สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > บรรณานุกรม และความรู้ทั่วไป > วารสาร นิตยสาร > บทความพีเดียเรื่อง : เดลินิวส์
 
สนุก! พีเดีย
(1) 1170 view
 

เดลินิวส์

          หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ ถือกำเนิดขึ้นในบรรณพิภพเมืองไทย เป็นฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อก่อนเที่ยงวันที่ 27 มีนาคม 2507 และได้ขยับขยาย กิจการก้าวหน้าเรื่อยมา ในนามของ บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ขณะที่ บริษัท ประชุมช่าง จำกัด ก็ยังคงรับ พิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิดต่อไป และได้ย้ายสำนักงานจากที่อยู่เดิม ที่ถนนสี่พระยา มาก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่ ภายในอาคาร 3 ชั้น และขยับขยายเป็นอาคาร 9 ชั้นตามลำดับ บนพื้นที่ 28 ไร่ เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต ใน ปัจจุบัน


เดลินิวส์

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

หัวข้อ
ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

นายแสง เหตระกูล
              จากความมุ่งมาดปราถนาดี ต่อวิชาชีพหนังสือพิมพ์ดังที่กล่าวมา นายแสง เหตระกูล เมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้เป็นผู้หนึ่งที่ได้บุกเบิก และสร้างสรรค์การพัฒนาวงการสิ่งพิมพ์ และหนังสือพิมพ์ในเมืองไทย ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองอย่างต่อเนื่อง มาจนกระทั่งถึงยุคปัจจุบัน ที่กระแสไหลเวียนของข่าวสาร เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ทำให้โลกใบใหญ่ ถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงโลกใบเล็ก ๆ ที่ผู้คนสื่อสารถึงกันได้รวดเร็ว ราวกับพลิกฝ่ามือ

 

               นายแสง เหตระกูล ได้กระทำหน้าที่ของผู้ผลิตหนังสือพิมพ์ ที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง หนังสือพิมพ์ของท่านได้เป็นปากเสียงแทนประชาชน และเป็นคันฉ่องบานใหญ่ส่องสะท้อนภาพสังคม ในยุคสมัยของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ เป็นต้นมา จนกระทั่งได้ส่งผลกระทบกระเทือน มาสู่กิจการหน้าที่การงานโดยสุจริตใจ ของท่านหลายครั้งหลายหน แต่ท่านก็ได้ฟันฝ่าด้วยจุดยืนที่แน่วแน่ จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ท่านได้ประกาศแก่ลูกหลาน และเพื่อนพ้องตลอดจนผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ที่ร่วมงานด้วยกันว่าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ไม่ใช่เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นของประชาชนชาวไทยทุกคน

 

               หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ที่ได้ก่อตั้งจากน้ำพักน้ำแรงของนายแสง เหตระกูล มีอายุครบวาระ 30 ปี ในวันที่ 28 มีนาคม 2537 ท่ามกลางชัยชนะแห่งการยอมรับความเชื่อถือ และศรัทธาของบุคคลทั่วไป ในทุกวงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ

 

                นายแสงเป็นบุตรของ นายจงกุ่ย - นางนี้ เหตระกูล มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2454 เป็นชาวอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี สมรสกับนางไซกี เมื่อ พ.ศ. 2471 มีบุตรธิดารวม 12 คน บิดาได้ส่งนายแสงไปศึกษาหาความรู้ และช่วยเหลือตนเองยังประเทศจีน ตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ กระทั่งย่างเข้าสู่วัยหนุ่ม 16 ปี ได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง และได้สอบเทียบความรู้ชั้นประถมปีที่ 4 แล้วสมัครเป็นครูสอนภาษาจีน ที่โรงเรียนประจำอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนตัดสินใจเข้ามายังกรุงเทพมหานคร เพื่อการเรียนรู้ชีวิต จากการเริ่มต้นประกอบอาชีพเป็นลูกจ้าง ในโรงพิมพ์ตงหนำ สี่แยกวัดตึกกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2471

 

