การบังคับตา
การบังคับตา ไม่ว่าจะเป็นการติดตา หรือต่อกิ่ง โดยเฉพาะการต่อกิ่งบางวิธีที่ไม่ได้ตัดยอดต้นตอออก ตาที่ติดหรือกิ่งตาที่ต่อนั้น แม้จะติดหรือต่อได้สำเร็จถ้าทิ้งไว้ในลักษณะเช่นนั้นตลอดไป ตาหรือกิ่งที่ติดไว้แล้วก็จะไม่มีโอกาสเจริญเป็นต้นหรือเป็นกิ่งขึ้นมาได้ จะต้องมีการทำให้ตาเหล่านั้นเจริญเป็นกิ่งหรือเป็นต้นขึ้นด้วย และเรียกวิธีเช่นนี้ว่า "การบังคับตา"
โดยธรรมชาติในต้นพืชทั่วๆ ไป จะมีตาอยู่ ๒ ชนิด คือ ตายอด (terminal-bud) และตาข้าง (lateral bud) ปกติตาที่อยู่บนต้นพืชจะพยายามแย่งกันเจริญ แต่ถ้ามีตาใดเจริญมาก ตาอื่นๆ จะเจริญน้อยลงหรืออาจหยุดเจริญและเป็นธรรมชาติของต้นพืชทั่วๆ ไปเช่นเดียวกันที่ตายอดจะเจริญได้ดีกว่าตาข้าง และแม้แต่ตาข้างด้วยกัน ตาที่อยู่บนๆ หรือสูงสุดจะเจริญได้ดีกว่าตาที่อยู่ต่ำกว่า (ในกรณีที่ตัดตายอดออก) ทั้งนี้เพื่อที่จะแย่งตำแหน่งการเป็นตายอด ซึ่งจะได้ทำหน้าที่ควบคุมการเจริญของตาข้างอื่นๆ ได้ การที่ตายอดเจริญได้ดีกว่าตาข้าง หรือตาบนเจริญได้ดีกว่าตาล่างที่อยู่ ต่ำๆ กว่านี้ เป็นเพราะอิทธิพลของฮอร์โมนที่มีอยู่บนตายอด หรือตาบนนั่นเอง ด้วยเหตุนี้จึงต้องมี การบังคับตา โดยทำให้อิทธิพลของฮอร์โมนที่มีอยู่หมดไป ตาหรือกิ่งที่ติดอยู่บนต้นตอซึ่งเปรียบเสมือนเป็นตาข้างของต้นตอนั้น จะได้มีโอกาสเจริญเป็นต้นหรือกิ่งต่อไปนั่นเองการทำให้อิทธิพลของตายอดหรือตาบนหมดไปซึ่งเรียกว่าเป็นการบังคับตานั้น อาจทำได้หลาย วิธี เช่น
๑. ควั่นเปลือกต้นตอเหนือตา หรือกิ่งตาที่ติดหรือต่อ
๒. บากต้นตอเหนือตาหรือกิ่งตา
๓. ตัดยอดให้เหลือใบที่ต้นตอเล็กน้อยหรือเบนกิ่งหรือโน้มกิ่งไปทางด้านตรงกันข้ามกับตาที่ติดหรือกิ่งตาที่ต่อ
๔. ตัดต้นตอให้สั้นเหนือตาที่ติดหรือกิ่งที่ต่อการทำเช่นนี้ก็จะทำให้ตาที่ติดหรือกิ่งตาที่ต่อถูกกระตุ้นให้เจริญเป็นกิ่ง หรือเป็นต้นได้ตามที่ต้องการ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการเจริญของกิ่งพันธุ์ดีหลังจากการบังคับตา
อาหารในต้นตอ เนื่องจากการเจริญของกิ่งพันธุ์ดีขึ้นอยู่กับอาหารที่มีอยู่ในต้นตอเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเราจึงอาจแบ่งชนิดของต้นตอตามลักษณะของการมีอาหารได้เป็น ๒ พวก
