นว่ามีการทำอย่างพิถีพิถันอย่างยิ่ง และทำควบคู่ไปกับการผลิตเครื่องใช้โลหะที่มีทั้งสำริด ทองแดง และเหล็ก แสดงถึงความเจริญในเรื่องเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างมาก
        
         เป็นที่น่าสังเกตว่า ในขณะที่การหล่อโลหะทำได้ดี แต่เครื่องปั้นดินเผากลับไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควร มีการตกแต่งแบบเรียบง่ายเช่น ทาน้ำดินสีแดงทั่วไป ไม่เขียนลวดลาย หรือทำขนาดเล็กๆ การตกแต่งเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญมีพบที่โนนนกทา อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่นที่บ้านเชียง อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีบ้านปราสาท ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูงจังหวัดนครราชสีมา และบ้านดอนตาเพชรอำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
         เครื่องปั้นดินเผาดังกล่าวจะมีลักษณะพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อาทิที่บ้านเชียง จะมีการพัฒนาลวดลายตกแต่งภาชนะต่างๆ ด้วย ซึ่งในระยะแรกภาชนะเป็นสีดำ เขียนลาดลายด้วยวิธีขูดขีดลงไปในเนื้อดินปั้น ในระยะต่อมามีการใช้ดินสีแดงเขียนเป็นลายต่างๆ โดยเฉพาะลายก้านขดและในระยะหลังก็มีการตกแต่งน้อยลง เพียงแต่ทาด้วยน้ำดินสีแดงเรียบๆ เท่านั้น สำหรับเครื่องปั้นดินเผาที่บ้านปราสาท มีรูปแบบที่โดดเด่น คือหม้อมีเชิง ปากผายบานกว้าง



[กลับหัวข้อหลัก]

หม้อสามขา สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคหินใหม่ อายุราว ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ปี พบที่บ้านเก่า ต.จระเข้เผือก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี


หม้อปากแตร ทาน้ำดินสีแดงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโลหะ อายุราว ๓,๐๐๐ ปี พบที่บ้านปราสาท ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา

สมัยโบราณคดีประวัติศาสตร์

          ๒. สมัยโบราณคดีประวัติศาสตร์  เป็นการศึกษาเรื่องราวของกลุ่มชน หรือรัฐ หรืออาณาจักรที่มีความเจริญ มีอารยธรรมที่สูง มีหลักฐานทั้งจากเรื่องราวที่ปรากฏเป็นตัวหนังสือที่มีอายุสมัยไม่เด่นชัด หรือไม่สามารถกำหนดระยะเวลาที่แน่นอนได้ตลอด ต้องศึกษาจากเอกสารของดินแดนใกล้เคียง  และศึกษาเปรียบเทียบจากลักษณะรูปแบบของงานศิลปกรรม  ทั้งด้านประติมากรรม (ประติมานวิทยา) ลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรม  และลวดลายที่ประดับ รวมถึงการศึกษาจากรูปแบบของงานจิตรกรรมที่ปรากฏในสถาปัตยกรรมของดินแดนนั้น กับงานศิลปกรรมที่ทราบอายุแน่นอนของดินแดนใกล้เคียงที่แสดงรูปแบบอันมีลักษณะที่สัมพันธ์ซึ่งกันและกันดินแดนที่มีอายุอยู่ในสมัยโบราณคดีประวัติศาสตร์จะเป็นดินแดนที่มีความเจริญอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๖-๑๘ แบ่งออกเป็น ๔ สมัย คือ
          ๑. สมัยฟูนัน มีความเจริญระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๖-๘
          ๒. สมัยทวารวดี มีความเจริญระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖
          ๓
. สมัยทักษิณรัฐ (ศรีวิชัยและตามพรลิงค์)มีความเจริญระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘
          ๔. สมัยลวปุระหรือลพบุรี มีความเจริญระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘

          ส่วนประวัติศาสตร์ของไทยแบ่งได้เป็น ๖ สมัย คือ
          ๑. สมัยเชียงแสนและล้านนา ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๒๔
          ๒. สมัยสุโขทัย ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘- ๒๑
          ๓. สมัยอโยธยา (อู่ทอง)  พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙
          ๔. สมัยอยุธยา พุทธศักราช ๑๘๙๓- ๒๓๑๐
          ๕. สมัยธนบุรี พุทธศักราช ๒๓๑๐-๒๓๒๕
          ๖. สมัยรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๓๒๕- ปัจจุบัน



[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นางทรรศนียา กัลยาณมิตร

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!