               ระหว่างการทำงานนั้น นายแสงได้อดออมและขยันหมั่นเพียร จนกระทั่งหมู่พี่น้องให้ความนับถือ ไว้วางใจระดมทุนได้จำนวน 2,000 บาท เข้าหุ้นเปิดโรงพิมพ์ตงซัว ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ประชาช่าง จำกัด ภายหลังประชาช่างแยกตัวออกไป จึงได้ใช้ชื่อใหม่ว่า บริษัท ประชุมช่าง จำกัด และก่อตั้ง บริษัทสี่พระยา ในเวลาต่อมา

               เนื่องจากนายแสง เหตระกูล มีอุดมการณ์ที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนฝูง และเสียงแทนมวลชนอยู่บ่อยครั้ง จึงได้ออกหนังสือพิมพ์รายวัน "เดลิเมล์" แต่หนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ถือนโยบายเป็นจริง และการรายงานข่าวตรงไปตรงมาของท่าน ไม่ตรงจุดของผู้บริหารประเทศ ในขณะนั้นได้สั่งปิดหนังสือพิมพ์ ส่งผลให้กิจการงานพิมพ์ของท่านต้องหยุดชะงัก ผู้ใตับังคับบัญชาตลอดจนเพื่อนพ้อง กระจัดกระจายพลัดพรากในสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ คณะกองบรรณาธิการของท่าน บางคนถูกจับกุม และบ้างก็ถึงแก่กรรมในที่คุมขัง แต่มรสุมที่กระหน่ำท่านเวลานั้น มิได้ทำให้ท่านท้อถอยต่องานที่เป็นปากเสียง และเป็นหูเป็นตาแทนประชาชนแต่อย่างไร

 

               แม้การปิดหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ จะได้ล่วงเลยมาเป็นเดือน ปี สองปี สามปี..สี่ปีห้าปีท่านก็ยังไม่ คิดท้อแท้ หรือท้อถอยที่จะดำเนินการ เพื่อให้มีหนังสือพิมพ์รายวันได้กลับมา เป็นกระจกสะท้อนสังคมไทยให้ ประชาชน ได้มีสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ในการได้รับข่าวสารทุกด้าน เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีกว่า

 

"การอนุญาตให้เปิดหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ นอกจากจะเป็นการช่วย ให้คนงานมีงานมากขึ้น

ไม่ต้องปล่อย ให้เครื่องมือเครื่องใช้ ในการพิมพ์ทิ้งอยู่ในสภาพว่างงาน

กระผมยังคิดว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งก่อ ประโยชน์ได้บ้างไม่มากก็น้อย…"

 

               ข้อความในตอนหนึ่งของหนังสือ ที่ได้เรียงเรียงขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อขออนุญาตเปิดกิจการหนังสือพิมพ์ ขึ้นอีกครั้งในปี 2504 แต่ก็ไม่เป็นผลและถัดมาในช่วงต้นปี 2505 นายห้างแสง เหตระกูล ก็ได้มีความพยายามในการร้องขอต่อทางการ เพื่อขอเปิดกิจการหนังสือพิมพ์รายวันขึ้นอีกครั้ง

  

               "กระผมขอถือโอกาสอันดีนี้ กราบเรียน ฯพณฯ เพื่อได้โปรดรับไว้พิจารณา ในเรื่องหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์ รายวัน และบางกอกเดลิเมล์รายวัน ซึ่งถูกสั่งงดใช้ใบอนุญาตพิมพ์ออกสู่ประชาชน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 มาจนบัดนี้…." "กระผมในฐานะเจ้าของ และผู้จัดการหนังสือพิมพ์ ทั้งสองฉบับดังกล่าวแล้ว ใคร่ของความกรุณาจาก ฯพณฯ ดังต่อไปนี้…"

               " 1. หนังสือพิมพ์รายวัน 2 ฉบับนี้ ได้ถูกสั่งงดใช้ใบอนุญาต มาเป็นเวลา 3 ปีเศษแล้ว บรรดาเจ้าหน้าที่ และคนงานบางคน ก็หางานอื่นทำได้และยังมีอีกจำนวนมาก ที่ยังหางานทำเป็นประจำไม่ได้ หากได้รับอนุญาต ให้ใช้ใบอนุญาตทำการพิมพ์ได้ ก็จะช่วยให้บรรดาคนเหล่านั้น มีอาชีพประจำต่อไป…"

 

