สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

๘. อันดับนกตีนเทียน-นกอีก๋อย (Order Charadriiformes)
 
เรามีความรู้เรื ๘. อันดับนกตีนเทียน-นกอีก๋อย (Order Charadriiformes) มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
๘. อันดับนกตีนเทียน-นกอีก๋อย (Order Charadriiformes) จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 1
 
อนุกรมนก โดย กิติ ทองลงยา
(Class Aves)


[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

๑. อันดับนกเป็ดผี (Order Podicipediformes)
          มีวงศ์เดียว คือวงศ์นกเป็ดผี (Family Podicipedidae) ได้แก่ เป็ดผี (grebe) เป็นนกขนาดกลางสีน้ำตาลอมดำ ท้องขาว ปากแหลม พบตามบริเวณหนองน้ำใหญ่ๆ ทั่วประเทศ เท้าเป็ดผีมีพังผืดออกมาตามข้อนิ้ว สำหรับใช้ว่ายน้ำ แต่ไม่ใช่พังผืดแบบเท้าเป็ด เวลาตกใจ จะมุดน้ำหายไป ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า เป็ดผี


[กลับหัวข้อหลัก]
๒. อันดับนกกระทุง (Order Pelecaniformes)
          ที่พบบ่อยๆ มี ๒ วงศ์ คือ
          ๑) วงศ์นกกระทุง (Family Pelecanidae) เป็นนกขนาดใหญ่มาก ปากยาวใหญ่ และหนามาก ใต้คางจะมีถุงสำหรับเก็บอาหารได้เวลาไซ้น้ำหาปลากินเป็นอาหาร เท้าเป็นพังผืดสำหรับว่ายน้ำ มักอยู่ตามริมทะเลหรือบึงใหญ่ๆ ได้แก่ นกกระทุง (pelican) เดี๋ยวนี้หายากมากแล้ว
          ๒) วงศ์นกกาน้ำ (Family Phalacrocoracidae) เป็นนกขนาดใหญ่ ตัวขนาดอีกา แต่ปากยาว แหลม คอยาว เท้ามีพังผืดสำหรับว่ายน้ำ ชอบว่ายน้ำหากิน มักทำรังปะปนอยู่กับฝูงนกกระยาง เนื่องจากตัวขนาดกา สีดำ แต่อยู่ริมน้ำ ชอบว่ายน้ำหากิน ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า กาน้ำ(cormorant)


[กลับหัวข้อหลัก]
๓. อันดับนกกระยาง (Order Ciconiiformes)
          เป็นนกขนาดใหญ่มากจนถึงขนาด ปานกลางมีหลายวงศ์ที่น่าจะรู้จักไว้ก็มี
          ๑) วงศ์นกกระสา-นกกระยาง (Family Ardeidae) มีหลายขนาดด้วยกันตามชนิดและตามสกุล ปากยาว แข้งยาว ขายาว นิ้วยาว เพื่อจะใช้เดินลุยโคลนได้ง่ายๆ นิ้วกลางของนกพวกนี้มักจะมี "หวี" ยื่นออกมาเป็นซี่เล็กๆ เข้าใจว่าคงใช้ในการเหยียบมิให้จมเลนลงไป ที่รู้จักกันมาก คือ นกกระสา (heron) และนกกระยาง (egret) ซึ่งมักพบเห็นกันเสมอในทุ่งนารอบๆตัวเมือง
           ๒) วงศ์นกปากห่าง (Family Ciconiidae) เป็นนกขนาดใหญ่มาก แต่เดี๋ยวนี้หาได้ยากมาก ที่พบกันเสมอก็คือ นกปากห่าง (openbilled stork) ซึ่งทางรัฐบาลได้ทำการคุ้มครอง เพราะเกรงจะสูญพันธุ์ เราเรียกว่า นกปากห่าง ก็เพราะบริเวณริมฝีปากของมันไม่ติดกัน จะแยกห่างจากกันเพื่อใช้ในการคาบหอย เป็นนกขนาดใหญ่มาก พบตามท้องนาทั่วๆ ไป


[กลับหัวข้อหลัก]
๔. อันดับนกเป็ด (Order Anseriformes)
          มีวงศ์เดียว คือ
          วงศ์นกเป็ด (Family Anatidae) ได้แก่ พวกเป็ดป่า เป็ดน้ำต่างๆ ภาษาอังกฤษเรียกwood duck และ teal บ้านเราก็มีเป็ดแดง เป็ดคับแค และเป็ดลาย ขนาดตัวเล็กกว่าเป็ดบ้านที่เลี้ยงไว้ บางชนิดก็โตมาก เช่น เป็ดหงส์ ขนาดใหญ่กว่าเป็ดบ้าน เป็ดพวกนี้บางชนิด เช่น เป็ดลายอพยพลงมาหากินในประเทศไทยเฉพาะฤดูหนาวเท่านั้น โดยมากมักจะไปอาศัยเกาะ นอนตามทะเลริมฝั่งทะเลโคลน และบินเข้ามาในแผ่นดินตอนดึกๆ เพื่อหาอาหารประเภทสาหร่าย หรือสัตว์น้ำจืดกินบ้าง พอหน้าร้อนก็อพยพกลับไปทำรังวางไข่ในทางตอนเหนือของประเทศไทย


