สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

กลอนสุภาพ
 
เรามีความรู้เรื กลอนสุภาพ มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
กลอนสุภาพ จาก แปลภาษา ไทย-อังกฤษ NECTEC's Lexitron Dictionary | กลอนสุภาพ จาก พจนานุกรม ไทย-ไทย ราชบัณฑิตยสถาน | กลอนสุภาพ จาก พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร | กลอนสุภาพ จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน | กลอนสุภาพ จาก สนุก! พีเดีย สารานุกรมชาวสนุก
 
แปลภาษา ไทย-อังกฤษ NECTEC's Lexitron Dictionary
 

กลอนสุภาพ

คำแปล

[n.] a form of Thai octameter poem
[syn.] กลอนตลาด,กลอนเพลงยาว

ตัวอย่างประโยค

บทละครเรื่องสังข์ทองเขียนเป็นกลอนสุภาพ

หมายเหตุ

แบบแผนในการร้อยกรองอย่างหนึ่ง 1 บทมีแปดวรรค วรรคละ 7-9 คำ มีสัมผัสระหว่างวรรค และสัมผัสระหว่างบท



 
 
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
 
กลอนสุภาพ
กลอนสุภาพ
ความหมาย

น. กลอนเพลงยาว บางครั้งเรียกว่า กลอนตลาด.

 
พจนานุกรม ไทย-ไทย อ.เปลื้อง ณ นคร
 

กลอนสุภาพ

คำแปล

น. คำประพันธ์ที่มีวรรคละ ๘ คำ (เหมือน กลอนตลาด).



 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
 
กลอน โดย นางฐะปะนีย์ นาครทรรพ



[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

กลอนสุภาพ
          คณะ 
          คณะของกลอนสุภาพมีดังนี้
          กลอนสุภาพบทหนึ่งมี  ๒  บาท  บาทที่  ๑ เรียกว่า บาทเอก มี ๒ วรรค  คือ วรรคสลับและวรรครับ บาทที่ ๒ เรียกว่าบาทโท มี ๒ วรรค คือ วรรครองและวรรคส่ง

          พยางค์หรือคำของกลอนแต่ละวรรคมีดังนี้
          กลอนแปด มีวรรคละ ๘ คำ ดังนั้นกลอนแปด ๔ วรรคจึงมี ๓๒ คำ ใน ๑ บท
          กลอนหก มีวรรคละ ๖ คำ ดังนั้นกลอนหก ๔ วรรคจึงมี ๒๔ คำ ใน ๑ บท
          
          สัมผัส
  มีข้อสังเกตเกี่ยวกับสัมผัสของกลอนสุภาพดังนี้
          ก. สัมผัสนอก (บังคับ) โปรดสังเกตเส้นโยงสัมผัสในบทที่ ๑
                    ๑) ในบทที่ ๑ คำสุดท้ายของวรรคสลับ(วรรคที่ ๑) สัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรครับ (วรรคที่ ๒) ตามที่ขีดเส้นประไว้ในแผน
                    ๒) คำสุดท้ายของวรรครับ สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครอง (วรรคที่ ๓)
                    ๓) คำสุดท้ายของวรรครองสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือคำที่ ๕ ของวรรคส่ง (วรรคที่ ๔)
                    ๔) คำสุดท้ายของวรรคส่งในบทที่ ๑สัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรครับในบทที่ ๒ (คอย-ละห้อย)
          ข. สัมผัสใน (ไม่บังคับ) โปรดสังเกตเส้นโยงสัมผัสในบทที่ ๒
                    ๕) สัมผัสในชนิดสัมผัสสระ ในบทที่ ๒ได้แก่ ค่ำ-ย่ำ, ฆ้อง-ร้อง (วรรคสลับ), จวนหวน (วรรครับ), เคลื่อน-เดือน (วรรครอง)ฉ่ำ-อัมพร (วรรคส่ง)
                    ๖) สัมผัสใน ชนิดสัมผัสอักษร ในบทที่ ๒ ได้แก่ ยาม-ย่ำ (วรรคสลับ) ตรงนี้มีพิเศษคือ ยามค่ำ-ย่ำฆ้อง ได้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร คือ ยาม-ย่ำ, ค่ำ-ฆ้อง, ร่ำ-พิไร-รัญจวนหวน-ละห้อย (วรรครับ) ดึก-ดาว-เดือน, เคลื่อนคล้อย ตรงนี้มีพิเศษอีกคือ ดาวเคลื่อน-เดือนคล้อย ได้ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ช่วยให้ไพเราะยิ่งขึ้น (วรรครับ) ย้อย-เย็น (วรรคส่ง)

