สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > สังคมศาสตร์ > บทความพีเดียเรื่อง : โลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
 
สนุก! พีเดีย
(1) 1309 view
 

โลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ธรรมจักร พรหมพ้วย

           หากบนผืนโลกใบนี้ไม่ได้ถูกปักปันด้วยเส้นแบ่งทางการเมืองให้เป็นดินแดนใหญ่น้อยแล้ว จะพบว่ามนุษย์รวมตัวกันอยู่เป็นกลุ่มตามวิถีชีวิต ความเชื่อและภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกันมีมากกว่า 6,000 ภาษาทั่วโลก มีการกำหนดแบ่งเชื้อชาติเป็นกลุ่มชนเป็นเผ่าพันธุ์ที่ดำรงสืบต่อเนื่องกันมายาวนานตั้งแต่ครั้งบรรพกาลก่อนที่จะแยกแยะส่วนต่างๆ ของพื้นโลกเป็นทวีป ประเทศหรือดินแดนที่มีขอบเขต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในดินแดนสุวรรณภูมิที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำอำนวยประโยชน์แก่การดำรงชีวิต กลุ่มชนรวมตัวกันจนเกิดเป็น “สังคม” และสร้าง “วัฒนธรรม” ที่มีลักษณะเฉพาะตัว จวบจนเมื่อเกิดขึ้นเป็นรัฐที่มีอาณาเขตก็ยังได้รวมเอาวัฒนธรรมย่อยต่างๆ มากมาย ดังที่เราเคยได้ยินคำพูดอันแสดงถึงการรวมตัวของคนไทเป็นกลุ่มวัฒนธรรมย่อยต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันมากมาย เช่น ไทเขิน
ไทยวน ไทย้อย ไทดำ ไทมลายู ฯลฯ แสดงความเป็น “ไท” อันหมายถึงอิสระและเสรีภาพที่จะยึดถือแบบแผนปฏิบัติทางวัฒนธรรมชุดหนึ่งตามที่ตนได้รับตั้งแต่กำเนิดหรือปรับเปลี่ยนตนเองไปเมื่อย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในวัฒนธรรมใหม่
           โลกปัจจุบันที่แคบลงด้วยความสะดวกสบายของการคมนาคมและการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ทำให้การย้ายถิ่นฐานทำได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ทางการงาน การสร้างครอบครัวใหม่หรือแม้แต่การศึกษา ในอดีต ความมุ่งหวังของเยาวชนไทยในต่างจังหวัดคือการได้มีโอกาสได้เรียนในเมืองหลวงที่มีสถาบันอุดมศึกษารองรับมากมาย เป็นความมุ่งหวังของผู้ปกครอง ของหมู่บ้าน ของตำบลหรือของท้องถิ่นที่รอคอยการกลับมาพัฒนาถิ่นฐานบ้านเกิดให้มีความเจริญมากขึ้น การมีโอกาสได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจึงเป็นเกียรติภูมิสูงสุดของบัณฑิตและผู้ที่รอคอยเหล่านั้น เห็นได้ชัดเจนจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่เกิดจากการหลั่งไหลรวมตัวกันของเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นทางการศึกษา สอดคล้องกับปณิธานของมหาวิทยาลัยที่เปิดเป็นตลาดวิชาให้ประชาชนทั่วไปได้เล่าเรียนโดยเสมอภาคกัน
          ปฏิญญาสากลว่าด้วยความหลากหลายขององค์การยูเนสโก เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2501 ได้นำไปสู่การประกาศปฏิญญาว่าด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยเสนอให้ทุกประเทศมีการยอมรับและดำเนินการในสองสิ่ง คือ ขอให้มีการประกันการเคารพในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมพร้อมด้วยการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคมภายใต้กรอบแห่งประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์และทำให้วัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสังคมนั้นๆ จากข้อนี้ได้ขยายผลให้ทุกชาติทั่วโลกได้คำนึงถึงปัจจัยด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นหลักในการพัฒนาประเทศ