               " 6. ขณะนี้บรรดาเครื่องพิมพ์ และเครื่องใช้ ในการผลิตหนังสือพิมพ์ ยังคงอยู่ครบบริบูรณ์พร้อมที่จะ รับใช้ ฯพณฯ และส่วนรวมในทันทีทันใด เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ"

 

               " 7. กระผมขอยืนยันในนโยบาย ของหนังสือพิมพ์ทั้ง 2 ฉบับนี้ ในอันที่จะถวายซึ่งความจงรักภักดี ต่อ องค์สมเด็จพระมหากษัตริย์ ราชบัลลังก์และประโยชน์ของประเทศชาติ…"

 

               อย่างไรก็ตาม ความพยายามของนายห้างแสง ก็ได้สัมฤทธิผล ในเวลาต่อมาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ ถือกำเนิดขึ้นในบรรณพิภพเมืองไทย เป็นฉบับปฐมฤกษ์ เมื่อก่อนเที่ยงวันที่ 27 มีนาคม 2507 และได้ขยับขยาย กิจการก้าวหน้าเรื่อยมา ในนามของ บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ขณะที่ บริษัท ประชุมช่าง จำกัด ก็ยังคงรับ พิมพ์สิ่งพิมพ์ทุกชนิดต่อไป และได้ย้ายสำนักงานจากที่อยู่เดิม ที่ถนนสี่พระยา มาก่อสร้างอาคารที่ทำการใหม่ ภายในอาคาร 3 ชั้น และขยับขยายเป็นอาคาร 9 ชั้นตามลำดับ บนพื้นที่ 28 ไร่ เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต ใน ปัจจุบัน

 

 

  

               นอกจากเป็นนักหนังสือพิมพ์แล้ว นายแสง เหตระกูล ยังเป็นนักแต่งหนังสือ ที่ได้รับการต้อนรับจาก หนอนหนังสืออย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะหนังสือหัดพูดภาษาไทยใน 6 เดือน เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง ใน หมู่ชาวสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่ต้องการเรียนรู้ภาษาไทย และยังเป็นนักแปลมืออาชีพ ได้แปลและเรียบเรียงคติ ธรรมต่าง ๆ จากนักปรัชญาชาวจีนและยุโรป ตลอดจนค้นคว้าตำราพิเคราะห์ลักษณะสาว เป็นที่กล่าวขานยก ย่องในนามปากกา " แสงโสม "

               คนที่มีเพื่อนฝูงที่ดี นับวันจะเจริญอมตวาจาของ " แสงโสม" สะท้อนให้เห็นความจริงใจของท่าน ที่มี ต่อมิตร เพื่อนสนิทหลาย ๆ ท่านมีส่วนช่วยสนับสนุนกิจการของนายห้างแสง เหตระกูล ให้ประสบความเจริญ ก้าวหน้าตลอดมา และจะละเว้นมิกล่าวถึงมิได้ซึ่งก็คือ พลตำรวจเอกพิชัย กุลละวนิชย์ ซึ่งในขณะนั้นมียศเป็น พันตำรวจเอก และนายสงัด ศรีวณิก

               นอกจากนี้ตลอดเวลาที่ท่านยังมีลมหายใจ ในการทำงานของท่านนั้น ไม่เคยมีคำว่า " วันหยุด " จน กระทั่งมาพักรักษาโรคภัยที่คุกคาม เมื่อท่านอายุ 71 ใน พ.ศ. 2524 อันเป็นปีสุดท้าย ที่ท่านได้พักผ่อนอย่างแท้ จริงชั่งนิรันดร โดยท่านได้แน่ใจแล้วว่า:

 

ได้ทิ้งมรดกทางปัญญาอันล้ำค่าไว้ให้ลูกหลาน ได้สืบทอดพัฒนาความก้าวหน้า

มาจนถึงบัดนี้ และ ตลอดไปนั่นคือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ที่ไม่ใช่เป็นของใคร แต่เป็นของประชาชนคนไทยทุกคน...





