สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

หน่วยงานของภาคเอกชน
 
เรามีความรู้เรื หน่วยงานของภาคเอกชน มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
หน่วยงานของภาคเอกชน จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 16
 
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย นางเบญจา ชลธาร์นนท์ และนางยุพิน พิพิธกุล

          ในประเทศไทยมีหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับบุคคลพิการทั้งของภาครัฐบาลและภาคเอกชนอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย  ซึ่งแสดงให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยยังไม่มีการตราพระราชบัญญัติเกี่ยวกับคนพิการก็ตาม  แต่สังคมของเราก็ได้มีหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ที่ตระหนักในหน้าที่และมีความเห็นว่าสังคมควรต้องให้การสงเคราะห์แก่บุคคลพิการ  ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นของภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่ดำเนินงานเพื่อคนพิการดังต่อไปนี้




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

หน่วยงานของภาครัฐบาล

          ๑. กรมประชาสงเคราะห์  กระทรวงมหาดไทยติดต่อที่ถนนกรุงเกษม  เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพมหานคร  ๑๐๑๐๐  โทร. ๒๘๑-๓๑๙๙ จัดบริการในลักษณะ  (๑) สถานสงเคราะห์แก่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่  (๒) สถานฝึกอาชีพและฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพแก่เยาวชนและผู้ใหญ่พิการทั้งชายและหญิง  (๓) การฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์
         
๒. กระทรวงศึกษาธิการ  ถนนราชดำเนินนอกดุสิต  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๓๐๐  โดยมีหน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบดังนี้
           
๒.๑ กรมสามัญศึกษา  ติดต่อที่กองการศึกษาพิเศษ โทร. ๒๘๒-๕๘๒๐  และ ๒๘๒๒๘๕๖ ให้บริการด้านการศึกษาพิเศษในลักษณะ (๑) โรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กพิการเฉพาะประเภทเช่น โรงเรียนสอนเด็กหูหนวกและหูตึง  โรงเรียนสอนเด็กตาบอด  (๒) การส่งบุคลากรไปช่วยสอนตามโรงเรียนการศึกษาพิเศษต่างๆ เช่น โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ   โรงเรียนศรีสังวาลย์สอนเด็กพิการทางแขนขาและลำตัว   สถานสงเคราะห์เด็กพิการและทุพพลภาพปากเกร็ด  (๓) การจัดโครงการเรียนร่วมให้เด็กพิการเข้าเรียนร่วมกับเด็กปกติ  เช่น  เด็กตาบอด   เด็กเรียนช้า  (๔) โครงการสอนเด็กเจ็บป่วยในโรงพยาบาลโดยร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข  เช่น  ที่โรงพยาบาลศิริราช  โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์  โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น  โรงพยาบาลขอนแก่น  และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  (๕) โครงการจัดชั้นเรียนพิเศษสำหรับเด็กหูตึงเรียนร่วม
           
๒.๒  สำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ  ติดต่อที่กองวิชาการ  โทร. ๒๘๑-๐๕๘๘ให้บริการด้านการศึกษาพิเศษในลักษณะจัดโครงการเรียนร่วมระหว่างเด็กพิการกับเด็กปกติ
            ๒.๓  
กรมการฝึกหัดครู  ติดต่อที่วิทยาลัยครูสวนดุสิต โทร. ๒๔๓-๒๒๕๐-๕๕ ต่อ ๑๓๔และ ๑๔๕  ทำการผลิตครูการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรี  และมีหน่วยสาธิตสอนเด็กหูตึงในระดับอนุบาลโดยใช้ระบบการสอนพูด   และศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มเด็กตาบอดและครอบครัว โทร. ๒๔๑-๔๔๐๑  ที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการและเตรียมความพร้อมเด็กตาบอดและเด็กเห็นเลือนลาง อายุ ๐-๗ ปี  รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษาสาธิตวิธีการเลี้ยงลูกตาบอดแก่ครอบครัว
         
