สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

ประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.)
 
เรามีความรู้เรื ประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.) มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
ประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.) จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 22
 
ไม้พุ่มและไม้รอเลื้อย โดย นางอบฉันท์ ไทยทอง
          ไม้พุ่มและไม้รอเลื้อยที่มีดอกหอมที่นิยมปลูกกัน มีทั้งพันธุ์ไม้จากถิ่นอื่น เช่น พุดซ้อน พุดจีบ พุทธชาดสามสี ยี่หุบ จำปีแขก และพันธุ์ไม้ของท้องถิ่นซึ่งมีไม่มากชนิดนัก ล้วนแต่มีกลิ่นหอม และหามาปลูกเลี้ยงได้ไม่ยากนัก เช่น


[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

แก้ว (Murraya paniculata Jack)
          แก้วเป็นไม้ดอกหอมที่รู้จักกันดีทั่วประเทศมีชื่ออื่นๆ ได้แก่ แก้วขาว แก้วขี้ไก่ แก้วพริกตะไหลแก้ว แก้วลาย และจ๊าพริก อยู่ในวงศ์Rutaceae พวกเดียวกับมะนาว และส้มต่างๆ พบขึ้นตามป่าเบญจพรรณทั่วประเทศ ต้นเป็นพุ่มหรือเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ต้นและกิ่งก้านแข็งเหนียวแตกเป็นร่องยาวสีขาว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย ๗-๙ ใบ ใบย่อยแบบรูปไข่กลับหรือคล้ายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ยาว ๒.๕-๓ ซม.กว้าง ๑.๕-๒ ซม. ใบมัน ดอกเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่ง ขนาดดอกประมาณ ๑.๕ ซม. สีขาว มี ๕กลีบ ดอกบานวันเดียว ดอกในช่อมักบานพร้อมกันเกือบหมด เห็นเป็นสีขาวพราวไปทั้งต้นตัดกับสีใบเขียวเข้ม กลิ่นหอมแรง ออกดอกปีละหลายครั้ง หรือเกือบตลอดปี ผลสุกสีแดงสวย(ภายในมีน้ำเหนียวๆ คล้ายยาทาเล็บ เด็กๆ นิยมเอามาทาเล็บเล่น) แก้วเป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่ายและทนทาน ตัดแต่งพุ่มเป็นทรงต่างๆ ได้ง่าย จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมกันมาก พบเห็นได้ทั่วไปในพรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่  เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  ประพันธ์ไว้ว่า

[กลับหัวข้อหลัก]
ประยงค์ (Aglaia Odorata Lour.)

          ประยงค์ หรือหอมไกล ขะยง ขะยม พะยงค์ยอม และดอกไข่ปลา เป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์ Meliaceaeวงศ์เดียวกับพันธุ์ไม้ที่รู้จักกันทั่วไปคือ สะเดาและยังมีประยงค์ป่า (A. odoratissima Bl.) กับประยงค์ใบใหญ่ (A. chaudocensis Pierre) อีก ๒ ชนิดซึ่งคล้ายประยงค์มาก ต่างกันที่ใบและรายละเอียดของดอก ประยงค์เป็นไม้พุ่ม แตกกิ่งก้านสาขามากกิ่งผอม และเหนียว ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับ มีใบย่อย ๕ ใบ รูปไข่หรือรูปไข่กลับสีเขียวเป็นมัน ยาว ๒-๒.๕ ซม. กว้างประมาณ๑.๕ ซม. ทรงต้นและใบคล้ายต้นแก้วมาก แต่ใบประยงค์มักจะมันกว่าและขอบเรียบ ส่วนใบแก้วขอบอาจจะหยักโค้งเล็กน้อย ช่อดอกโปร่ง ออกตามซอกใบและต้น ช่อยาว ๖-๘ ซม. ช่อแยกสาขาดอกกลมเล็ก ขนาด ๑.๕-๒ มม. สีเหลือง คล้ายไข่ปลา กลีบดอกมี ๕ กลีบ โค้งจรดกันเป็นทรงกลม กลิ่นหอมเย็นและโชยไปไกล สมดังที่เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์ ประพันธ์ไว้ในหนังสือพรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่ ว่า 


        ประยงค์เป็นไม้พุ่มที่สวยงาม ออกดอกปีละหลายครั้ง และนิยมปลูกประดับกันมาก ถ้าปลูกกลางแจ้งจะให้ดอกดกดีกว่าปลูกในที่ร่มขยายพันธุ์โดยใช้กิ่งตอน



[กลับหัวข้อหลัก]

ดอกประยงค์

สายหยุด (Desmos chinensis Lour.)