[กลับหัวข้อหลัก]
๕. อันดับนกเหยี่ยว (Order Falconiformes)
          เป็นนกที่พบกันบ่อย และรู้จักกันดีมาก คือ
          วงศ์เหยี่ยวนกเขา-แร้ง (Family Accipitridae) ที่รู้จักกันมากคือ แร้ง (vulture) เหยี่ยวรุ้ง (harrier) และเหยี่ยวนกเขา (hawk) พวกนี้มีปากหนา แหลมคม อุ้งเท้ามีเล็บแข็งแรง เพื่อใช้ในการจับสัตว์ ฉีกเนื้อสัตว์กินเป็นอาหาร บางประเทศเขาจับเอามาฝึกหัดให้

[กลับหัวข้อหลัก]
๖. อันดับพวกไก่ฟ้า (Order Galliformes)
          มีวงศ์เดียว คือ
          วงศ์นกไก่ฟ้า (Family Phasianidae) นกพวกนี้มีเท้าสำหรับคุ้ยเขี่ย ลูกอ่อนพอออกจากไข่ได้สักพักก็สามารถวิ่งตามแม่ไปหาอาหารคุ้ยเขี่ยกินได้เอง ไม่ต้องรอพ่อแม่หาอาหารมาป้อน เช่นนกชนิดอื่นๆ พวกนี้มีขนาดต่างกันมาก เช่น นกยูง (peafowl) นกหว้า (argus pheasant) ซึ่งมีขนาดโตมาก ปีกและหางของนกตัวผู้ทั้ง ๒ ชนิด สามารถแผ่ออกไปร่ายรำอวดตัวเมียได้ พวกอื่นๆ ก็มี ไก่ฟ้า (pheasant) ไก่ป่า (jungle fowl) ซึ่งเป็นต้นตระกูลของไก่บ้าน และรวมทั้งพวกนกกระทา (partridge) ด้วย


[กลับหัวข้อหลัก]
๗. อันดับนกคุ่ม-นกกวัก (Order Gruiformes)
          มี ๒ วงศ์ คือ
          ๑. วงศ์นกคุ่ม (Family Turnicidae) ตัวค่อนข้างเล็ก ชอบวิ่งอยู่กับดิน มองดูเผินๆคล้ายลูกไก่ แต่ดูแข็งแรงกว่า ปีกแข็งกว่า บินได้ปราดเปรียว ที่พบมากก็มีนกคุ่มอืด (เพราะชอบร้องอืดๆ) และไก่นา (quail) ตัวลายๆ สีเหลืองประจุดดำๆ ชอบซุกอยู่ตามกอหญ้าริมท้องนา
          ๒. วงศ์นกกวัก (Family Railidae) ได้แก่ พวกนกอัญชัน และนกหนูแดง (rail) นกกวัก (water hen) นกอีลุ้ม (water cock) และนกอีโก้ง (gallinule) พวกนี้มักพบตามริมหนองน้ำหากินในน้ำ ขายาว แข้งยาว เล็บยาว เดินในน้ำและบนสาหร่ายใบบัวได้ไม่จม ถ้าจำเป็นก็ว่ายน้ำได้คล่องแคล่วพอใช้ได้ บินแข็งแต่ชอบบินฉวัดเฉวียน หลบตามกอหญ้ากอข้าวมากกว่า


[กลับหัวข้อหลัก]
๘. อันดับนกตีนเทียน-นกอีก๋อย (Order Charadriiformes)
          มีด้วยกันหลายวงศ์ คือ
          ๑. วงศ์นกพริก (Family Jacanidae) ได้แก่ พวกนกพริก นกอีแจว (jacana) ซึ่งมีแข้งขาและเล็บยาวมากเป็นพิเศษ เพื่อช่วยในการเกาะจับบนสาหร่ายในน้ำได้ง่ายๆ ว่ายน้ำก็ได้ ตัวขนาดนกอีลุ้ม แต่สีดำกว่า แข้งขายาวกว่า คอยาวและปากยาว
          ๒. วงศ์นกปากซ่อม (Family Scolopacidae) ส่วนมากของพวกนกปากซ่อม (snipe) เป็นนกอพยพลงมาหากินในประเทศตอนปลายฤดูฝน และอยู่ตลอดหน้าหนาวจึงกลับไปทำรังทางเหนือใหม่ในหน้าร้อน พวกนี้สีน้ำตาลอมเทา ดูทึมๆ เพื่อพรางตัวเองให้เข้ากับกอหญ้าและทุ่งนาต่างๆพบกันมากริมชายหาดเลน และท้องนา ได้แก่ พวกนกปากซ่อม นกตีนเทียน (red shank และgreen shank) นกอีก๋อย (whimbrel)
          ๓. วงศ์นกกระแต (Family Charadriidae) ส่วนมากเป็นนกขนาดปานกลาง และส่วนมากเป็นพวกอพยพลงมาหากินตามชายทะเล ได้แก่ พวกนกหัวโต (plover) และที่รู้จักกันมากก็คือนกกระแตแต้แว้ด หรือ นกต้อยตีวิด (lapwing) ซึ่งเชื่อกันว่า นกชนิดนี้เวลานอนมักจะนอนหงายเอาเท้าชี้ฟ้า เพราะกลัวฟ้าจะพังลงมาทับ แต่แท้ที่จริงแล้ว นกชนิดนี้จะยืนบนพื้นดินเอาหัวซุกปีกหลับ บางครั้งก็งอขาขึ้นข้างหนึ่ง เช่นนกอยู่ตามพื้นดิน ทั้งหลายทั่วๆ ไป เราเรียกกันว่า นกกระแตแต้แว้ด เพราะเสียงร้องของมันดังก้องป่าว่า "แต๊ด-แต๊ด-แต-แว้ด" ซ้ำๆ ซากๆ ฟังแล้วเพราะมาก
          ๔. วงศ์นกนางนวล (Family Laridae) เป็นนกขนาดค่อนข้างใหญ่มาก เท้าเป็นพังผืดปากแหลม หากินตามชายฝั่งทะเล และเข้ามาตามลำน้ำใหญ่ๆ บ้าง นกนางนวลบางชนิดหากินในน้ำจืดก็มี เช่น นกนางนวลที่พบทางภาคเหนือของประเทศไทย กล่าวกันว่า ชาวทะเลนับถือนกนางนวล เพราะถือกันว่า พอพบนกนางนวลก็แสดงว่า อยู่ใกล้ผืนแผ่นดินแล้ว ได้แก่ นกนางนวล(gull) และนกนางนวลแกลบ (tern)


