สถานภาพ
แมวแดงบอร์เนียวเป็นสัตว์หายากมาก ในปี 2530 ราบิโนวิตซ์ เคยสอบถามชาวบ้านในซาบาห์และซาราวักถึงการพบเห็นเสือชนิดต่าง ๆ โดยให้ดูภาพเสือประกอบ พบว่าชาวบ้านหลายคนมักคุ้นเคยกับเสือลายเมฆ แมวดาว แมวป่าหัวแบน และแมวลายหินอ่อนเป็นอย่งดี แต่ไม่มีใครรู้จักแมวแดงบอร์เนียวเลย
รายงานการพบแมวแดงบอร์เนียวตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 20 ก็มีน้อยมาก ในปลายทศวรรษ 1950 มีรายงานจากนักท่องเที่ยวว่าพบหมวกสองใบที่ใช้ประกอบพิธีกรรมของชาวดยักที่ทำจากหนังของแมวแดงบอร์เนียว
แต่ในปี 2535 แมวแดงบอร์เนียวตัวหนึ่งถูกนำส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ซาราวัก เป็นแมวตัวเมียเต็มวัยแต่อยู่ในอาการปางตาย หนักเพียง 1.95 กิโลกรัม ทั้งที่แมวขนาดนั้นถ้าอยู่ในสภาพดีควรมีน้ำหนัก 3-4 กิโลกรัม หลังจากนั้นไม่นานแมวตัวนั้นก็ตาย จากสภาพแมวตัวนั้นคงติดกับดักชาวบ้านแล้วเลี้ยงไว้ในกรงเป็นเวลานานหลายเดือน นั่นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบศตวรรษที่นักชีววิทยาได้เห็นแมวชนิดนี้ตัวเป็น ๆ แมวตัวนี้มีจุดดำกระจัดกระจาย หางยาว 39.1 เซนติเมตร หรือ 73 เปอร์เซ็นต์ของความยาวหัว-ลำตัว (53.3 เซนติเมตร)
ในเดือนธันวาคม ปี 2541 วารสาร บีบีซีไวลด์ไลฟ์ ได้ตีพิมพ์ภาพของแมวแดงบอร์เนียวที่ยังมีชีวิตที่ดักจับได้จากสถานที่ที่ไม่เปิดเผย แมวตัวนั้นหลังจากชั่งน้ำหนัก วัดขนาดร่างกาย ตรวจสอบทางกายภาพและกำจัดปรสิตแล้ว ก็ปล่อยกลับเข้าป่าไป และในปี 2543 มีรายงานว่าแมวแดงบอร์เนียวสองตัวติดแร้วของนายพรานใกล้หมู่บ้านในรัฐซาบาห์ แมวสองตัวนั้นถูกขายให้แก่นายหน้าผู้ซึ่งต่อมาได้ทำเรื่องขอเอกสารเพื่อส่งออกไปยังอเมริกา แต่แมวทั้งสองก็ตายลงก่อนที่จะส่งไป
ปัจจุบันแมวแดงบอร์เนียวได้รับการคุ้มครองในพื้นที่กระจายพันธุ์เกือบทั้งหมด ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 2 เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลมากนัก ไอยูซีเอ็นจัดอยู่ระดับเสี่ยงสูญพันธุ์ คาดว่ามีประชากรเหลืออยู่ไม่ถึง 10,000 ตัวเท่านั้น
|