          สายหยุดเป็นไม้พุ่ม หรือไม้รอเลื้อยที่รู้จักกันดีอีกชนิดหนึ่งวงศ์เดียวกับนมแมวและลำดวนในพรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่   เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์บรรยายถึงสายหยุดไว้ดังนี้

          สายหยุดมีกลิ่นหอมในเวลากลางคืนไปจนถึงเช้า พอสายก็หมดกลิ่น เป็นที่มาของชื่อพันธุ์ไม้ชนิดนี้ ซึ่งยังมีชื่ออื่นๆ อีกได้แก่ สาวหยุดเครือเขาแกลบ เสลาเพชร และกล้วยเครือ พันธุ์ไม้ชนิดนี้พบขึ้นทั่วประเทศ ถ้าขึ้นกลางแจ้งไกลไม้ใหญ่ มีลักษณะเป็นพุ่ม แต่ถ้าอยู่ใกล้เสาหรือไม้ใหญ่ จะทอดกิ่งพาดพิงไปกับสิ่งที่อยู่ใกล้  ใบเป็นใบเดี่ยว ค่อนข้างดก เรียงสลับ รูปใบรี หรือรูปรีแกมใบหอก ปลายแหลม ใบบางเหนียว ผิวใบด้านบนเขียวเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวปนนวลแผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบยาว ๗-๑๒ ซม. กว้าง ๒.๕-๓.๕ ซม. ดอกออกตามซอกใบ และห้อยลงมี ๖ กลีบ แต่ละกลีบเป็นแถบโค้งเข้า ยาว ๕-๗ซม. ขอบกลีบเป็นคลื่นและบิดเล็กน้อย ดอกบานใหม่สีเหลืองอมเขียว วันต่อมาเป็นสีเหลืองทองจนถึงเหลืองอมน้ำตาล ผลยาวเป็นปมๆ เกิดเป็นกระจุก ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด หรือจากกิ่งตอน ปลูกเลี้ยงค่อนข้างง่าย และมีดอกตลอดปีเป็นไม้ประดับที่นิยมปลูกกันทั่วไป



[กลับหัวข้อหลัก]

ดอกสายหยุด

นมแมว (Rauwenhoffia siamensis scheff.)

          นมแมวเป็นไม้พุ่มขนาดกลาง หรือไม้รอเลี้อย พบขึ้นตามชายป่าชื้น และป่าเบญจพรรณในภาคกลางและภาคใต้ มีการนำมาปลูกเป็นไม้ประดับบ้างแต่ไม่แพร่หลาย ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันน้อย และหาชมได้ค่อนข้างยาก ทั้งๆ ที่เป็นพันธุ์ไม้ที่ปลูกเลี้ยงได้ง่าย ดอกมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ คนไทยจึงเรียกน้ำหอมปรุงกลิ่นขนมว่า น้ำนมแมว พันธุ์ไม้ชนิดนี้มีขนละเอียดนุ่มตามกิ่งอ่อนซึ่งมีสีเขียวปนน้ำตาล กิ่งมักจะหักคดไปมาเล็กน้อย ใบเป็นใบเดี่ยว และดก เรียงสลับ รูปขอบขนานแกมรูปรี ยาว ๑๐-๑๒ ซม. กว้าง ๓-๔ ซม. ปลายมน สีใบด้านล่างอ่อนกว่าด้านบน ดอกมักจะออกเดี่ยวๆ จากซอกใบ และห้อยลง ขนาดประมาณ ๑.๕ ซม. สีเหลืองอ่อนหรือเหลืองอมน้ำตาล กลีบวงนอกและวงในวงละ ๓ กลีบ รูปไข่ขอบกลีบจรดกัน ปลายตรง เกสรตรงกลางสีเหลืองอมส้ม มักจะมีน้ำหวานเหนียวๆ แทรกอยู่ดอกหอมตอนเย็นไปจนถึงกลางคืน ผลเล็กขนาดปลายนิ้ว ติดกันเป็นพวง ผลสุกสีเหลืองอมส้มรับประทานได้
          ถึงแม้ว่านมแมวจะไม่มีดอกเด่นสะดุดตาแต่มีกลิ่นหอมชวนดม จึงเป็นที่นิยมและกล่าวถึงกันมานาน ดังที่ปรากฏใน  พรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่   เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์  ประพันธ์ไว้ดังนี้



[กลับหัวข้อหลัก]