[กลับหัวข้อหลัก]
๙. อันดับนกเขา (Order Columbiformes)
          มีวงศ์เดียว คือ
          วงศ์นกเขา (Family Columbidae) ได้แก่ พวกนกเขา (dove) นกพิราบ (pigeon) และนกเปล้า (fruit-dove) ต่างๆ พวกนี้ตัวผู้มักสีสวยกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกเปล้า ซึ่งมีสีสันสวยมาก กินผลไม้ ลูกไม้ ใบไม้เป็นอาหาร พบกันเสมอทั่วๆ ไป ตามป่าเขา และทุ่งนา


[กลับหัวข้อหลัก]
๑๐. อันดับนกแก้ว (Order Psittaciformes)
           มีวงศ์เดียว คือ
           วงศ์นกแก้ว (Family Psittacidae) พวกนี้มีปากหนา ใหญ่ งองุ้ม ดูน่ากลัว แต่ปากของมันมีไว้ใช้ในการจับกิ่งไม้ป่ายปีนเท่านั้น อาหารตามปกติของนกจำพวกนี้ คือ พวกเมล็ดพืชหญ้า ผลไม้ ใบไม้ แต่บางครั้งก็ชอบฉีกเปลือกไม้เล่น นกแก้วมีลิ้นหนามาก มักเป็นสัตว์เลี้ยงที่เชื่อง และหัดพูดได้ง่าย มี นกแขกเต้า นกแก้วโม่ง นกกะลิง ซึ่งเรียกรวมกันว่า นกแก้ว(parakeet) และนกหก (lorikeet) ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กกว่าพวกนกแก้วมาก เวลานอนจะเกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมานอนเช่นค้างคาว ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า นกหก นกพวกนี้มีสีสันสวยงดงามมาก


[กลับหัวข้อหลัก]
๑๑. อันดับนกกาเหว่า (Order Cuculiformes)
           ที่รู้จักกันมากมีวงศ์เดียว คือ
          วงศ์นกกาเหว่า (Family Cuculidae) มีนกหลายขนาด และหลายสิบชนิดในวงศ์นี้ บางชนิดก็ใหญ่มากขนาดกา เช่น นกกาเหว่า หรือ นกดุเหว่า (koel bird) นกกะปูด หรือ นกก้นปูด(crow pheasant) บางชนิดก็เล็กมากๆ เช่น นกเขียวมรกต (emerald cuckoo) เป็นต้น นกพวกนี้บางชนิด เช่น พวกนกกาเหว่า และพวกนกคักคู (cuckoo) ไม่รู้จักทำรังวางไข่ แต่ใช้วิธีแอบเข้าไปไข่ในรังของนกชนิดอื่นๆ แทน ด้วยความฉลาด แกมโกงของแม่นก เมื่อไข่เสร็จแล้ว แม่นกจะกลิ้งไข่อื่นๆ ออกทิ้งไปเสียบ้าง เพื่อให้จำนวนไข่ในรังนั้นคงที่เสมอ และเมื่อลูกนกคักคู ออกจากไข่ ซึ่งตามปกติลูกนกคักคูจะใช้เวลากกไข่เพียง ๓-๔ วันเท่านั้น มันก็จะใช้ความฉลาดของมันค่อยๆ กลิ้งไข่อื่นๆ ออกทิ้งเสีย พ่อแม่ก็จำเป็นต้องหาอาหารมาป้อนลูกนกกาเหว่าหรือนกคักคูนี้จนกระทั่งโต ซึ่งบางครั้งก็จะโตกว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงมันมามากมายนัก เราเรียกว่า นกกาเหว่า ก็เพราะเสียงร้อง "กา-เหว่า" ซ้ำๆ กัน ตามสวน ตามทุ่ง ได้ยินกันทั่วไป นกกะปูดก็ร้องได้ดังมากชาวบ้านเชื่อกันว่าจะร้องเวลาน้ำขึ้นน้ำลง นับว่าใช้เป็นเสียงแทนนาฬิกาบอกเวลาได้เป็นอย่างดี


