สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
 
เรามีความรู้เรื กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ มาให้ท่านศึกษาดังต่อไปนี้
กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ จาก สารานุกรมไทยฉบับเยาวชน
 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
 
หมวดวรรณคดีร้อยกรอง โดย ศาสตราจารย์ ดร.นิยะดา เหล่าสุนทร



[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]



หัวข้อ

โคลงโลกนิติ
           มีจำนวน ๔๒๐ บท เป็นพระนิพนธ์ของกรมสมเด็จพระเดชาดิศร กวีที่มีชื่อเสียงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จารึกไว้ที่ผนังด้านนอก ศาลาทิศพระมณฑป โคลงโลกนิติเป็นวรรณ-คดีคำสอนที่มีชื่อเสียงของไทย เนื้อหาที่สอนอาจจัดเป็นหัวข้อต่างๆ เช่น คุณค่าของ ความรู้ คนดี-คนชั่ว คนฉลาด-คนโง่ พระ-ราชา อำมาตย์ บุรุษ-สตรี และมิตร คำสอนในโลกนิติมีเนื้อหาที่ทันสมัย ให้คติสอนใจ จึงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในปัจจุบันจารึกยังมีอยู่ เว้นแต่ด้านตะวันออกซึ่งได้รื้อลงในรัชกาลที่ ๔
          ตัวอย่างโคลงโลกนิติ
บทที่ ๓    ปลาร้าพันห่อด้วย   ใบคา
                ใบก็เหม็นคาวปลา  คละคลุ้ง
                คือคนหมู่ไปหา       คบเพื่อน พาลนา
                ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง     เฟื่องให้เสียพงศ์
บทที่ ๔๐   ห้ามเพลิงไว้อย่าให้     มีควัน
                  ห้ามสุริยแสงจันทร์     ส่องไซ้
                  ห้ามอายุศม์ให้หัน       คืนเล่า
                  ห้ามดั่งนี้ไว้ได้             จึ่งห้ามนินทา


[กลับหัวข้อหลัก]
กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
          เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส จารึกอยู่ที่ผนังด้านในศาลาหน้าพระมหาเจดีย์หลังเหนือ เรื่องกฤษณาสอนน้องเป็นเรื่องที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา อาศัยชื่อตัวละครจากเรื่องมหาภารตะ คือ นางเทราปที แต่ในฉบับไทยแปลงเป็นนางกฤษณา นางกฤษณามีสวามี ๕ คน แต่ได้ปรนนิบัติสวามีทั้ง ๕ ด้วยความจงรักภักดี และมีจริยาวัตรที่งดงามจึงผูกจิตสวามีได้โดย ไม่ต้องอาศัยเวทมนตร์ กล่าวสั้นๆ คำสอนของนางกฤษณาก็คือแบบฉบับของสตรีไทยที่พึงเป็น คำฉันท์บางบทได้รับการอ้างถึงบ่อยครั้ง เช่น
           พฤษภกาสร         อีกกุญชรอันปลดปลง
          โททนต์เสน่งคง   สำคัญหมายในกายมี
           นรชาติวางวาย    มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
           สถิตทั่วแต่ชั่วดี    ประดับไว้ในโลกา


[กลับหัวข้อหลัก]
ฉันท์พาลีสอนน้อง

           สันนิษฐานว่าเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส จารึกอยู่ที่ผนังด้านในศาลาหน้าพระมหาเจดีย์ทิศใต้ ฉันท์พาลีสอนน้องเป็นวรรณกรรมคำสอนข้าราชการถึงแนวทางปฏิบัติในการรับราชการใกล้ชิดพระราชา และปลูกฝังความจงรักภักดี เรื่องพาลีสอนน้องเป็นคำสอนที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยผู้แต่งใช้โครงเรื่องจากเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพาลีถูกศรพระรามใกล้จะสิ้นชีวิต ได้เรียกสุครีพซึ่งเป็นน้อง และองคตซึ่งเป็นบุตรมาสั่งสอน เนื้อหาคำสอนมาจากวสติวัตร ซึ่งเป็นคำสอนในอรรถกถาชาดกเรื่อง วิธุรบัณฑิตชาดก (ลำดับที่ ๕๔๕)



[กลับหัวข้อหลัก]
สุภาษิตพระร่วง
           จะเป็นสุภาษิตสั้นๆ แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เพราะมีเนื้อหาคมคาย กะทัดรัด ให้แง่คิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตอย่างมีคุณค่า โดยเริ่มจากวัยต้นของชีวิต วัยเรียน และในช่วงรับราชการ เนื้อหาคำสอนของสุภาษิตพระร่วงจะเน้นที่ความอ่อนน้อมถ่อมตน การรู้จักที่ควรไม่ควร และการรู้จักประมาณตน

