ขั้นแก่ตัว (mature stage)
ข. ขั้นแก่ตัว (mature stage)
ในระหว่างที่มีกระแสลมพัดขึ้นตามแนวตั้งอยู่เรื่อยๆ ในเมฆขั้นคิวมูลัสนั้น ไอน้ำกลั่นตัวเป็นเม็ดน้ำมากขึ้น จำนวนเม็ดน้ำและเม็ดน้ำแข็งมีมากขึ้น และมีขนาดโตขึ้นด้วยเป็นลำดับ เมื่อขนาดของเม็ดน้ำหรือน้ำแข็งโตมากขึ้น จนหนักเกินกว่าที่กระแสลมจะต้านไว้ได้ เม็ดเหล่านั้นก็จะตกลงมายังพื้นดิน การที่เม็ดเหล่านี้ตกลงมาเป็นฝนแสดงถึงการเปลี่ยนของพายุฟ้าคะนองจาก ขั้นคิวมูลัสมาเป็นขั้นแก่ตัว และเป็นขั้นรุนแรงที่สุดของพายุฟ้าคะนอง ในขณะเดียวกันนี้จะเริ่มที่กระแสอากาศซึ่งพัดลงตามแนวตั้งและมีมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสลมพัดลงตามแนวตั้งเริ่มตั้งแต่ระดับต่ำและระดับกลางๆ ของเมฆก่อนแล้วก็จะแผ่ขึ้นไปในระดับสูงๆ
ระยะเวลาทั้งหมด ตั้งแต่เกิดพายุฟ้าคะนองจนถึงขั้นสลายตัวใช้เวลาราวๆ ๑-๒ ชั่วโมง โดยแบ่งช่วงตามขั้นต่างๆ ดังนี้
ขั้นคิวมูลัส กินเวลาราว ๑๐-๑๕ นาที
ขั้นแก่ตัว กินเวลาราว ๑๕-๓๐ นาที
ขั้นสลายตัว กินเวลาราว ๓๐ นาที
กระแสอากาศซึ่งพัดลงตามแนวตั้ง เมื่อกระทบพื้นดินก็จะแผ่ออกไปข้างๆ ทำให้เกิดลมกระโชกแรงและอุณหภูมิที่พื้นดินจะลดลง ทุกๆ ครั้งที่มีพายุฟ้าคะนองเราจะรู้สึกว่ามีลมกระโชกแรงและอากาศเย็นลง ในขั้นนี้ฝนจะเกิดขึ้นในบริเวณระดับต่ำของเมฆและอาจจะมีทั้งหิมะและฝนในระดับสูงๆ ขึ้นไป สำหรับพายุฟ้าคะนองที่มีกระแสลมพัดขึ้นอย่างแรงๆ เม็ดน้ำอาจถูกพัดขึ้นไปถึงระดับสูงมากก่อนที่จะกลายเป็นน้ำแข็ง ในขั้นแก่ตัวนี้ลูกเห็บ อาจเกิดขึ้นได้ ลักษณะอากาศจะปั่นป่วนมากและฝนก็จะตกติดต่อไปเรื่อยๆ
[กลับหัวข้อหลัก] | 
| ขั้นต่างๆของเมฆพายุฟ้าคะนอง |  |
|
|