[กลับหัวข้อหลัก]
๑๒. อันดับนกเค้าแมว (Order Strigiformes)
           ที่พบกันมากมี ๒ วงศ์ คือ
          ๑. วงศ์นกฮูก-นกแสก (Family Strigidae) เป็นนกขนาดกา ตัวโต สีขาวหรืออมชมพูประจุดดำ เนื่องจากออกหาพวกหนูเล็กๆ กินในเวลากลางคืนและเสียงบินพึบพับ ตลอดจนเสียงร้องที่เยือกเย็นทำให้คนโบราณเชื่อกันว่า นกฮูกหรือนกแสกเป็นยมทูตที่จะมาคร่าชีวิตคน แต่ความจริงนกพวกนี้เป็นนกที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยจับหนู อันเป็นศัตรูที่ร้ายกาจ หมายเลข ๑ ของมนุษย์กิน เท่าที่เรารู้กันทั่วๆ ไป นอกจากหนูจะกัดทำลายข้าวของให้เสียหายแล้ว หนูยังเป็นพาหะนำโรคนานาชนิดมาสู่มนุษย์ การที่หนูออกหากินเวลากลางคืนจึงแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมาก นกฮูกหรือนกแสกเหล่านี้จึงมีประโยชน์ต่อมนุษย์อย่างยิ่ง ที่เรารู้จักกันก็คือ นกฮูก หรือนกแสก (barn owl)เราเรียกนกฮูก เพราะมันมักจะร้องเป็นเสียงคราง "ฮือ-ฮือ" ส่วนเสียงนกแสกนั้นเกิดจากเวลาตกใจร้องออกมาอย่างโหยหวน เยือกเย็นและออกบินถลาดังพึบพับไปด้วย
          ๒. วงศ์นกเค้าแมว (Family Strigidae) ได้แก่ พวกนกเค้าแมว และนกถึดทือ (fish owl)ทั้งหลาย นกจำพวกนี้ออกหากินกลางคืนเป็นส่วนมาก และก็จับพวกหนูหรือสัตว์เล็กๆ อื่นๆ เช่น กบ เขียด ฯลฯ กินเป็นอาหาร นกถึดทือนั้นมีขนาดโตกว่านกเค้าแมวมาก



[กลับหัวข้อหลัก]
๑๓. อันดับนกตบยุง (Order Caprimulgiformes)
          ได้แก่ พวกนกตบยุงทั้งหลาย มีวงศ์เดียว คือ
           วงศ์นกตบยุง (Family Caprimulgidae) ได้แก่ พวกนกตบยุง (nightjar) พวกนี้ตัวขนาดใหญ่กว่านกกางเขนสักเล็กน้อย แต่อ้วนกว่า ปากใหญ่ แบนและกว้างมาก หนวดตามปากมีมากมาย เพื่อใช้รับความรู้สึกได้ดีมาก พวกนี้ออกหากินกลางคืน มักหมอบตามพื้นดินในท้องนาส่งเสียงร้องเป็นจังหวะ ตามชนิดของมัน โดยมากที่ได้ยินกันก็คือ "ตุ๊ก-ตุ๊ก" เรื่อยไป พวกนี้กินแมลงเป็นอาหาร เนื่องจากออกหากินกลางคืน ปากของมันจึงกว้างมาก เพื่อจะจับแมลงให้ได้นั่นเอง บางครั้งเวลาเดินไปในท้องนา เวลากลางคืน ส่องไฟจะพบตาสัตว์จุดแดงๆ เล็กๆ ๒ จุดนั่นคือ ตาของนกตบยุงนี่เอง