ดอกนมแมว

ลำเจียก (Pandanus odoratissimus Linn.)
          ลำเจียกเป็นพันธุ์ไม้ชนิดเดียวกันกับเตย ซึ่งเป็นต้นที่ให้ดอกเพศเมีย ส่วนลำเจียกเป็นต้นที่ให้ดอกเพศผู้ พบขึ้นเป็นกอตามชายน้ำหรือที่ชื้นแฉะต้นกลม มีรอยติดของโคนใบเป็นวงตลอดต้นโคนต้นมีรากค้ำยัน ใบเดี่ยว เป็นแถบยาวค่อนข้างแข็ง และเหนียว ยาว ๑-๑.๕ ซม. กว้าง ๘-๑๒ซม. ขอบใบจักเป็นหนาม ใบเรียงสลับ เวียนเป็นเกลียวถี่ ดอกออกตรงยอด มีกาบสีนวลเหมือนสีงาช้างคลุมช่อดอก ทั้งช่อยาว ๒๐-๓๐ ซม. ดอกในช่อแน่น ขนาดเล็ก สีนวล ดอกบานตอนเย็นมีกลิ่นหอมแรง พันธุ์ไม้สกุลเดียวกับลำเจียกหรือเตยมีหลายชนิด สังเกตได้ง่ายจากลักษณะของต้นซึ่งคล้ายปาล์ม แต่ใบเป็นแถบยาวและแข็งและมักจะมีรากค้ำยัน อยู่ในวงศ์ Pandanaceae ชื่ออื่นๆของลำเจียก ได้แก่ เตยทะเล การะเกด และปาแนะใบของพืชพวกเตยนำมาใช้ทำเครื่องจักสานได้สวยงามและทนทาน ที่มีชื่อเสียงคือ เสื่อใบเตย(ในการจัดจำแนกตามลักษณะวิสัย ในที่นี้อนุโลมไว้ในกลุ่มไม้พุ่ม)

[กลับหัวข้อหลัก]

ดอกลำเจียก

โมก (Wrightia religiosa Benth.)

          โมก หรือโมกบ้าน หลักป่า หรือปิดจงวาเป็นไม้พุ่มขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ และอาจทอดกิ่งยาวไปพาดพิงกับไม้ต้นที่อยู่ใกล้เคียงได้ อยู่ในวงศ์ Apocynaceae พวกเดียวกับลั่นทม ยี่โถ และชำมะนาด ต้นสีน้ำตาลผิวแตกปริเป็นลายรูปรีเล็กๆกิ่งย่อยมักจะมีมาก ขนาดเล็ก และเรียงตัวเกือบจะอยู่ในระนาบเดียวกัน ทำให้เห็นกิ่งใหญ่ทั้งกิ่งมีลักษณะเป็นแผง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามเป็นคู่รูปไข่แกมรูปรี ยาว ๒-๕ ซม. กว้าง ๑.๕-๒.๕ซม. ปลายใบแหลม ใบบาง บางครั้งผลัดใบหมดทั้งต้น ดอกเป็นช่อเล็กๆ ตามซอกใบ และห้อยลงก้านดอกผอม ยาว ๑.๕-๒ ซม. ดอกสีขาว ขนาด๑-๑.๒ ซม. มีทั้งชนิดกลีบซ้อนและไม่ซ้อน ดอกทยอยบานเป็นเวลานาน หรือออกดอกเกือบตลอดปีถ้าจะดูดอกโมกให้สวยต้องดูจากใต้กิ่งขึ้นไป จะเห็นดอกขาวพราวไปทั้งต้น เป็นไม้พุ่มที่สวยงามตัดแต่งหรือทำไม้ดัดได้ดี ปลูกเลี้ยงได้ง่ายในดินทุกสภาพ ขยายพันธุ์โดยการปักชำหรือตอนกิ่งหรือเพาะจากเมล็ดก็ได้ แต่เมล็ดมีขนาดเล็ก และมักปลิวไปเมื่อฝักแตก โมกเป็นพันธุ์ไม้ที่นิยมปลูกกันมาก มีกลิ่นหอม เสวตร  เปี่ยมพงศ์สานต์ประพันธ์ ไว้ใน  พรรณไม้ในวรรณกรรมสุนทรภู่  ดังนี้
          "โมกดอกดกขาวพราวตา    ลมพานพัดพากลิ่นหอมอวลอบตลบไกล"



[กลับหัวข้อหลัก]

ดอกโมกซ้อน



บรรณานุกรม
• นางอบฉันท์ ไทยทอง

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!