ผลิตภัณฑ์ทั้ง ๒ ชนิดนี้ มักจะผลิตพร้อม กันเนื่องจากใช้วัตถุดิบอย่างเดียวกัน เต้าเจี้ยวจะเป็นส่วนที่เหลือจากการกรองน้ำซีอิ๊ว แต่เต้าเจี้ยว ชั้นดีจะผลิตแยกกับซีอิ๊วซึ่งเดิมผลิตในครัวเรือน ในปัจจุบันผลิตเป็นอุตสาหกรรมขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ กรรมวิธีการผลิตเต้าเจี้ยวใช้ถั่วเหลือง เป็นหลักและมีแป้ง เชื้อรา(แอสเพอร์จิลลัส โอไรเซ และ แอสเพอร์จิลลัส โซเย)น้ำเกลือและเครื่องปรุงรสต่าง ๆ เป็นส่วนประกอบ ผสมให้ เข้ากัน บรรจุโอ่ง ปิดฝาแล้วตากแดด ปล่อยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักเป็นเวลาประมาณ ๓ - ๖ เดือน เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว ถ้าทำซีอิ๊วร่วมกับเต้าเจี้ยวระยะนี้ก็จะดูดส่วนที่เป็นของเหลวสีน้ำตาลปนแดงออก มานำไปผ่านการฆ่าเชื้อ ที่อุณหภูมิ ๖๕ - ๘๘°ซ. จากนั้นจึงนำไปกรอง เพื่อกำจัดตะกอนที่มีถั่วอยู่ออกไปก่อนบรรจุขวด หลังจากนั้นนำเนื้อถั่วเหลืองที่เหลือมาปรุงแต่ง รสชาติโดยเติมผงชูรส น้ำตาล และเครื่องปรุงรสอื่น ๆ เพื่อเป็นเต้าเจี้ยวบรรจุขวดขายต่อไป
หากผลิตเต้าเจี้ยวโดยวิธีไม่ผ่านการเอาน้ำซีอิ๊ว ออกไปจำหน่าย จะได้เต้าเจี้ยวที่มีราคาค่อนข้าง สูงมาก มาตรฐานของเต้าเจี้ยว ที่สำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวง อุตสาหกรรม กำหนดไว้มี ๒ ชนิดคือ เต้าเจี้ยวเม็ดและเต้าเจี้ยวบด