[กลับหัวข้อหลัก]
๑๔. อันดับนกกินปลา นกเงือก และนกตะขาบ (Order Coraciiformers)
          นกในอันดับนี้มีหลายวงศ์ ที่เรารู้จักกันดี คือ
          ๑. วงศ์นกกินปลา (Family Alcedinidae) นกวงศ์นี้ มีขนาดตั้งแต่เล็กมากกว่านกกระ-จอกจนใหญ่ขนาดนกเขา ได้แก่ พวกนกกระเต็น นกกำกวม นกกินเปี้ยว หรือนกปูเปี้ยว และนกกินปลา ภาษาอังกฤษเรียกรวมๆ กันว่า king fisher นกพวกนี้มีสีสวยงามมาก ส่วนมากก็กินปู กินปลาเล็กปลาน้อย และกุ้งน้ำจืดต่างๆ มักพบทั่วๆ ไป นกกระเต็นบางชนิด สามารถเปลี่ยนมุมบินที่ปีก ทำให้บินอยู่กับที่เป็นระยะนานๆ พวกนี้มีสายตาว่องไว และกะระยะแม่นยำมากขณะที่บินอยู่อาจโผลงเฉี่ยวปลา หรือกุ้งในน้ำได้อย่างแม่นยำ นกกระเต็นที่บินอยู่กับที่ได้ เราเรียกว่า นกกระเต็นปักหลัก มีสีขาวจุดดำทั้งตัว นกกระเต็นขนาดใหญ่ เราเรียกว่า นกกระเต็นช้าง หรือนกกำกวม
          ๒. วงศ์นกตะขาบ (Family Coraciidae) เป็นวงศ์นกที่พบกันบ่อย เกาะตามสายไฟสายโทรเลข ข้างถนน มีสีสันงดงาม เวลาบินสีต่างๆ จะตัดกับท้องฟ้าสวยมาก แต่ร้องเพลงไม่ใคร่เพราะ คงทำได้แต่เสียงต่ำๆ ในลำคอเท่านั้น นกพวกนี้มีขนาดโตกว่านกเอี้ยง และนกกิ้งโครงกินแมลง กบ เขียด จิ้งเหลน และกิ้งก่าเล็กๆ เป็นอาหาร มักอยู่เป็นคู่ๆ พบรอบๆ กรุงเทพฯแต่ตามป่าคงจะพบนกตะขาบดง หรือนกตะขาบปากกว้าง ซึ่งมีปากสีแดงจัด และกว้างมากอีกชนิดหนึ่ง เกาะตามต้นไม้แห้งๆ ทั่วไป ตามริมไร่ ซาก หรือในดงดิบ ทำรังตามโพรงไม้แห้งๆแต่อยู่สูง
          ๓. วงศ์นกเงือก (Family Bucerotidae) เป็นนกที่มีขนาดใหญ่โตมาก ปากของนกวงศ์นี้มักเปลี่ยนไปเป็นรูปต่างๆ สวยงาม ใหญ่ และแข็งแรง บ้านเราเรียกรวมว่า นกเงือก นกเงือกนกกก นกแกง หรือนกชนหิน ภาษาอังกฤษเรียกรวมว่า horn bill พวกนี้มักจะบินตามกันไปเป็นฝูงๆ บางฝูงก็เคยพบมี ๑๐๐ ตัว เวลาบิน กระพือปีกช้าๆ รับลม ทำให้เกิดเสียงดังพึบพับเอี๊ยดๆสนั่นไปทั้งป่า ชาวบ้านเชื่อกันว่า นกเงือกตัวผู้จะเจาะรูทำรัง เลี้ยงลูก และให้ตัวเมียมาหาเลี้ยงแต่แท้ที่จริงแล้ว นกเงือกตัวเมียจะเข้าไปวางไข่ กกไข่อยู่ในโพรงไม้ มันจะอุดโพรงที่เข้าไป ให้เหลือเพียงรูเล็กๆ สำหรับมีอากาศหายใจ และคอยยื่นหัวออกมารับอาหารจากตัวผู้เท่านั้น ธรรมชาติจะช่วยทำให้ขนของมันร่วงจนหมดเพราะร้อนอุดอู้อยู่ในโพรง ตัวผู้จึงมีหน้าที่บินหาอาหารมาป้อนลูกและเมียของมันในโพรงไม้ หากตัวผู้ตายไป ลูกและเมียที่อยู่ในโพรงไม้ย่อมตายตามไปอย่างไม่มีปัญหา เพราะตัวเมียไม่สามารถจะบินออกหากินได้ พอลูกโตเต็มที่ ขนนกจะงอกออกมาอีกทั้งแม่และลูก แล้วมันจึงช่วยกันกับพ่อนกทลายโพรงไม้และออกบินหากินกันต่อไป
          ๔. วงศ์นกจาบคา (Family Meropidae) ได้แก่ นกจาบคา หรือนกกินผึ้ง (bee-eater)พวกนี้มีขนาดค่อนข้างเล็ก ปากยาว งอโค้ง เพราะใช้บินไล่จับแมลง เวลาหน้าทำรัง พวกนี้มักชอบขุดโพรงริมตลิ่งน้ำสูงๆ ทำรัง เป็นการป้องกันมิให้ศัตรูเข้ามารบกวนลูกอ่อนของมัน มักพบเสมอรอบๆ เมือง ตัวสีเขียวแก่ หางยาว