[กลับหัวข้อหลัก]

กลอนสุภาพ

คำเป็นคำตาย
          ในกลอนสุภาพไม่บังคับใช้คำเป็นและคำตาย แต่ในกลอนกลบทที่มีชื่อว่า "กลบทอักษรกลอนตาย" จำเป็นต้องใช้คำตายทุกคำดังตัวอย่าง
          คำนำ และ คำสร้อย ได้กล่าวไว้แล้วในข้อ ๘ และ ๙ ของฉันทลักษณ์บังคับ ผู้สนใจอาจกลับไปอ่านทบทวนได้ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเรื่องกลอนให้แม่นยำ

[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นางฐะปะนีย์ นาครทรรพ

[กลับหัวข้อหลัก]
 
 
  ความหมาย  
 
สนุก!พีเดีย 
 
กลอนสุภาพ
สร้างเมื่อ 27-06-2007 โดย 350D

          กลอนสุภาพ คือกลอนที่ใช้ถ้อยคำ และทำนองเรียบๆ แบ่งออกเป็น ๔ ชนิด คือ

          ๑. กลอน ๖ ( ๖ พยางค์)
          ๒. กลอน ๗ ( ๗ พยางค์)
          ๓. กลอน ๘  ( ๘ พยางค์)
          ๔. กลอน ๙ ( ๙ พยางค์)

         กลอนสุภาพ นับว่าเป็นกลอนหลัก เพราะเป็นหลัก ของบรรดากลอนทุกชนิด ถ้าเข้าใจกลอนสุภาพ เป็นอย่างดีแล้ว ก็สามารถจะเข้าใจกลอนอื่นๆ ได้โดยง่าย กลอนอื่นๆ ที่มีชื่อเรียกไปต่างๆ นั้น ล้วนแต่ยักเยื้อง แบบวิธี ไปจากกลอนสุภาพ ซึ่งเป็นกลอนหลัก ทั้งสิ้น



หัวข้อ


เเผนผังและข้อบังคับของกลอนสุภาพ

          กลอนสุภาพ (กลอนแปด) หนึ่งบทมี ๔วรรคหรือ ๒บาท มีชื่อเรียกต่างๆกันคือ

-วรรคที่ ๑ เรียกว่า วรรคสดับ

-วรรคที่ ๒ เรียกว่า วรรครับ

-วรรคที่ ๓ เรียกว่า วรรครอง

-วรรคที่ ๔ เรียกว่า วรรคส่ง

          ในแต่ละวรรคของกลอนสุภาพจะมีจำนวนคำประมาณ ๗-๙ คำ(พยางค์) แต่ที่นิยมใช้คือ ๘ คำ

แผนผังของกลอนสุภาพ



[กลับหัวข้อหลัก]

ลักษณะสัมผัสของกลอนสุภาพ

ลักษณะสัมผัสของกลอนสุภาพมีดังนี้

          - คำสุดท้ายของวรรคที่ ๑ ส่งสัมผัสไปยังคำที่ ๓ หรือ ๕ของวรรคที่ ๒ ในกรณีที่วรรคที่ ๒มี ๘คำพอดี แต่ถ้าในวรรคที่ ๒มีอยู่ ๙คำ จะเลื่อนไปสัมผัสกับคำที่ ๖ แทน

          - คำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ไปสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๓

          - คำสุดท้ายของวรรคที่ ๓ ไปสัมผัสกับคำที่ ๓ หรือ ๕ (เช่นเดียวกับสัมผัสในวรรคที่ ๑ ไปวรรคที่ ๒)

          - คำสุดท้ายของวรรคที่ ๔ ส่งสัมผัสกับคำสุดท้ายของวรรคที่ ๒ ของบทต่อไป

สัมผัสนอก-สัมผัสใน

          กลอนสุภาพมีสัมผัสที่เราต้องคำนึงถึงอยู่ ๒ ชนิดคือ

          ๑. สัมผัสนอก ได้แก่สัมผัสที่อยู่นอกวรรคอันได้แก ่สัมผัสระหว่างวรรคและสัมผัสระหว่างบท ถือเป็นสัมผัสบังคับ สัมผัสชนิดนี้จะใช้คำที่มีสระเดียวกัน ตัวสะกดมาตราเดียวกันมาสัมผัสกันเช่น  กา-ขา-ค้า-ป้า-ช้า-น่า หรือ กิน-ดิน-ศิลป์-จินต์....ฯลฯ เราเรียกสัมผัสที่ใช้สระเดียวกัน และตัวสะกดมาตราเดียวกันนี้ว่า สัมผัสสระ