นายแสง เหตระกูล

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
น้ำหมึกหยดแรก


              จากประสบการณ์ที่คลุกคลี อยู่ในขบวนการผลิตสิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ มาเป็นเวลานานมากว่า 5 ปี ทำให้ นายห้างแสง เหตระกูล ได้ตกลงตัดสินใจรับช่วง ดำเนินกิจการผลิตหนังสือพิมพ์กรุงเทพเดลิเมล์ (
BANGKOK DAILYMAIL) ของนายหลุยส์ คีรีวัตน์ต่อไป หลังจากที่ได้หยุดกิจการไปเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2476 นักหนังสือพิมพ์ นักข่าว นักคิด นกเขียน ช่างภาพ ได้ทะยอยเข้าสู่ค่ายสี่พระยา ร่วมแรงร่วมใจกัน ออกหนังสือพิมพ์รายปักษ์ มาให้ประชาชนคนไทย ได้จับต้องจนคุ้นเคย ภายใต้ชื่อหนังสือพิมพ์เดลิเมล์วันจันทร์ โดย บริษัท ประชาช่าง เป็นผู้จัดพิมพ์

 

               เมื่อมีกำลังคน กำลังสติปัญญา และกำลังใจอย่างแรงกล้า คณะทำงานก็ได้เริ่มการสนทนาวางแผนและ นโยบายที่จะเข้ารับมือ กับการผลิตหนังสือพิมพ์รายวัน ที่ต้องแข่งขันกับเวลาในทุกเสี้ยววินาที เพื่อการเสนอข่าวและ ภาพที่เที่ยงตรง ฉับไว ถึงมือผู้อ่านทุกเช้าตรู่ และในไม่ช้าหนังสือพิมพ์รายวันเดลิเมล์ ฉบับใหม่ล่าสุดก็ได้จุติขึ้นบน บรรณภพเมืองไทย กลายเป็นอาหารเช้า ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าของทุกชนชั้น ไม่ใช่เพื่อของใครคนใดคนหนึ่ง    

 

               "นักศึกษามธก. รากเลือดค้านกพ." เป็นข่าวพาดหัวตัวไม้ ของหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ฉบับปฐมฤกษ์เมื่อเช้าตรู่ ของ วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2493 อันเป็นวันครบรอบ 19 ปีของวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาสู่ระบอบ ประชาธิปไตย หรือที่เรียกว่าวันชาติของไทยพอดี ประชาชนให้การต้อนรับเดลิเมล์ฉบับปฐมฤกษ์ อย่างน่าชื่นใจใน ขณะที่นายห้างแสง ก็มีความตื่นเต้นยินดีปรีดา ไม่แพ้กันเมื่อแท่นพิมพ์ระบบโรตารี่ออฟเซ็ต ได้รับการป้อนกระดาษ ตี พิมพ์ภาพและข่าว อย่างฉับไวทันใจเอเย่นต์และสายส่ง ที่รอเข้าคิวอยู่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง อย่างคึกคัก เพื่อทำหน้าที่ "ม้าด่วน" จัดส่งหนังสือ ไปวางตลาดทั่วประเทศ ให้ถึงมือผู้อ่านในเวลาไล่เลี่ยกัน เกือบทั่วทุกภาค

 

               ในช่วงต้นของขอบปีที่ 8 หนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ได้กลายเป็นปัจจัยหนึ่ง ในชีวิตประจำวันของสังคม ยุคหลัง การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ที่ยังคงอยู่ในภาวะของความผันผวน ทางด้านการเมือง ผู้นำคณะรัฐบาล เปลี่ยนหน้ากันเข้า มาบริหารประเทศ หนังสือพิมพ์รายวัน ที่อุบัติขึ้นในห้วงขณะนั้น แม้จะได้ชื่อว่าเป็นกระจกเงา ส่องสะท้อนสังคม แต่ เวลาเดียวกัน กลับถูกมองเป็นหอกข้างแคร่ ในสายตาของรัฐบาล จึงถูกเพ่งเล็งอยู่เสมอ แต่ก็หาได้ทำให้คนหนังสือพิมพ์ เหล่านั้น ย่อท้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ อันเที่ยงธรรมไม่ ตรงกันข้าม กลับกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี ที่กระตุ้นให้เกิดหนังสือ พิมพ์ ที่ประชาชนต้องการขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง คือหนังสือพิมพ์รายวัน บางกอกเดลิเมล์ อันเป็นหนังสือพิมพ์รายวันฉบับ บ่าย ที่ได้รับการขยับขยายจอกว้างจากเดิม 7 คอลัมน์นิ้วมาเป็น 8 คอลัมน์ และได้กลายเป็นบรรทัดฐาน ของหน้า กระดาษหนังสือพิมพ์รายวัน ในยุคต่อมา