๓. กระทรวงสาธารณสุข  และโรงพยาบาลต่างๆ ในส่วนกลางและภาคกลาง  มีโรงพยาบาลศิริราช  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  โรงพยาบาลรามาธิบดี  โรงพยาบาลทหารผ่านศึก  โรงพยาบาลเลิดสิน 
โรงพยาบาลประสาท  โรงพยาบาลราชานุกูล โรงพยาบาลสระบุรี  โรงพยาบาลชลบุรี  โรงพยาบาลราชบุรี  โรงพยาบาลชัยนาท  โรงพยาบาลนนทบุรีเป็นต้น  ในส่วนภูมิภาคทั้งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ภาคเหนือ  ภาคใต้   มีโรงพยาบาลคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น  โรงพยาบาลคณะแทพยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  (โรงพยาบาลสวนดอก)  โรงพยาบาลประจำจังหวัดต่างๆ เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีศูนย์สุขวิทยาจิตถนนพระราม เขตพญาไท  กรุงเทพมหานคร
โรงพยาบาลนิติจิตเวช  แขวงทวีวัฒนา  ตลิ่งชันกรุงเทพมหานคร  โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์  จังหวัดสมุทรปราการ  โรงพยาบาลสวนสราญรมย์  อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นต้น



[กลับหัวข้อหลัก]
หน่วยงานของภาคเอกชน

       ๑. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ติดต่อที่  ตึกมหิดล  ถนนราชวิถี  พญาไท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐ทร. ๒๔๖-๑๔๕๗-๖๑  ให้บริการในลักษณะการส่งเสริมอาชีพ  คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ
         
๒. มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ติดต่อที่ สวนจิตรลดา  อำเภอดุสิต  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐ โทร. ๒๘๑-๖๔๐๓,๒๘๑-๐๙๐๔ ต่อ ๑๗๓  และที่ ๓๐๖/๑ ถนนศรีอยุธยา  อำเภอพญาไท  กรุงเทพมหานคร ๑๐๔๐๐ โทร. ๒๔๕-๘๖๙๗, ๒๔๕-๘๗๐๓ ให้บริการช่วยเหลือทหาร  ตำรวจ  ข้าราชการ  และราษฎรอาสาสมัครที่บาดเจ็บ  พิการ  และเสียชีวิตจากการสู้รบกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์และผู้ กล้ำอธิปไตย
          ๓. มูลนิธิสถาบันแสงสว่าง  ติดต่อได้ที่  ๕๕ สุ
ขุมวิท  ๓๘  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๑๑๐  โทร.๓๙๑-๖๘๐๙, ๓๙๑-๑๖๑๘ ให้บริการทดสอบเด็ก  จัดโปรแกรมการสอนเด็กพิเศษประเภทต่างๆ เป็นรายบุคคล  จัดการบำบัด  เตรียมความพร้อม  บริการสำหรับผู้ปกครอง  ประสานงานและแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับสถาบันอื่น
          
๔. มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ติดต่อที่  ถนนติวานนท์  ปากเกร็ด นนทบุรี  ๑๑๑๒๐  โทร. ๕๘๓-๙๕๙๖, ๕๘๓-๙๕๙๗,๕๘๓-๖๖๘๑  ให้บริการช่วยเหลือในการฟื้นฟูบำบัดสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย  จิตใจ  และสังคม  รวมทั้งสวัสดิการที่จำเป็นแก่เด็กและผู้ใหญ่ซึ่งพิการแขนขาลำตัว
          
๕. มูลนิธิอนุเคราะห์คนหูหนวก  ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ติดต่อได้ที่  ๑๓๗  ถนนพระราม  ๕  ดุสิต  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๓๐๐  โทร. ๒๔๑-๕๑๖๙ ให้บริการแก่คนหูหนวกทั่วประเทศ
          ๖.  
มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์  ติดต่อที่  ๔๒๐  ถนนราชวิถี  พญาไท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐  โทร.๒๔๖-๐๐๗๐ และ  ๒๔๖-๑๔๓๑  ดำเนินงานของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ  รับนักเรียนอายุ๖-๑๒ ปี  ตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ จัดศูนย์ฝึกอาชีพให้ทั้งกับหญิงและชายตาบอด  จัดศูนย์พัฒนาอาชีพ  และจัดห้องสมุดคอลฟิลด์  ผลิตหนังสือเบรลล์สำหรับคนตาบอด
         