[กลับหัวข้อหลัก]
๑๕. อันดับนกหัวขวาน (Order Piciformes) มี ๒ วงศ์ คือ
          มี ๒ วงศ์ คือ
          ๑. วงศ์นกโพระดก (Family Capitonidae) ส่วนมากเป็นนกขนาดกลาง โตกว่านกกระ-จอกสักเล็กน้อยไปจนถึงขนาดนกเขาเล็กๆ ปากหนาและใหญ่ผิดกับตัว ส่งเสียงร้องไปไกลมากบางชนิดก็มีสีสันสวยงามไม่แพ้นกวงศ์อื่นๆ เลย ภาษาอังกฤษเรียกรวมกันว่า บาร์เบต (barbet)เราเรียกว่า นกตีทอง เพราะเวลามันร้องดัง "โป๊ง-โป๊ง" คล้ายค้อนตีทองของพวกช่างทองส่วนนกโพระดกนั้น มันจะร้อง "ป๊ก-ป๊ก" เป็นระยะ บางครั้งก็ได้ยินเป็น "ฮื่อป๊ก-ฮื่อป๊ก"จึงเรียกกันว่า นกโพระดก หรือ โประดก
           ๒. วงศ์นกหัวขวาน (Family Picidae) นกในวงศ์นี้ สามารถไต่ขึ้นลงตามต้นไม้ได้ดีมากเล็บเท้ามักจะมี หน้า ๒ หลัง ๒ คมและแข็งแรง หางมักจะแข็งมากและเป็นรูป "ลิ่ม" ใช้ช่วยยันต้นไม้ขณะไต่ขึ้นลงตามลำต้น ร้องเป็นเสียง "แก๊กแก๊ก-แก๊กแก๊ก" ดังไปไกล และบินได้แข็งแรงมาก ปากของมันมักเป็นรูปโดม แหลม เวลาไปพบกิ่งไม้แห้งๆ ที่สงสัยจะมีหนอน มันก็ใช้ปากเคาะตรงกิ่งไม้นั้น ได้ยินไกลดัง โป๊ก โป๊ก พอแน่ใจว่าเป็นหนอนตรงบริเวณนั้น มันก็จะระดมใช้ปากโขกจนไม้แตกเป็นโพรง แล้วใช้ลิ้นอันเหนียวของมันซึ่งยาวผิดกว่านกอื่นๆ มาก จับหนอนนั้นกินเป็นอาหารเสีย