               บางกอกเดลิเมล์ ในยุคเฟื่องฟูมีจำนวน 6 หน้า ราคาฉบับละ 50 สตางค์ จำหน่ายได้ถึงวันละ 3,500 ฉบับ นับว่า มียอดจำหน่าย มากกว่าหนังสือพิมพ์คู่แข่งประเภทเดียวกัน ที่เป็นคู่แข่งถึง 5 เท่า

 

               ปฐมบทของน้ำหมึกหยดแรก อันเข้มข้นนับตั้งแต่ก่อกำเนิด หนังสือพิมพ์รายวันเดลิเมล์ใน ปี พ.ศ. 2493 จนถึง พ.ศ.2501 ได้กลั่นออก เป็นหยดน้ำตาแห่งความซึมเศร้า เสียดายและ อาลัยอาวรณ์อย่างที่สุดซึ้ง เมื่อวันเวลาที่ไม่อยากรอ คอยมาถึง จากผลพวงของ การทำปฏิวัติรัฐประหารของ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาล ในสมัย นั้น และได้ดำเนินการตรวจตรา เข้มงวดกับหนังสือพิมพ์รายวัน หลายฉบับรวมทั้งหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ และ บางกอกเด ลิเมล์ เจ้าหน้าที่ในกองบรรณาธิการ หลายคนถูกจับกุม และบางรายก็ได้เสียชีวิตลงในที่คุมขัง
                  นายราเชนทร์ วัฒนปรีชากุล ได้ทบทวนความทรงจำ ไว้ในหนังสือชีวิตการต่อสู้ ของนักหนังสือพิมพ์ ที่น่าสนใจในตอนหนึ่งว่า คุณแสง เหตระกูล เจ้าของและผู้อำนวยการ (หนังสือพิมพ์เดลิเมล์) ได้มอบหมายให้พวกเรา ทำงาน แทนเพื่อนฝูงที่ถูกจับกุมไป เป็นการชั่วคราว เพื่อให้เดลิเมล์รายวัน ออกจำหน่ายตามปกติ ให้ได้ หนังสือพิมพ์เดลิเมล์ รายวัน ขณะนั้นได้ผลิตออกล่วงหน้า 1 วัน หัวหนังสือจึงตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2501 เมื่อทุกฝ่ายถูกเร่ง ให้ทำงาน กันเต็มฝีมือ ต่างเร่งกันเป็นพิเศษ ส่งหนังสือเรียงพิมพ์ เพื่อหล่อแบบสำหรับตีพิมพ์ ด้วยแท่นพิมพ์โรตารี่ ให้หนังสือออก สู่ตลาด ก่อนคำสั่งงดใบอนุญาตจะมาถึงโรงพิมพ์ ทำงานกันแบบชนิดแข่งขันเวลา และเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยลงตัว แท่น พิมพ์เริ่มเดินเครื่อง ในท่ามกลางความระทึกใจ ของคณะทำงาน ฉับพลันนั้นเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลกลุ่มหนึ่ง ได้ ปรากฏขึ้นบนสำนักงาน กองบรรณาธิการ พร้อมกับแจ้งให้ทราบว่า ทางราชการตำรวจ โดยคำสั่งของคณะปฏิวัติ ได้มีคำ สั่งปิดหนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน อย่างไม่มีกำหนด โดยระบุให้ยึด-ปิดแท่นพิมพ์ ห้ามทำการพิมพ์ จนกว่าจะมีคำสั่ง อนุญาต เป็นอย่างอื่น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำครั่ง มาประทับบนแท่นพิมพ์ พร้อมกับใช้โซ่ล่ามแท่นอย่างแน่นหนา โดยมี หนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ฉบับสุดท้าย ติดคาอยู่ในแท่นพิมพ์ ไม่ทันได้โผล่โฉมออกมาอีกเลย ...