๗. มูลนิธิธรรมมิกชนเพื่อคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ติดต่อได้ที่ศูนย์การศึกษา
คนตาบอด  ๒๑๔ หมู่   ถนนประชารักษ์  อ.เมือง  จ.ขอนแก่น  ๔๐๐๐๐  โทร.๒๓๗-๖๓๑ ให้บริการเตรียมเด็กตาบอดอายุ
๕-๑๒ ปี  เพื่อจัดส่งไปเข้าเรียนร่วมในโรงเรียนปกติ  โดยมูลนิธิสนับสนุนค่าใช้จ่ายผลิตสื่อการเรียนและตำราเรียนเป็นอักษรเบรลล์และตำราเทป  บริการด้านที่พักอาศัย  อาหาร  ให้นักเรียนตาบอด  และฝึกอบรมให้สามารถดำรงชีวิตในสภาพที่เป็นจริงของคนตาบอดในชนบท
         
๘. มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ  ติดต่อที่  ๒๐/๑๖  ถนนลาดพร้าว ซอย ๘๗  จันทราสุข  บางกะปิ กรุงเทพหมานคร  ๑๐๓๑๐  โทร. ๕๑๔-๒๕๔๔ จัดศูนย์สาธิตการฟื้นฟูเด็กซีรีบรัล พัลซี โดยบริการให้การศึกษาแก่เด็กและฝึกกายภาพบำบัดสำหรับเด็กที่อยู่ในศูนย์สาธิต  ให้การฟื้นฟูเด็กพิการในชุมชน  ประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อส่งผู้ป่วย  รวมทั้งให้การศึกษาฝึกอบรมแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น อนามัยตำบล  ครู  ผู้ปกครองและให้การศึกษาและสร้างทัศนคติทางบวกโดย
การเผยแพร่ข้อมูล
          
๙. สหทัยมูลนิธิ  ติดต่อที่  ๖๖  สุขุมวิท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๑๑๐  โทร. ๒๕๒-๕๒๐๙และ ๒๕๒-๘๙๗๖  ให้บริการฟื้นฟูสภาพครอบครัวและช่วยเหลือบิดามารดานอกสมรสที่มีบุตรอายุระหว่าง ๐-๖ ปี  อุปการะเด็กอายุ ๐-๖ ปีให้ชั่วคราว  บริการจัดหาครอบครัวบุญธรรมพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  จัดนันทนาการสำหรับผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล  บริการสวัสดิการเด็กในชุมชนแออัด  บริการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กด้อยโอกาส  และบริการส่งเสริมสุขภาพอนามัยเด็กในชนบท
          
๑๐. สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย   ติดต่อที่  ๑๙๘/๓  ถนนศรีอยุธยา  ดุสิตกรุงเทพมหานคร  ๑๐๓๐๐  ติดตามค้นหาระเบียบข้อบังคับและกฎหมายที่มีผลประโยชน์ต่อคนพิการมาเผยแพร่  ให้คนพิการทราบถึงสิทธิอันพึงมีพึงได้  สนับสนุนส่งเสริมให้มีกฎระเบียบข้อบังคับ  กฎหมายที่ให้ผลประโยชน์แก่คนพิการ  ส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพทุกขั้นตอนของคนพิการ  สนับสนุนให้มีความสัมพันธ์อันดีในระหว่างคนพิการด้วยกัน  สนับสนุนและส่งเสริมให้คนพิการได้ทำประโยชน์ต่อสังคมและให้ความร่วมมือและประสานงานกับองค์การและหน่วยงานอื่นๆ ที่มีวัตถุประสงค์ไม่ขัดกับสภาคนพิการฯ  และนอกจากนี้ ยังมีสมาคมคนพิการแต่ละประเภท  เช่น สมาคมคนตาบอดติดต่อที่  ๘๕/๑-๒  ซอยบุญอยู่  ถนนดินแดง สามเสนใน  พญาไท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐โทร. ๒๔๕-๘๙๔๖  สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย  ติดต่อที่  ๒๐๓/๗๑๕  การเคหะบางพลีซอย ๒๘  ต.บางเสาธง  อ.บางพลี  จ.สมุทรปราการ  โทร. ๓๑๕-๑๑๒๘  สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย  ติดต่อที่  ๓๔/๑  ซอยสุขุมวิท๕๑  คลองตัน  พระโขนง  กรุงเทพมหานคร ๑๐๑๑๐  โทร. ๒๕๘-๗๐๙๙  และสมาคมผู้ปกครองบุคคลปัญญาอ่อน  ติดต่อที่  ๔๗๓๗  ในโรงพยาบาลราชานุกูล  ถนนดินแดง  เขตห้วยขวางกรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐ โทร. ๒๔๕-๔๖๐๑-๕ ต่อ ๒๑๗
         