          ๒. สัมผัสใน ได้แก่สัมผัสที่อยู่ในวรรคเดียวกัน เป็นสัมผัสที่ไม่บังคับ จะมีหรือไม่มีก็ได้ เพิ่มขึ้นมาเพื่อให้เกิดความไพเราะ สัมผัสในจะใช้เป็นสัมผัสสระ หรือ สัมผัสพยัญชนะ(สัมผัสอักษร) ก็ได้ สัมผัสในจะอยู่ระหว่างคำที่ ๕ กับ ๖ หรือ ๕ กับ ๗ (ในกรณีที่วรรคนั้นๆมี ๘ คำ)และระหว่างคำที่ ๖ กับ ๗ หรือ ๖ กับ ๘ (ในกรณีที่วรรคนั้นๆมี ๙ คำ)

ตัวอย่าง

โน่นเสื้อครุยยังว่างเปล่ารอเจ้าแล้ว         เสน่ห์แพรวแย้มบานมานานเนิ่น

ภาพบัณฑิตยิ้มระเรื่ออย่างเชื้อเชิญ         คือทางเดินสำหรับเจ้าจะก้าวไป

                                                                  ( บันลือ จินดาศรี )

          สัมผัสในนิยมใช้สัมผัสสระมากกว่าสัมผัสพยัญชนะและสามารถอนุโลมให้คำที่มีสระเสียง
สั้น-ยาวต่างกัน แต่มีตัวสะกดมาตราเดียวกันสัมผัสกันได้ เช่น ดิน-ศีล/ วัน-การ/ใจ-กาย เป็นต้น

 



[กลับหัวข้อหลัก]

เสียงวรรณยุกต์ลงท้ายวรรค

-วรรคที่ ๑(วรรคสดับ)...สามารถลงท้ายด้วยเสียงวรรณยุกต์ใดก็ได้ แต่ไม่นิยมใช้เสียงสามัญ

-วรรคที่ ๒(วรรครับ)...ให้ลงท้ายด้วยเสียงเอก หรือ โท หรือ จัตวา ห้ามเสียงสามัญ และ ตร

-วรรคที่ ๓(วรรครอง)...ให้ลงท้ายด้วยเสียงสามัญ หรือ ตรี ห้ามเสียงเอก โท จัตวา

-วรรคที่ ๔(วรรคส่ง)...ให้ลงท้ายเช่นเดียวกับในวรรคที่ ๓

          สำหรับผู้ที่เพิ่งหัดแต่งกลอนใหม่ๆ ไม่ควรลงท้ายวรรคที่๒/ ๓ /๔ ด้วยมาตราแม่ กก กบ กด เพราะอาจจะทำให้หลงเสียงวรรณยุกต์ได้



[กลับหัวข้อหลัก]

แต่งกลอนให้ไพเราะ

          การที่เราจะแต่งกลอนให้ไพเราะนั้นคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากที่สุดน่าจะอยู่ตรงที่การเริ่มต้นมากกว่า เพราะหลายต่อหลายคนมักจะมีปํญหาตรงที่ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน ? อย่างไร?  ขอแนะนำว่าให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

ฝึกแต่งกลอนจากง่ายไปหายาก

          -ลองสำรวจดูซิว่าในชั้นเรียนของเรามีชื่อว่าอะไรกันบ้างเช่น สมมุตติว่ามีชื่อเกรียงไกร สมควร ศุภชัย ศักดา กรองพล ทักษิณ เฉลิมชนม์ คำรณ ...เราก็อาจเรียบเรียงให้เป็นกลอนสี่อย่างง่ายๆได้ว่า...

สมควรเกรียงไกร       ศุภชัยกรองพล
ทักษิณเฉลิมชนม์       คำรณศักดา

***หรืออาจจะเรียงเป็นกาพย์ยานี๑๑ ก็คงไม่มีใครห้ามเช่น...

สมควรเพื่อนเกรียงไกร       ส่วนศุภชัยเพื่อนกรองพล
ทักษิณกับเฉลิมชนม์          เพื่อนคำรณและศักดา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  ม.บันลือ จินดาศรี   โรงเรียนอัสสัมชัญ   กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย



[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!