 



นายแสง เหตระกูล

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
รากฐานแห่งความถูกต้อง

            "คราวเคราะห์ร้าย ต้องต่อสู้มันด้วยความอดทน จึงจะสามารถผ่านพ้นไปได้..." 'อมตวาจา' ของแสงโสม เป็น บทพิสูจน์อีกบทหนึ่งของ นายห้างแสง เหตระกูล ที่ได้ใช้ทั้งความพยายาม และความอดทนอย่างยิ่งยวด หลังจาก หนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ถูกปิดลงอย่างไม่มีกำหนด และไม่ทราบเหตุผล ข้อกล่าวหา จนกระทั่งฝันร้ายผ่านพ้น กลาย เป็นดีในเวลาต่อมา นับเนื่องจากปี 2501 เป็นต้นมา แม้กิจการของหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์รายวันจะหยุดลงไป แต่เจ้าหน้า ที่กองบรรณาธิการ ก็ได้รับค่าตอบแทน กันอย่างครบถ้วน จากนายห้างแสง เหตระกูล ก่อนที่จะแยกย้ายจากกัน เพื่อรอวัน ที่จะหวนคืนมา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันอีกครั้ง

 

            เมื่อก่อนเที่ยงของวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ.2507 เจ้าของต้นเสียงไชโย พร้อมกับชูหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับ ปฐมฤกษ์ขึ้นเหนือศรีษะ ด้วยความปีติยินดี ย่อมจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากนายห้างแสง เหตระกูล ที่ได้รอคอยอย่า งอดทนมาเป็นเวลา 7 ปีเต็มๆ ในการทำหนังสือชี้แจง ตลอดจนติดต่อ กับหน่วยราชการเพื่อขออนุญาตเปิดกิจการ การ พิมพ์ขึ้นอีกครั้ง หนังสือชี้แจงฉบับแล้ว ฉบับเล่าเงียบหายไป จนกระทั่งสามารถติดต่อ ซื้อหัวหนังสือ "แนวหน้า" ใน เวลานั้นมาได้ และได้เริ่มทำการปรับปรุงโฉมใหม่ จนได้ชื่อหนังสือพิมพ์รายวัน ที่พอใจคือ "แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์" ที่มีพาดหัวข่าวตัวยักษ์ โดดเด่นเป็นที่โจษขาน กันไปทั้งเมือง เพียงแค่อ่านพาดหัวฉบับนั้น… "เมียน้อยจอมพลสฤษดิ์ ท้องในอเมริกา พบรักแท้กับนักเรียนไทยวัยรุ่น"

 

            พลิกไปในฉบับ 16 หน้า ราคา 1 บาท เท่ากับกาแฟเย็นถ้วยเดียว แต่สามารถอ่านทั้งข่าว และข้อเขียนจาก นานาทรรศนะ ในคอลัมน์ที่เข้มข้นจุใจ พระเดชพระคุณ ทำให้แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ พื้นสีบานเย็น ตัวเจาะขาวสะดุด ตา ได้รับการเรียกขานจากผู้อ่าน เป็นที่อึกทึกครึกโครม ในวันถัดมา เมื่อมีรายงานข่าวเปิดกรุอนุภรรยา 'จอมพลผ้า ขาวม้าแดง' 103 โฉมงามที่มีทั้งนางงาม และดารานักร้องนักแสดง ทะยอยนำเสนออย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการเปิดโปง มรดกอันมหาศาล ของ 'จอมพลผ้าขาวแดง' ที่มีอยู่ถึง 2,874 ล้านบาท อันเป็นมูลเหตุให้ผู้นำรัฐบาลในเวลานั้นใช้ มาตรา 17 ยึดทรัพย์มาเป็นของรัฐ ข่าวติดดิน กินใจ ใกล้ชิดกับประชาชน ทำให้หนังสือพิมพ์เดลินิวส์กลายเป็นแม่ เหล็ก ที่ดึงดูดผู้อ่านให้สนใจ พาดหัวข่าวหน้าแรก จนกระทั่งเนื้อใน เมื่อพลิกไปจนจรดหน้าสุดท้าย ข่าวโจร 17 คนมี อาวุธปืนสงครามครบมือ ทำการปิดล้อมโรงพัก และอำเภอเพื่อทำการ บุกปล้นตลาดอำเภอท่าเรือ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา กวาดทรัพย์สินไป 5 แสนบาท ฆ่าเจ้าทรัพย์ และผู้ประสบเหตุรวมเป็น 4 ศพ มีชาวบ้านบาดเจ็บอีก 2 ราย นับเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม อีกข่าวหนึ่งที่ขายดีที่สุด ในขณะนั้น ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเกาะติดสถานการณ์ จน กระทั่งรัฐบาลได้ใช้กำลัง เจ้าหน้าที่จำนวนหลายร้อยนาย ตามล่าคนร้ายจับเป็น 6 คนจับตาย 5 คน ถูกศาลตัดสิน ประหารชีวิต ด้วยการยิงเป้า ตั้งแต่โจรอาวุโสจนถึง ขุนโจรอายุน้อยที่สุด 19 ปี ก่อนปิดคดีหมดเงินแผ่นดิน จากการตาม ล่าคนร้ายไปถึง 5 ล้านบาท ในขณะนั้น