[กลับหัวข้อหลัก]
๑๖. อันดับนกเกาะ หรือนกร้องเพลง (Order Passeriformes)
          นกในอันดับต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วนั้น มักจะร้องเพลงได้ไม่ไพเราะเท่าไรนัก และไม่มีความสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ดีเท่าใด แต่นกในอันดับนกเกาะ บางครั้งเรียกว่า นกเปอร์ชิง (perchingbird) นี้ สามารถเกาะกิ่งไม้ได้ดีมาก และกล่องเสียงก็เจริญเปลี่ยนไป สามารถทำเสียงได้หลายเสียงและติดต่อกันเป็นเพลงอันไพเราะ นิ้วเท้าของนกพวกนี้แยกไปข้างหน้า ๓ หลัง ๑ และเป็นอิสระทำให้สามารถเกาะกิ่งไม้ได้ดีขึ้น นกพวกนี้เดินไม่ใคร่เป็น ฉะนั้น เวลาลงดินจึงพบมันกระโดดหยอยๆ มากกว่าจะก้าวขาเดินแบบพวกนกแก้ว มีหลายชนิด เป็นนกที่มีวิวัฒนาการสูงสุดในบรรดาพวกนกด้วยกัน นกที่พบรอบๆ ตัวเรา ประมาณสองในสามส่วนเป็นนกพวกนี้ทั้งหมดพวกนี้รู้จักสร้างรัง วางไข่ กกไข่ นับว่าเจริญและพิสดารกว่านกอื่นๆ เกือบทั้งหมด ที่เรารู้จักกันก็มี นกกระจอก นกกระจาบ นกกางเขน นกกิ้งโครง และนกสีชมพู ฯลฯ เป็นต้น ที่น่าจะรู้จักสามารถแบ่งออกเป็น ๑๖ วงศ์ คือ
           ๑. วงศ์นกเต้นตามกวาง (Family Pittidae) เป็นนกที่ชอบอยู่ตามดิน ดังนั้นชาวบ้านป่าจึงเรียกว่า นกเต้นตามกวาง นกเต้น หรือนกเจ็ดสี เพราะบางชนิดจะมีสีสันงดงามมาก มีสีต่างๆ นับได้ถึง ๗ สีจริงๆ มักพบตามป่าทั่วๆ ไป ส่งเสียงร้องดังมาก ออกเดินคุ้ยเขี่ยหาอาหารพวกหนอน มด แมลงเล็กๆ และบางคราวก็จิ้งเหลน กิ้งก่า กบ เขียดน้อยๆ ตามป่าทั่วๆ ไป พวกนี้มักชอบป่าที่ชุ่มชื้น ตามป่าไผ่ก็ชอบอยู่ นับว่าเป็นนกที่สวยงามประเภทหนึ่ง
           ๒. วงศ์นกพญาปากกว้าง (Family Eurylaimidae) เป็นนกขนาดกลาง จนถึงขนาดใหญ่ๆ ประมาณนกขมิ้น เป็นนกที่มีสีสันสวยงามมาก นกวงศ์นี้จะมีปากซึ่งกว้างใหญ่มาก แต่ไม่หนา จึงได้ชื่อว่า นกพญาปากกว้าง ส่วนมากมักจะมีสีสันสวยงามเกินกว่าที่จะคิดไว้ โดยเฉพาะสีที่ปาก ซึ่งนกทั่วๆ ไปจะมีสีดำ น้ำตาล หรือแดง แต่ปากของนกบางชนิดในวงศ์นี้จะมีสีเขียวใบไม้ตัดกับสีแดงอมเหลืองสวยมาก อย่างไรก็ตาม สีของปากนกพวกนี้มักจะซีดจางหายไปเมื่อตายแล้ว พบอยู่เป็นฝูงๆ ตามป่าดงดิบทั่วๆ ไป
           ๓. วงศ์นกกระจาบฝน (Family Alaudidae) ขนาดโตกว่านกกระจอกสักเล็กน้อย แต่ตัวอ้วนกว่า ร้องเพลงเพราะ พบตามท้องนารอบๆ กรุงเทพฯ และท้องนาทั่วๆ ไปในต้นฤดูฝนนกชนิดนี้ตัวผู้จะบินร่อนขึ้นสูง แล้วร่อนถลาลงดินพร้อมทั้งส่งเสียงร้องเพลงอย่างไพเราะ เนื่องจากมีรูปร่างขนาดนกกระจาบและพบบ่อยตอนต้นฝน จึงเรียกกันว่า นกกระจาบฝน (lark)
           ๔. วงศ์นกนางแอ่น (Family Hirundinidae) เป็นนกขนาดเล็กปีกเรียวแหลม ทำให้บินร่อนได้ทนทาน ส่วนมากนกพวกนี้อพยพลงมาจากทางเหนือของไซบีเรีย เกาหลี ผ่านลงมาทางกรุงเทพฯ และเลยไปยังมาเลเซีย ไปจนถึงตอนเหนือของทวีปออสเตรเลียก็เคยพบ นับว่าเป็นนกที่มีความสามารถในการอพยพย้ายถิ่นได้อย่างวิเศษสุด เป็นนกที่เราพบเกาะสายไฟฟ้าตามเมืองบินรอบๆ เมืองเสมอในฤดูหนาว ภาษาอังกฤษเรียกว่า สวัลโลว์ (swallow) ชนิดอยู่ริมน้ำเรียกว่ามาร์ติน (martin) นกนางแอ่นนี้เป็นคนละพันธุ์และคนละวงศ์กับนกนางแอ่นที่เราใช้รังมากินอาหารซึ่งเรียกว่า สวิฟต์ (swift) นกเจ้าฟ้าของเราที่เพิ่งพบก็จัดอยู่ในวงศ์นกนางแอ่นเหมือนกัน
           ๕. วงศ์นกแซงแซว (Family Dicruidae) ได้แก่ นกแซงแซว (drongo) เป็นนกที่พบและรู้จักกันทั่วไป ขนาดโตกว่านกกางเขน สีดำทั้งตัว มีทั้งแซงแซวหางปลา และแซงแซวหางบ่วง บางชนิดขนเป็นมันสีเหลือบดูสวยมาก พบเกาะรอบๆ ตัวเมือง และในสวน บินโฉบจับแมลงกินอยู่ในนาเนืองๆ
           ๖. วงศ์นกขมิ้น (Family Oriolidae) ชื่อของนกชนิดนี้แสดงให้รู้แล้วว่าเป็นนกสีเหลืองสวยงามมาก แต่พวกนกขมิ้นดง (maroon oriloe) นั้น สีน้ำตาล แดงเข้มจนเกือบดำก็มี นกขมิ้นเหลืองอ่อนนั้น เป็นที่รู้จักว่าไม่มีรังจะนอนอาศัย เพราะนกชนิดนี้ได้อพยพเข้ามาหากินในประเทศตอนฤดูหนาวนั่นเอง
           ๗. วงศ์กา (Family Corvidae) ได้แก่ อีกา (crow) กาแวน นกขุนแผน และพวกนกกะลิงเขียด (tree pie) พวกเจย์ (jay) ซึ่งมีสีสันสวยงามมาก พวกนี้โดยมากมีขนาดโต สีสันก็แตกต่างเปลี่ยนไปคนละชนิด แต่เรารู้จักว่า อีกามีสีดำทั้งตัวเท่านั้น
           ๘. วงศ์นกปรอด (Family Pycnonotidae) เราเรียกกันว่า นกปรอด (bulbul) ก็เพราะว่ามันจะส่งเสียงร้อง "กรอด-กรอด" อยู่ตามสวน ตามรั้วบ้านเรานี่เอง มีหลายสิบชนิด สีสันแปลกๆ ต่างกัน สวยงามมาก ส่วนมากมักอยู่ตามป่าเขาสูงๆ
           ๙. วงศ์นกกินแมลง (Family Muscicapidae) เป็นวงศ์นกขนาดใหญ่มาก แบ่งออกเป็นวงศ์ย่อยๆ อีกมากมาย เช่น พวกนกกางเขน (robin) นกกะถัว (laughing thrush) และพวกนกกระจิบ (warbler) ต่างๆ เป็นวงศ์นกที่ใหญ่ที่สุดของเราเวลานี้ นักปราชญ์บางคนได้แยกนกเหล่านี้ออกไปเป็นวงศ์ต่างๆ อีกหลายวงศ์ แต่เพื่อความสะดวก เราจะไม่กล่าวถึงในที่นี้
           ๑๐. วงศ์นกพญาไฟ (Family Pericrocotidae) นกพญาไฟ (minivet) เป็นนกที่สวยงามมาก ตัวผู้จะมีหัวและปีกเป็นสีดำสนิทเป็นมัน อก ท้อง และลายบนปีกเป็นสีแดงเพลิงตัดกันงดงามมาก แต่ตัวเมียมีสีเหลืองและสีเทา นกบางชนิดในวงศ์นี้ เช่น นกขี้เถ้า (cuckoo shrike)มีขนาดตัวโตมากกว่านกพิราบแต่มีสีเทาทั่วตัว ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
           ๑๑. วงศ์นกก้นห่ม (Family Motacillidae) เป็นนกที่อพยพลงมาหากินในประเทศไทยตอนปลายฤดูฝนต่อหนาว และกลับไปทำรังทางภาคเหนือในหน้าร้อน มีสีสันต่างๆ กันหลายชนิดเวลาเดินหรือเกาะอยู่กับที่ มักจะส่ายหรือกระดกหางขึ้นๆ ลงๆ ตลอดเวลา จึงเรียกกันว่า นกก้นห่ม (wagtail) บางคนก็เรียกว่า นกเด้าลม ทางภาคเหนือมักจะเรียกว่า นกอุ้มบาตร เพราะนกพวกนี้ชนิดหนึ่ง มีสีขาวทั้งตัว แต่หน้าอกมีสีดำเป็นแผ่นคล้ายๆ พระหรือเณรอุ้มบาตร ชาวบ้านภาคเหนือจึงเรียกนกอุ้มบาตร
           ๑๒. วงศ์นกอีเสือ (Family Laniidae) เป็นนกขนาดกลาง มีปากหนา พวกนี้ชอบจับพวกจิ้งเหลน กิ้งก่า หรือกบเขียดกินเป็นอาหาร พวกแมลงต่างๆ ก็ชอบกินมาก บางครั้งหากกินอาหารไม่หมด มักจะชอบเอาอาหารไปซุกซ่อนตามคาคบไม้ นกอีเสือเป็นนกที่อพยพมาจากทางประเทศจีนในฤดูหนาว และหากินรอบๆ กรุงเทพฯ และตามภาคต่างๆ ส่วนนกแก้วตาไวหัวดำหลังแดงนั้นเป็นนกที่ทำรังวางไข่ตามบริเวณที่ราบภาคกลางนี้เอง
           ๑๓. วงศ์นกเอี้ยง-กิ้งโครง (Family Sturnidae) เป็นนกที่พวกเราพบเห็นกันทุกวันรอบๆบ้านเรานี้เอง ประกอบด้วย นกเอี้ยง นกสาลิกา นกกิ้งโครง และนกขุนทอง ซึ่งเรียกกันว่าทอล์กกิงไมนา (talking myna) เพราะสามารถเอามาเลี้ยงหัดให้พูดได้ ปัจจุบันประเทศไทยส่งนกขุนทองไปขายต่างประเทศ ปีละเป็นแสนตัว ทำรายได้ให้ประเทศนับจำนวนล้านบาททีเดียว นกพวกนี้กินแมลงต่างๆ เป็นอาหาร พวกนกกิ้งโครง นกเอี้ยง และ นกสาลิกา ชอบหากินตามหลังวัวควาย เพราะเวลาวัวควายเดินไปตามท้องนา หางของมันจะโบกปัดเอาตัวแมลงบินขึ้นมา นกพวกนี้ก็จะจับจิกกินเป็นอาหาร
           ๑๔. วงศ์นกกินปลี (Family Nectariniidae) เป็นนกที่เจริญมาก ขนาดตัวเล็ก ตัวผู้และตัวเมียมีสีสันผิดกันมากมาย ตัวผู้มักมีสีงดงามมาก ปากงอโค้ง ลิ้นของมันเป็นหลอดใช้ในการดูดน้ำหวาน น้ำซับต่างๆ พวกนี้กินน้ำหวานเป็นอาหาร มักชอบกินผลไม้สุกที่เละๆ เพราะได้น้ำหวาน เช่น ลูกตำลึง มะละกอสุก บ้านเราก็มีนกกินปลี (sunbird)
           ๑๕. วงศ์นกกาฝาก (Family Dicaeidae) เล็กกว่านกกินปลี และปากสั้นกว่ามาก สีสันคล้ายกับนกกินปลี แต่ชอบกินดอกกาฝากและดอกไม้อย่างอื่นๆ บ้านเราก็มีนกกาฝากและนกสีชมพูสวน (flower-pecker)
           ๑๖. วงศ์นกกระจาบ (Family Ploceidae) ได้แก่ นกกระจาบ (weaver bird) นกกระจอก(sparrow) ซึ่งรู้จักกันดี นกพวกนี้บางชนิดร้องเพลงได้ไพเราะมาก บางชนิดก็ทำรังอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ๆ จนชาวต่างประเทศเรียกว่า นกโซเชียล (social bird) มีการกรีดใบหญ้าเส้นเล็กเส้นน้อยเอามาสานกันประกอบเป็นรังห้อยตามต้นไม้ มีรูเข้าออก ดูสวยงามประณีตมาก ที่รู้จักกันมากก็คือนกกระจาบหัวเหลือง และนกกระจอก นกกระจาบบางชนิดก็อพยพลงมาหากินในประเทศไทยตอนฤดูหนาว
            เท่าที่กล่าวมาข้างต้น เป็นตัวอย่างนกบางชนิดที่จำแนกออกตามหลักสัตวศาสตร์สากล แต่ต้องเข้าใจว่า นกต่างๆ ของประเทศไทยมีจำนวนมากมาย ที่กล่าวมานี้เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นกนายกิตติ ทองลงยา

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!