๑๑. องค์การคริสเตียนเพื่อคนพิการในประเทศไทย  ติดต่อที่  ๗๘๑  ซอยลือชา  ถนนพหลโยธิน  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐ โทร.๒๗๘-๓๙๙๙  จัดทำโครงการต่างๆ ได้แก่ โครงการวิทยุและโทรทัศน์  สนับสนุนให้คนพิการที่สามารถเปิดกิจการร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด  โครงการตัดเย็บเสื้อผ้าในกรุงเทพมหานคร  โครงการฝึกอบรมผู้นำคนพิการ  และอาสาสมัครช่วยงานคนพิการ  โครงการเครื่องหนังโดยเปิดร้านซ่อมรองเท้า  โครงการประสานงานกับองค์การและคนพิการ  โครงการพันธกิจคริสต์จักรซึ่งสนับสนุนให้คริสต์จักรดำเนินโครงการร่วมกับคนพิการ  และโครงการออกเยี่ยมเยียนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลต่างๆ
         
๑๒. องค์การคริสโทเฟิล บลินเดินมิชชั่น : ซีบีเอ็ม (Christoffel Blindenmission : CBM)  ติดต่อที่ ๓๗  ซอยอินทามระ   (ซอยพรทิพย์)  ถนนสุทธิสาร  พญาไท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐โทร. ๒๗๘-๐๐๔๐ และ ๒๗๙-๓๑๕๓ ให้ความช่วยเหลือแก่คนพิการทุกคน  โดยเน้นให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศที่ด้อยพัฒนาและกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่พิการทางการเห็นโดยสนับสนุนโครงการเรียนร่วมสำหรับเด็กพิการทางการเห็น  พัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการประเภทต่างๆ ส่งเสริมโครงการฝึกอาชีพให้แก่ผู้พิการทางการเห็นและพิการทางร่างกาย  สนับสนุนการจัดทำโครงการป้องกันการตาบอดและความพิการทุกประเภท  สนับสนุนการรักษาพยาบาลให้กับผู้พิการ  ส่งเสริมโครงการอนามัยและรักษาตาและโครงการให้บริการและฟื้นฟูสมรรถภาพในชุมชนแก่คนพิการทุกประเภท  องค์การซีบีเอ็มนี้ไม่ได้เป็นองค์การที่ปฏิบัติงานโดยตรง  แต่เป็นองค์การให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ  ผู้เชี่ยวชาญและวิชาการ แก่องค์การต่างๆ เป็นหน่วยปฏิบัติทั้งของภาครัฐและเอกชน
           
๑๓. องค์การ เฮเลน เคลเลอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อินคอร์ปอเรต : เอชเคไอ (Helen Keller International Incorporated : HKI)  ติดต่อที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ  ๔๒๐  ถนนราชวิถีพญาไท  กรุงเทพมหานคร  ๑๐๔๐๐ โทร. ๒๔๖-๐๐๗๐ และ ๒๔๖-๑๔๓๑  ส่งเสริมการจัดโครงการเรียนร่วมเด็กตาบอดในโรงเรียนปกติ  ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ  สื่ออุปกรณ์พิเศษให้ทุนอบรมครูสอนเด็กตาบอด  ให้การสนับสนุนทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน
         