การรวมตัวของนักศึกษาที่มาจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยรามคำแหงเกิดสังคมและวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย ดังเห็นได้จากการวมกลุ่มเป็นซุ้มรายรอบมหาวิทยาลัย ทำให้นักศึกษาที่มาจากแต่ละภูมิลำเนาได้มีโอกาสพบปะและช่วยเหลือกันในทุกด้าน อีกทั้งการได้มีโอกาสพูดจาด้วยภาษาเดียวกันก็ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่บ้านเดิม มีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่นให้กลุ่มภูมิภาคอื่นได้มีโอกาสเห็นถึงวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมของตน เช่น การกวนข้าวทิพย์ งานขันโตก งานพาแลง งานบุญเดือนสิบ
          แต่ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมย่อมเกิดขึ้นเมื่อมีการรวมตัวของกลุ่มที่มาจากหลายวิถีชีวิต บางครั้งเกิดเป็นความขัดแย้งในรูปแบบที่แสดงออกโดยตรง เช่น การวิวาท ดังปรากฏในมหาวิทยาลัยบ่อยครั้งในอดีต รวมถึงการกีดกันผลประโยชน์ของฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่การสร้างพลังมืดที่คุกคามซึ่งกันและกัน มีการรวมตัวเป็นกลุ่มอิทธิพลที่แฝงมาในรูปของพรรคนักศึกษา การโจมตีระหว่างกลุ่มภูมิภาค เช่น คนใต้และคนอิสาน เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ แม้จะมิได้เป็นปัญหาหลัก หากแต่สะท้อนว่า เมื่อกลุ่มคนที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกันนั้น จะมีวิธีการใดที่จะช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดสมานฉันท์แม้จะเป็นสังคมในระดับเล็ก เช่น ในมหาวิทยาลัยก็ตาม เพราะจิตสำนึกร่วมในความเชื่อที่มาจากท้องถิ่น ศาสนา และวัฒนธรรมเดียวกัน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่นักศึกษาจะต้องทำความเข้าใจ ยิ่งในมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากเช่นนี้
          สำหรับแนวทางการแก้ไขนั้น อาจจะต้องเริ่มที่การสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับเยาวชน ซึ่งมหาวิทยาลัยเองก็ได้มีความพยายามสร้างเสริมศีลธรรมให้กับนักศึกษาทุกคนด้วยการบรรจุวิชา RU100 ความรู้คู่คุณธรรม เพื่อให้บัณฑิตรามคำแหงทุกคนเกิดจิตสำนึกในการเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ ไม่สร้างปัญหาหรือขัดแย้งในท้องถิ่นของตนเอง ทั้งยังมีหน้าที่จะต้องขยายต่อความรู้ความเข้าใจเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อได้ว่า การศึกษาที่ดีและสร้างเสริมคุณธรรมจะช่วยพัฒนาประชาชนได้เสมอ
          การสร้างการยอมรับและเคารพในเชื้อชาติ ศาสนา และเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นตามปฏิญญาสากลนั้น สามารถทำได้ด้วยการปลูกฝังความเข้าใจและเรียนรู้ในวัฒนธรรมของคนอื่น เช่น ลักษณะชาวไทยภาคใต้บางครั้งอาจดูกระโชกโฮกฮากหากแต่เต็มเปี่ยมด้วยความจริงใจ ชาวไทย
อิสานอาจดูเชยล้าสมัยหากแต่ทรงไว้ด้วยความขยันหมั่นเพียรแต่อดทน เมื่อยอมรับในลักษณะอันแตกต่างระหว่างกันได้แล้วความสัมพันธ์อันดีย่อมเกิดขึ้นเป็นมิตรภาพและการช่วยเหลือเผื่อแผ่ต่อกัน เมื่อบัณฑิตจะต้องกลับไปรับใช้บ้านเกิดไม่ว่าในท้องถิ่นใด ก็จะสามารถถ่ายทอดจิตสำนึกเช่นนี้ให้กับชุมชน เพราะชาติไทยมิได้มีเพียงชนกลุ่มเดียวหรือศาสนาเดียว การมีส่วนร่วมในการสร้างจิตสำนึกและยอมรับในความหลากหลายจึงจะสามารถนำมาซึ่งสันติภาพที่จะบังเกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยนี้ได้

           การประกันการเคารพในเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมพร้อมด้วยการมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคมภายใต้กรอบแห่งประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศแห่งความสร้างสรรค์และทำให้วัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาสังคมนั้นๆ จากข้อนี้
1. กระแสโลกาภิวัตน์ที่มาจากพลังตลาดโดยไม่รู้ตัว ทุกวันเราถูกกระแสโฆษณาซึ่งเป็นกระแสหลักของการตลาดให้เราใช้สบู่ แชมพู ยาสีฟันและแต่งตัว เลือกสีผมและสีผิว
2. การไหลบ่าข้ามดินแดน การโยกย้ายถิ่นฐานของมนุษย์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และไม่มีใครสามารถห้ามการเดินทางเหล่านี้ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีส่วนที่ทำให้ความหลากหลายเกิดขึ้น หรืออาจเป็นอันตรายต่อความหลากหลายในตัวของมันเอง วัฒนธรรมท้องถิ่นอาจกลายพันธุ์ ถ้าไม่มีการอนุรักษ์หรือรักษาไว้ก็อาจสูญหายได้
3. ช่องว่างทางความรู้ ซึ่งบางครั้งใช้คำว่าช่องว่างทางดิจิทัล เพราะว่าความรู้อยู่ที่คลิกเดียว แค่เข้าไปในอินเตอร์เน็ต เราไม่รู้ก็ได้รู้เพียงแค่อ่านหนังสือเป็น แต่ตอนนี้ช่องว่างทางดิจิทัลก็กลายเป็นปัญหาของคนที่มีความสามารถในการใช้อินเตอร์เน็ต และมีความสามารถในการใช้ภาษา เพราะในกรณีที่ไม่สามารถอ่านภาษาตัวเองจากอินเตอร์เน็ตได้ ก็อาจมีความรู้ตรงนั้น

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับงานวัฒนธรรมอย่างน้อย 4 มาตรา คือ
1. มาตรา 46 พูดถึงเรื่องบุคคลที่รวมกันเป็นท้องถิ่นดั้งเดิมย่อมมีสิทธิในการอนุรักษ์หรือฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่นและชาติ
2. มาตรา 69 ระบุไว้ว่าบุคคลมีหน้าที่ ป้องกันประเทศ พิทักษ์ปกป้องและสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. มาตรา 81 บทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องบทบาทของรัฐ รัฐมีหน้าที่ต้องจัดการศึกษา อบรม สนับสนุนและส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ
4. มาตรา 289 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นย่อมมีหน้าที่บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

ภาพและที่มา  www.bloggang.com

 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดสังคมศาสตร์ หมวดความรู้ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์
กรุงเบอร์ลิน
การครองเรือน
ประชาสังคม
ประเทศเกาหลี
ประวัติเรือหางยาว
มรดกโลกของไทย
มะรีเป็ง คาน
โรงเรียนมหาดเล็กหลวง
สังคมศาสตร์ คือ อะไร
องค์กรอาชญากรรม
กฎหมาย
การศึกษา
บริหารธุรกิจ
บัญชีและภาษีอากร
ประเพณีและวัฒนธรรม
มนุษยศาสตร์
รัฐศาสตร์และการปกครอง
เศรษฐศาสตร์
สมาคม ชมรม และองค์กร
สังคมศาสตร์

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > สังคมศาสตร์ > บทความพีเดียเรื่อง : โลกที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม