สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

การทำงานของห่วงคุมกำเนิด
 
เรามีความรู้เรื การทำงานของห่วงคุมกำเนิด มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
การทำงานของห่วงคุมกำเนิด จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
 
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ : ห่วงคุมกำเนิด และห่วงลิปพีส โดย นายแพทย์สุพร เกิดสว่าง



[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

ห่วงคุมกำเนิด
          ห่วงคุมกำเนิดหรือห่วงอนามัย หมายถึง เครื่องมือที่ใส่ไว้ในมดลูกเพื่อคุมกำเนิด ชื่อในภาษาไทยแม้จะมีความหมายไม่ตรงนัก แต่ก็ได้ใช้กันมานานจนเป็นที่เข้าใจกันดี
          มีผู้เริ่มใช้ห่วงคุมกำเนิดในยุโรปและอเมริกาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ ๑๙  ริชเตอร์ (Richard Richter, ค.ศ.๑๙๐๙) ได้รายงานผลการคุมกำเนิด โดยใช้ เอ็น (silkworm gut) ทำเป็นขดใส่ไว้ในโพรงมดลูก
          ต่อมา  แกรเฟนเบิร์ก (Ernst Grafenberg, ค.ศ.๑๙๒๘) รายงานผลการใช้วงแหวนทำด้วยโลหะใส่ในโพรงมดลูกและมีผู้นำวงแหวนแกรเฟนเบิร์กไปใช้อยู่ระยะหนึ่ง แต่ไม่นานก็เสื่อมความนิยมไปเพราะมีผู้พบอาการแทรกซ้อนเกี่ยวกับการอักเสบในอุ้งเชิงกราน และการมีเลือดออกกะปริบกะปรอยในระหว่างใส่ห่วง  อย่างไรก็ดี ส่วนมากไม่มีสถิติอ้างอิงที่แน่นอน
          หลายปีต่อมา โอพเพนไฮเมอร์ (W. Oppenheimer, ค.ศ. ๑๙๕๙) ได้รายงานผลดีของการคุมกำเนิดโดยใช้วงแหวนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับวงแหวนแกรเฟนเบิร์ก ในเวลาเดียวกัน อิชิฮามา (Atsumi Ishihama) ก็ได้รายงานผลดีของการใช้ห่วงคุมกำเนิดชนิดวงแหวนโอตา(ota  ring)
          สองรายงานหลังนี้มีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้มีผู้สนใจและประดิษฐ์ห่วงคุมกำเนิดแบบใหม่ๆขึ้นมาก  วัสดุที่ใช้ทำห่วงคุมกำเนิดมากที่สุด คือสารพวกโพลีเอทีลีน ไนลอน หรือเหล็กไม่เป็นสนิม
          ห่วงคุมกำเนิดที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน คือ ห่วงลิปพีส (lippes loop) ซึ่งประดิษฐ์โดยนายแพทย์แจ็ค ลิปพีส (Jack Lippes) ซึ่งได้รายงานผลดีไว้เมื่อพ.ศ. ๒๕๐๕

[กลับหัวข้อหลัก]

ห่วงคุมกำเนิดแบบใหม่ชนิดต่าง ๆ

ห่วงลิปปีส

          ทำด้วยพลาสติกและอาบด้วยแบเรียมเพื่อให้มองเห็นจากการถ่ายภาพเอกซเรย์ ห่วงนี้มีลักษณะเป็นรูปตัวเอส ๒ ตัวติดต่อกัน เอสตัวล่างมีขนาดเล็กกว่าตัวบน ทำให้ห่วงมีลักษณะเหมาะกับโพรงมดลูกพอดีปลายล่างของห่วงมีเอ็นไนลอนที่ผูกติดอยู่เพื่อสะดวกในการตรวจว่าห่วงยังอยู่หรือไม่ และใช้สำหรับดึงเอาห่วงออกด้วย ห่วงนี้มีอยู่ ๔ ขนาด คือ ขนาด เอ บี ซี ดี (A, B, C และ D) ขนาด ดี เป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุด
          ห่วงห่วงลิปปีสเมื่อใส่อยู่ในโพรงมดลูกแล้ว จะกลับคืนรูปเป็นอย่างเดิม และเอ็นไนลอนที่ผูกติดกับปลายล่างห่วงจะโผล่ออกมาทางปากมดลูกให้มองเห็นได้ในช่องคลอด เอ็นไนลอนนี้มีไว้สำหรับเป็นเครื่องหมายแสดงว่าห่วงยังไม่หลุดไป และเมื่อจะเอาห่วงออกก็ดึงเอ็นไนลอนนี้ ห่วงก็จะหลุดออกมา