๑. ต้นตออ่อน การใช้ต้นตออ่อนซึ่งอาจเป็นต้นตอเพาะเมล็ดที่ยังมีอายุน้อยและมีขนาดเล็กอยู่หรือต้นตอตัดชำที่เพิ่งปลูกหรือพอเริ่มตั้งตัวได้แต่ก็พอจะติดตาและต่อกิ่งได้ ซึ่งต้นตอทั้ง ๒ ประเภทนี้ยังมีความแข็งแรงไม่พอ โดยเฉพาะอาหารสะสมภายในต้นยังมีน้อย ดังนั้นวิธีการที่จะบังคับตาบนต้นตอที่มีลักษณะดังกล่าว จึงต้องมีใบติดอยู่บนต้นตอพอสมควร เพื่อให้ใบได้ปรุงอาหารเลี้ยงตาที่เจริญออกมาให้แข็งแรง มิฉะนั้นกิ่งที่แตกออกมาจะไม่แข็งแรงพอ หรืออาจตายทั้งต้นตอ และตาที่ติดเลยก็ได้
๒. ต้นตอแก่ อาจเป็นต้นตอเพาะเมล็ดหรือต้นตอตัดชำที่ปลูกหรือเลี้ยงไว้นาน อายุตั้งแต่ ๑ ปีหรือมากกว่า ทั้งนี้เพื่อให้ต้นตอได้มีระบบรากเจริญเต็มที่ มีรากหยั่งลึกและแข็งแรง มีอาหารสะสมอยู่ตามรากและโคนต้นมาก ต้นตอดังกล่าวนี้ หลังจากที่ได้ตรวจสอบว่าติดหรือต่อได้สำเร็จแล้ว ก็อาจบังคับตาด้วยการตัดยอดต้นตอให้ชิดตาได้เลย โดยไม่ต้องคำนึงถึงใบบนกิ่งที่จะมาเลี้ยงยอดให้เจริญเพราะการเจริญของกิ่งพันธุ์ดีที่แตกตาออกมาในระยะนี้จะอาศัยอาหารสะสมที่มีอยู่ตามรากและตามโคนกิ่งเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นการบังคับตาดังกล่าวแล้วจึงสามารถทำได้ง่ายขึ้นในประเภทของต้นตอ ชนิดนี้
โดยที่การปลูกต้นตอเพื่อใช้ขยายพันธุ์ด้วยวิธีติดตาต่อกิ่งทั่วๆ ไปมักจะทำอยู่ ๒ แบบ คือ ปลูกต้นตอลงแปลง ซึ่งอาจจะเป็นแปลงขยายพันธุ์หรือแปลงปลูกถาวรโดยตรง และปลูกต้นตอในภาชนะหรือในกระถาง
การปลูกต้นตอลงแปลงมักเป็นวิธีที่ใช้ปฏิบัติกันสำหรับการขยายพันธุ์ไม้ผล แต่ก็มีไม้ดอกหลายชนิด เช่น กุหลาบที่ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ซึ่งต้นตอที่ปลูกตามแบบนี้จะได้รับการเลี้ยงดูให้มีระบบรากที่แข็งแรงและมีอายุมากพอ ดังนั้นการบังคับตาหลังจากที่ได้ติดตาต่อกิ่งแล้ว จึงสามารถทำได้ง่ายโดยการตัดต้นตอให้เหลือสั้น
ส่วนการปลูกต้นตอในภาชนะหรือในกระถางปลูกรวมทั้งการปลูกลงแปลงขณะที่ต้นยังไม่แข็งแรงพอ การสะสมอาหารภายในรากหรือส่วนของโคนกิ่งจึงเกิดขึ้นน้อย ไม่เพียงพอที่จะนำมาเลี้ยงยอดของกิ่งพันธุ์ดีให้เจริญแข็งแรงได้ ดังนั้นจึงต้องบังคับตาโดยวิธีที่ให้มีใบติดอยู่บนต้นตอด้วย มักใช้กับไม้ประดับที่ปลูกในกระถาง เช่น สนชนิดต่างๆ กุหลาบและชบา เป็นต้น
สภาพดินฟ้าอากาศ
เพื่อให้ตาที่ติดหรือต่อไว้เจริญได้แข็งแรง และสมบูรณ์ การบังคับตาจึงควรจะต้องเลือกฤดูหรือระยะดินฟ้าอากาศที่จะอำนวยให้ต้นพืชนั้นๆ มีการเจริญได้ดีที่สุดด้วย โดยเหตุนี้ การบังคับตาจึงไม่จำเป็นต้องกระทำทันที หลังจากที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าติดต่อได้สำเร็จ อาจจะปล่อยไว้ในสภาพนั้นๆ ได้ระยะหนึ่ง (๑-๓ เดือน) กิ่งหรือตาที่ติดหรือต่อได้นี้จะมีสภาพเป็นตาข้าง ซึ่งถูกควบคุมจากตายอดของต้นตอมิให้มีการเจริญเกิดขึ้นจนกระทั่งถึงระยะเวลาที่เหมาะสมที่จะบังคับตา โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นพืชมีการเจริญได้ดีที่สุด การบังคับตาของกุหลาบจะอยู่ในช่วงของต้นเดือนมิถุนายน กันยายน และธันวาคม
การปฏิบัติหลังจากการบังคับตา
สิ่งที่ต้องทำหลังจากการบังคับตาก็คือ การปลิดตาข้างของต้นตอที่เจริญออกมาหลังจากการบังคับตาแล้ว โดยเฉพาะการบังคับตาต้นตออ่อนซึ่งยังคงเหลือใบรวมทั้งตาของต้นตออยู่เป็นจำนวนมากและมักจะทำให้เกิดความยุ่งยากแก่การปลิดตาสำหรับการปลิดตาของต้นตอนี้ จะต้องทำอยู่สัก๒-๓ ครั้ง และจะต้องไม่ปล่อยให้ตาของต้นตอยาวจนเกินไป ปกติจะทำทุกระยะที่ตาของต้นตอมีขนาดโตพอจับปลิดได้สะดวก หรือราวสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง จนกระทั่งตาของกิ่งพันธุ์ดีจะเจริญพอที่จะปรุงอาหารและเลี้ยงตัวเองได้ จึงจะตัดต้นตอเหนือตาที่ติดเช่นเดียวกับการบังคับตาจากต้นตอ\แก่ ก็จะทำให้หมดปัญหาในเรื่องการปลิดตาของต้นตอในที่สุด
การผูกยึดกิ่งพันธุ์ดีที่เจริญจากตาที่ติดก็เป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะตาที่เจริญมากๆ จะทำให้กิ่งหรือยอดมีน้ำหนักมากเกินกว่าที่รอยต่อจะทานน้ำหนักได้ ซึ่งอาจจะหักเสียหายได้ง่าย ถ้าไม่รีบผูกหรือยึดกิ่งเสียในระยะแรกๆ แต่สำหรับไม้พุ่ม (shrub or bush) การผูกหรือยึดกิ่งอาจมีความจำเป็นน้อย เพราะอาจแก้ไขได้ง่ายโดยการตัดยอดกิ่งพันธุ์ดีที่เจริญออกมาเมื่อกิ่งยาวได้ ๓-๕ นิ้ว ทั้งนี้จะทำให้กิ่งที่ตัดยอดแตกเป็นพุ่มดีขึ้น พร้อมกันนั้นก็จะช่วยให้รอยต่อแข็งแรงพอที่จะยึดกิ่งที่เจริญออกมาได้โดยไม่หักเสียหายด้วย
นอกจากนี้ การดูแลรักษาใบของกิ่งพันธุ์ดีที่เจริญออกมาด้วยการฉีดยาป้องกันโรคแมลง ก็จะต้องทำควบคู่ไปกับการปลิดต้นตอ เพราะใบของกิ่งพันธุ์ดีในระยะนี้จะต้องรับหน้าที่ในการเลี้ยงต้นแทนใบของต้นตอ หรืออาหารที่สะสมอยู่ในต้นตอฉะนั้นความสมบูรณ์ของใบของกิ่งพันธุ์ดีในระยะนี้จึงเป็นเครื่องที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงของกิ่งพันธุ์ดีที่จะเจริญต่อไป ซึ่งถ้าใบของกิ่งพันธุ์ดีถูกทำลายให้เสียหายหมดไปบ่อยๆ ก็แสดงว่าต้นพันธุ์ดีนั้นๆ จะสิ้นอายุไปในไม่ช้า [กลับหัวข้อหลัก] | 
| แปลงต้นตอมะม่วง |  |
|

| ต้นตอแก่ |  |
|

| มะพร้าว พืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ โดยวิธีติดตาต่อกิ่งได้ |  |
|

| ส้ม พืชใบเลี้ยงคู่ซึ่งสามารถขยายพันธุ์โดยการติดตาต่อกิ่งได้ |  |
|
|