|
เต่าทะเล สัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็น ที่มีกระดูกสันหลัง และมีปอดที่ใช้ในการหายใจ ซึ่งเกิดขึ้นในโลกตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ มีการดำรงชีวิตในน้ำเป็นส่วนใหญ่ และจะขึ้นบกที่มีหาดทรายเพื่อวางไข่เท่านั้น เต่าทะเลที่พบในโลกมีเพียง 2 วงศ์ รวม 5 สกุล และมีอยู่ 8 ชนิด คือ
1. เต่ากระ
2. เต่าตนุ
3. เต่าตนุหลังแบน
4. เต่าตนุดำ
5. เต่าหญ้า
6. เต่าหญ้าแอตแลนติก
7. เต่าหัวฆ้อน
8. เต่ามะเฟือง
ซึ่งเต่าตนุหลังแบน (Flatback tutle) ไม่ได้รับการบันทึกจาก USDI และ IUCN เนื่องจากพบที่ประเทศออสเตรเลียเพียงประเทศเดียวและยังไม่สามารถพิสูจนได้ ฉะนั้นจึงมีเต่าทะเลที่ได้รับการบันทึกเพียง 7 ชนิดทั่วโลก
และจากเต่าจำนวน 7 ชนิดทั่วโลก จะสามารถพบได้ที่ประเทศไทยถึง 5 ชนิด นั่นก็คือ
เต่ามะเฟือง (Leatherback : Dermochelys coriacea)
เต่าตนุ (Green turtle : Chelonia mydas)
เต่ากระ (Hawksbill : Eretmo chelys imbricate)
เต่าหญ้าหรือเต่าสังกะสี (Olive ridley : Lepidochelys olivacea)
เต่าหัวฆ้อน (Loggerhead turtle)(ไม่พบการวางไข่ในประเทศไทย และมีจำนวนน้อยมาก)
- เต่ามะเฟือง เป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือ เมื่อโตเต็มที่จะมีความยาวกระดองประมาณ 2 เมตร น้ำหนัก 600 กิโลกรัม กระดองนุ่มและดูคล้ายกลีบมะเฟือง สีน้ำตาลแก่มีจุดสีขาวและสีน้ำตาล ว่ายน้ำได้ไกลเป็นพันกิโลเมตร กินแมงกะพรุนเป็นอาหาร พบเฉพาะแถบทะเลอันดามัน
- เต่าตนุ มีขนาดใหญ่รองจากเต่ามะเฟือง ความยาวประมาณ 1.5 เมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 200 กิโลกรัม กินหญ้าทะเลเป็นอาหาร พบทั้งบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
- เต่ากระ มีลักษณะปากงุ้มคล้ายนก เกล็ดซ้อนทับกัน เมื่อโตเต็มที่กระดองยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม กระดองมีสีสันสวยงาม เป็นลายสีเหลือง น้ำตาลและดำ จึงมีผู้นิยมนำไปทำเป็นเครื่องประดับ เต่ากระกินทั้งสัตว์และพืชเป็นอาหาร พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
- เต่าหญ้า เป็นเต่าที่มีขนาดเล็กที่สุด เมื่อโตเต็มที่กระดองยาวประมาณ 70 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 45 กิโลกรัม กระดองดูคล้ายสังกะสี กินทั้งสัตว์และพืชเป็นอาหาร พบบริเวณทะเลเปิด
เต่าทะเลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและประโยชน์มากมายหลายประการ อีกทั้งเต่าทะเลยังมีประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจอีกด้วย และจากสาเหตุนี้เองที่ทำให้ในปัจจุบัน จำนวนของเต่าทะเลในธรรมชาติได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว จนอยู่ในภาวะใกล้จะสูญพันธุ์ แต่ก็ได้หน่วยที่เห็นความสำคัญของเต่าทะเลจึงได้มีการริเริ่มการอนุรักษ์เต่าทะเลขึ้น
จึงเชื่อได้แน่ว่าในอนาคตเต่าทะเลจะมีจำนวนมากขึ้นในธรรมชาติและพอเพียงกับความต้องการที่จะนำเต่าทะเลมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น และเพื่อเป็นการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่าและประโยชน์ในอยู่คู่โลกเราตลอดไป
จะเห็นได้จากการแจกแจงเต่าทะเลชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในโลก มีจำนวนทั้งหมด 8 ชนิด แต่ 1 ชนิดไม่ได้รับการบันทึกว่าเป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่งของโลก จึงทำให้เต่าทะเลได้รับการบันทึกว่ามีในโลกเพียง 7 ชนิดเท่านั้น
แต่ในปัจจุบันมีเต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดไทยเพียง 4 ชนิด ดังที่กล่าวมา ยกเว้นเต่าหัวฆ้อนที่มีการวางไข่ในชายหาดของประเทศไทย
|