          ข้อแนะนำในการใช้ห่วงลิปพีส
          ๑. ภายหลังใส่ห่วงใหม่ๆ อาจมีเลือดออกอยู่ ๒-๓ วัน แล้วจะหยุดไปเอง โดยไม่ต้องรักษา เมื่อเลือดหยุดดีแล้วก็จะอยู่ร่วมกับสามีได้ตามปกติ
          ๒. วันแรกๆ ภายหลังใส่ห่วง อาจมีปวดท้องน้อยได้บ้าง ซึ่งจะระงับได้โดยยาแก้ปวดธรรมดา เช่น แอสไพริน
          ๓. ๒-๓ เดือนแรกหลังใส่ ประจำเดือนอาจมากและนานกว่าปกติ ไม่จำเป็นต้องให้การรักษาเพราะต่อไปจะดีขึ้นเอง
          ๔. อาจมีตกขาวมากกว่าปกติ ในระยะ ๒-๓ เดือนหลังใส่ และต่อไปก็จะค่อยๆ หายไปเอง
          ๕. ห่วงที่ใส่ไว้อาจจะหลุดได้ในบางราย ซึ่งมักจะหลุดใน ๒-๓ เดือนแรก และหลุดพร้อมกับประจำเดือน ทุกครั้งที่มีประจำเดือน จึงควรตรวจดูว่ามีห่วงหลุดติดออกมาด้วยหรือไม่ หากหลุดควรงดอยู่ร่วมกัน หรือคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นไปก่อน และรีบมาหาแพทย์
          ๖. ถ้าต้องการตรวจดูว่าห่วงอยู่หรือไม่   ควรล้างมือให้สะอาด แล้วสอดนิ้วชี้เข้าไปคลำดูเอ็นไนลอนที่ปากมดลูกภายหลังที่ประจำเดือนแต่ละครั้งหมดแล้ว
          ๗. ห่วงลิปพีสไม่มีการเสื่อมคุณภาพ จะใส่ไว้ในมดลูกนานเท่าไรก็ได้ ในรายที่ผู้ใส่ถึงวัยหมดประจำเดือนแล้วประมาณ ๑ ปี ก็ควรเอาออกได้
          ๘. ควรมาตรวจภายในอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อดูว่าห่วงยังอยู่เรียบร้อยดีหรือไม่ และเพื่อทำการตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มแรกให้ด้วย

          ประสิทธิภาพของห่วงลิปพีส
          หญิงที่ใส่ห่วงอยู่อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ได้เพียงประมาณร้อยละ ๒ ต่อปี ซึ่งนับว่าประสิทธิภาพของห่วงชนิดนี้ดีพอสมควร  
          ห่วงคุมกำเนิดไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์นอกมดลูก แต่ก็มิได้ทำให้เกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูก
          ในรายที่ตั้งครรภ์โดยมีห่วงอยู่ในมดลูก  อัตราการแท้งจะสูงขึ้นกว่าในการตั้งครรภ์ทั่วๆไปถ้ามิได้เอาห่วงออก แต่ส่วนใหญ่ก็จะตั้งครรภ์ได้จนครบกำหนดและคลอดได้ตามปกติ โดยห่วงจะหลุดออกมาพร้อมกับเด็กหรือรก ไม่เคยปรากฏมีความพิการในเด็กพวกนี้



[กลับหัวข้อหลัก]

ห่วงลิปพีสขนาดบี ซี ดี


แผนภาพแสดงการใส่ห่วงลิปพีส

การทำงานของห่วงคุมกำเนิด
          ยังไม่มีข้อพิสูจน์แน่นอนว่า จะป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างไร แต่ก็มีข้อสันนิษฐานกันไว้ดังนี้
          ๑. ห่วงคุมกำเนิด อาจทำให้ไข่ที่ผสมแล้วไม่สามารถฝังตัวได้ (implantation failure) เพราะทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสมขึ้นที่เยื่อบุมดลูก หรือผนังมดลูก
          ๒. ห่วงคุมกำเนิดอาจทำให้ไข่ทั้งที่ถูกผสมและไม่ถูกผสม เดินทางผ่านท่อรังไข่ไปเร็วกว่าปกติจนไข่ที่ผสมแล้วยังไม่พร้อมที่จะฝังตัวเมื่อผ่านไปถึงโพรงมดลูก และไข่ที่ยังไม่ถูกผสมผ่านไปเร็วจนไม่มีโอกาสได้ผสมกับเชื้อของฝ่ายชาย (acceleration of tubaltransport  of  ova)
          ๓. ห่วงคุมกำเนิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในโพรงมดลูก จนทำให้เชื้อของฝ่ายชายไม่สามารถผ่านไปผสมกับไข่ได้ หรือสูญอำนาจในการผสมพันธุ์ไป (spermatoxic effects)

          อาการข้างเคียงในหญิงที่ใช้ห่วงคุมกำเนิด

          อาการข้างเคียงที่พบบ่อย คือ
          ๑. อาการเลือดออกผิดปกติ
               ก. อาจมีเลือดออกอยู่ ๒-๓ วันหลังใส่ห่วง และจะหยุดไปเองโดยไม่ต้องให้การรักษา
               ข. อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอย นอกเวลาประจำเดือน ซึ่งมักพบในระยะ ๒-๓ เดือนแรก
               ค. อาจมีประจำเดือนออกมากกว่าปกติหรือนานกว่าปกติ พบมากในระยะ ๒-๓ เดือนแรก
          ๒. อาการปวดท้องน้อย  พบได้ไม่บ่อยนักและพบน้อยกว่าการมีเลือดออกผิดปกติ
               ก. การปวดท้องน้อยทันทีภายหลังใส่ห่วงเนื่องจากการบีบตัวของมดลูก บางรายอาจมีอาการปวดอย่างรุนแรง แต่อาการนี้พบน้อยมาก มักพบในหญิงที่ไม่มีบุตรมาเป็นเวลานาน และพวกที่มีจิตใจหวาดกลัวง่ายอยู่แล้ว
               ข. อาการปวดท้องน้อยในระยะ  ๒-๓ เดือนแรกหลังใส่  อาการปวดมักมีเพียงเล็กน้อย
               ค.  อาจมีอาการปวดประจำเดือนเพิ่มขึ้นในระยะ ๒-๓ เดือนแรกหลังใส่
          ๓. อาการตกขาว หลังใส่อาจมีตกขาวออกมากขึ้น และส่วนมากจะค่อยๆ กลับเป็นปกติ หลังจาก ๓ เดือนไปแล้ว
          อาการที่กล่าวมาแล้วนี้ เกิดเนื่องจากมดลูกยังไม่เคยชินกับห่วง ภายหลังที่มดลูกปรับตัวเองให้เข้ากับห่วงได้ดีแล้วอาการต่างๆ ก็หายไป เปรียบเทียบได้กับผู้ที่ใส่คอนแทกต์เลนส์ (contact lens) ซึ่งจะมีอาการระคายเคืองในระยะแรก เมื่อเคยชินแล้วอาการต่างๆ ก็จะหายไป

          การเจริญพันธุ์ภายหลังเอาห่วงออก
          หญิงที่เอาห่วงออกจะตั้งครรภ์ได้ตามปกติ และไม่มีการเปลี่ยนปลงภาวะการเจริญพันธุ์ จากรายงานของสภาประชากร  (นิวยอร์ก)  เมื่อ  พ.ศ. ๒๕๐๘ พบว่าร้อยละ ๔๕ ของหญิงตั้งครรภ์ ภายในเดือน ๖ เดือน และร้อยละ ๙๐ ตั้งครรภ์ภายใน ๑ ปีหลังจากเอาห่วงออกส่วนผลจากการศึกษาในประเทศไทย  พบว่าร้อยละ ๙๓ ตั้งครรภ์ภายใน ๑ ปีหลังจากเอาห่วงออก

          เวลาที่เหมาะสมในการใส่ห่วงคุมกำเนิด
          ๑. ในรายที่มีประจำเดือนตามปกติ  เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์ในขณะใส่ห่วง ควรไปพบแพทย์ภายใน  ๗ วันแรกของรอบเดือน หรือถ้าไม่สามารถพบแพทย์ได้ก็ควรจะงดการอยู่ร่วมกัน หรือคุมกำเนิดโดยวิธีอื่นก่อนจนกว่าจะไปพบแพทย์ได้
          ๒. การใส่ภายหลังคลอดหรือแท้ง ควรใส่ห่วงคุมกำเนิดเมื่อคลอดหรือแท้งแล้วเป็นเวลา  ๘ สัปดาห์เพราะมดลูกคืนสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว  ถ้าใส่ก่อนระยะนี้ ผนังของมดลูกยังนุ่มอยู่จะมีโอกาสทะลุได้ง่ายแต่ก็มีผู้ใส่ห่วงให้แก่หญิงหลังคลอดภายใน ๔๘ ชั่วโมงเพราะเกรงว่า เมื่อกลับบ้านไปแล้วคนไข้อาจไม่มีเวลามาใส่ห่วงอีก หรืออาจตั้งครรภ์เสียก่อนมาใส่ห่วง

          ข้อห้ามของการใส่ห่วงคุมกำเนิด
          ๑. การอักเสบในอุ้งเชิงกราน เป็นข้อห้ามที่สำคัญที่สุด เพราะถ้ามีอาการอักเสบอยู่ การใส่ห่วงจะทำให้การอักเสบทวีความรุนแรงขึ้นได้มาก
          ๒. รายที่ไม่แน่ใจว่าจะตั้งครรภ์หรือไม่
          ๓. รายที่มีประวัติของการมีเลือดออกผิดปกติจากภายในมดลูก โดยยังไม่ได้รับการวินิจฉัยและให้การรักษา
          ๔. รายที่มีเนื้องอกของกล้ามเนื้อมดลูก
          ๕. รายที่มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ เช่น มีผนังกั้นแบ่งโพรงมดลูกเป็น ๒ ห้อง

[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นายแพทย์สุพร เกิดสว่าง

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!