[กลับหัวข้อหลัก]
ฉันท์อัษฎาพร
           เป็นงานนิพนธ์สั้นๆ ที่ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง จารึกอยู่ที่ผนังด้านใน ศาลาหน้าพระมหาเจดีย์ทิศใต้ เนื้อเรื่องของฉันท์อัษฎาพานรมีความพิเศษต่างกับวรรณคดี เรื่องอื่นของไทย คือกล่าวถึงพระราชาถูกขับจากเมืองเพราะความโง่เขลา แต่เมื่อได้รับฟังโอวาทของวานร ๘ ตัว ซึ่งก็คือเทวดา แปลงตัวมา พระราชาก็กลับมีปัญญาฉลาดเฉลียว และได้กลับไปครองราชสมบัติดังเดิม

[กลับหัวข้อหลัก]

บริเวณศาลารายหน้าพระมหาเจดีย์ทิศใต้

โคลงภาพคนต่างภาษา
          จารึกอยู่ตามผนังเฉลียงสกัดศาลารายรอบวัด เพื่ออธิบายลักษณะ อุปนิสัย บ้านเมืองชาวต่างประเทศที่ชาวสยามคุ้นเคย อันได้แก่ ชาวสิงหฬ ไทย กะเหรี่ยง แอฟริกา ดอดชิ (หรือดัช) เดนมาร์ก อิตาเลียน ฝรั่งเศส ยิบเซ็ดอ่าน (กาญจนาคพันธุ์สันนิษฐานว่า คืออียิปต์) สะระกาฉวน (กาญจนาคพันธุ์สันนิษฐานว่า อิสลามที่อยู่ทางอินเดียใต้ อาจเป็นพวกสะระกาฉวน) ญี่ปุ่น อาหรับ หรุ่มโต้ระกี (ชาวตุรกี) แขกปะถ่าน แขกจุเหลี่ย หรูชปี-ตะสบาก (ชาวรัสเซีย) หรูช (ตาตา) มอญ กระแซ  เงี้ยว  พม่า  ฮินดู  มลายู พราหมณ์ฮินดู พราหมณ์รามเหศร์ จาม ยวน หุ้ยหุ้ย (ชาวตุรกี) เกาหลี ญวน จีน เขมร และลิ่วขิ่ว (เกาะที่อยู่ใกล้ญี่ปุ่น)
          โคลงภาพคนต่างภาษาอาจถือได้ว่า เป็นการเสนอความรู้ในด้านความสัมพันธ์กับ ต่างประเทศ และด้านภูมิศาสตร์ได้เป็นอย่างดี


[กลับหัวข้อหลัก]
อาธิไท้โพธิบาทว์
          เป็นงานนิพนธ์สั้นๆที่ไม่ทราบนามผู้แต่ง ซึ่งเรื่องมีความหมายว่า "อุบาทว์ที่เกิดจากเทวดาภายในตน" เนื้อเรื่องกล่าวถึงอุบาทว์ที่เกิดขึ้นจากเทวดาโพธิบาทว์ ๘ องค์ ได้แก่ พระอินทร์ พระเพลิง พระยม พระนารายณ์ พระวรุณ พระพาย พระโสม และพระไพสพ และยังกล่าวถึงวิธีการบวงสรวงสังเวย มนตร์สำหรับบูชาแก้อุบาทว์ อาธิไท้โพธิบาทว์เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของคนไทยที่มีมาช้านาน โดยเฉพาะสมัยอยุธยาตอนปลาย และได้สืบทอดมายังสมัยรัตนโกสินทร์ การที่ได้จารึกเรื่องนี้ไว้ที่ศาลารายหน้าพระมหาเจดีย์ด้านทิศใต้ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่ง-เกล้าเจ้าอยู่หัว คงมิได้หมายความว่า พระองค์ทรงเลื่อมใสศรัทธาในเรื่องนี้ หากแต่เป็น การอนุรักษ์ความเชื่อเก่าซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตของบุรพชน

[กลับหัวข้อหลัก]

อาธิไท้โพธิบาทว์ จารึกไว้ที่ศาลารายหน้าพระมหาเจดีย์ด้านทิศใต้

โคลงภาพเรื่องรามเกียรติ์
           จารึกอยู่ใต้ภาพจำหลักเรื่องรามเกียรติ์ ๑๕๒ ภาพ ซึ่งติดที่พนักรอบพระอุโบสถ เนื้อเรื่องเริ่มตั้งแต่ทศกัณฐ์ลักนางสีดา จนถึงพระลักษมณ์ทำศึกกับมูลพลัม ซึ่งเป็นอสูรตนสำคัญที่มาช่วยทศกัณฐ์รบกับฝ่ายพระราม ในปัจจุบัน โคลงภาพอักษรเลือนลางมาก แต่ภาพจำหลักยังปรากฏครบถ้วน

[กลับหัวข้อหลัก]


บรรณานุกรม
• นางนิยะดา เหล่าสุนทร

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!