หน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับบุคคลพิการในประเทศไทยยังมีอีกเป็นจำนวนมาก  ผู้สนใจจะขอข้อมูลได้จากกรมประชาสงเคราะห์ และกองการศึกษาพิเศษ กรมสามัญศึกษา



[กลับหัวข้อหลัก]
บทสรุป

          การที่ประเทศไทยได้ให้ความสำคัญต่อบุคคลพิการโดยได้จัดให้มีการศึกษาพิเศษในรูปแบบต่างๆ กัน  รวมทั้งยังมีการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐบาลและเอกชน  ทำให้การให้ความช่วยเหลือ  สงเคราะห์และการฟื้นฟูสมรรถภาพบุคคลพิการมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้วก็ตาม  แต่ยังมีบุคคลพิการจำนวนมากที่มีความรู้สึกว่าสังคมไทยยังไม่ค่อยยอมรับคนพิการในแง่การงานอาชีพ และการสังคมกล่าวคือ  สังคมให้ความเห็นใจ  แต่หากจะต้องว่าจ้างบุคคลพิการเข้าทำงาน หรือคบหาสมาคมกับบุคคลพิการก็ยังมีทัศนคติเชิงลบ และยังไม่มีความแน่ใจว่าบุคคลพิการจะสามารถประกอบอาชีพได้  หรือหากจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์  หรือสถานที่  ก็รู้สึกว่าเป็นภาระหน้าที่มากเกินไปที่จะต้องมาทำเพื่อคนพิการ  ฉะนั้นในฐานะที่เราทุกคนเป็นประชาชนคนไทยในสังคมไทย  เราจึงควรทราบถึงแนวปฏิบัติต่อคนพิการ  เพื่อให้คนพิการได้อยู่ร่วมกับคนปกติในสังคมไทยอย่างมีความสุข  และมีประสิทธิภาพ



[กลับหัวข้อหลัก]
แนวทางในการปฏิบัติของประชาชนทั่วไปต่อบุคคลพิการมีดังนี้

          ๑. ศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่างๆ เกี่ยวกับบุคคลพิการทุกประเภท  เพื่อทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจ  ในสภาพความพิการ  แล้วจะทำให้อคติ  ความกลัว  ความรังเกียจ  ทัศนคติเชิงลบต่างๆ หมดไป  ทำให้เกิดการยอมรับบุคคลพิการได้มากขึ้น
         
๒. เมื่อสามารถยอมรับบุคคลพิการได้แล้ว   ก็สามารถให้การสนับสนุนส่งเสริมให้เขามีโอกาสได้แสดงความสามารถ  ให้โอกาสเขาได้ทำงานร่วมกับคนปกติ
          ๓. ถ่ายทอดทัศนคติเชิงบวกหรือที่ถูกต้องให้กับบุคคลอื่นๆ ที่ยังไม่เข้าใจบุคคลพิการโดยให้ข้อมูลที่เป็นจริงแก่บุคคลเหล่านั้น
          ๔. ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบุคคลพิการเพื่อให้ประชาชนทั่วไปมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคนพิการ
          ๕. ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับหน่วยงานที่ให้บริการแก่บุคคลพิการและครอบครัวเพื่อช่วยแนะนำบุคคลพิการและครอบครัวให้ได้รู้จักและใช้บริการที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลพิการ
          ๖. ให้การสนับสนุนและเร่งรัด  ให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎข้อบังคับและระเบียบการปฏิบัติงานการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการเพื่อบุคคลพิการจะได้มีโอกาสรับสิทธิที่พึงมีพึงได้ตามกฎหมาย  และมีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกับบุคคลอื่นๆ ในสังคมของคนปกติ
           ดูเพิ่มเติมจากเรี่อง การบริบาลทารกและโรคทางกุมารเวชศาสตร์ เล่ม จิตเวชศาสตร์ และสุขภาพจิต เล่ม ๑๐



[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นางยุพิน พิพิธกุล
• นางเบญจา ชลธาร์นนท์

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!