 

            ความเคลื่อนไหวของข่าว ถูกนำมาตีพิมพ์พร้อม ๆ กับ ระบบการผลิตที่พัฒนาก้าวหน้า อย่างไม่หยุดยั้ง จากปี 2501 บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด เริ่มนำเอาการแยกสีด้วยมือ เข้ามาในประเทศไทย ทำให้สามารถพิมพ์สี่สี ใน ระบอบออฟเซ็ต ได้เป็นครั้งแรก ในวงการหนังสือพิมพ์ของเมืองไทย ต่อมาผู้อ่านหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้พบความ เปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีกครั้ง เมื่อหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ส่งออกไปถึงมือผู้อ่าน รวดเร็วทันใจด้วยคุณภาพพิมพ์ที่คมชัด ยิ่งขี้น อันสืบเนื่องมาจาก การริเริ่มนำระบบออฟเซ็ตม้วน หรือระบบเวบออฟเซ็ต (WEB OFFSET) เข้ามาติดตั้ง เป็น แท่นพิมพ์ที่มีกำลังการผลิต หนังสือพิมพ์ 20,000 ฉบับ ในเวลา 1 ชั่วโมง ในขณะที่อัตราค่า โฆษณาสี่สี เวลานั้นหน้าละ 5,000 บาทต่อวัน และอัตราค่าโฆษณาหน้าขาว-ดำ เพียง 20 บาทต่อ 1 คอลัมน์นิ้วต่อวัน

 

              ต้นปี 2510 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อีกครั้งหนึ่ง ที่แสดงบทบาทอย่างชัดเจน ในการเป็นผู้คอยปกป้อง รักษาผล ประโยชน์ของคนในชาติ บนรากฐานของความถูกต้อง โดยการเป็นหัวหอก นำเสนอข่าวการทุจริตคอร์รัปชั่น การจัดซื้อ ที่ดิน ของเทศบาลกรุงเทพมหานคร เวลานั้นจนกระทั่งหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ตกเป็นจำเลยในคดีหมิ่นประมาท แต่ใน ที่สุด การนำสืบคดีความในศาล ได้รับการพิพากษาให้ยกฟ้อง เนื่องจากข่าวที่นำเสนอ มีข้อมูลที่เป็นจริง นับเป็นคดี ประวัติศาสตร์ คดีแรกของหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย ที่ขึ้นสู่บัลลังก์ศาล ตามขบวนการสถิตยุติธรรม ความแหลมคม ในการนำเสนอข่าวเที่ยงตรง ฉับไว ในช่วงทศวรรษที่ 1 ซึ่งมีนายประพันธ์ เหตระกูล รับมอบหมายให้เป็นเจ้าของ และ บรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณานั้น ได้ใช้เวลา ในช่วงระยะเพียงไม่กี่ปี ก็ทำให้แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์กลาย "เป็นหนึ่ง ลมหายใจของคุณ" ในชีวิตประจำวันของผู้คน ในสังคมยุคนั้น ยอดหนังสือพิมพ์พุ่งขึ้นไปกว่า 1 แสนฉบับ อย่างที่ไม่ ได้คาดหวังกันมาก่อน รูปแบบการนำเสนอภาพ และข่าวของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในยุคต้น ๆ นี้ ได้รับการปรับปรุง แปลงโฉมอยู่ตลอดเวลา ด้วยเรื่องราวสาระหลากหลาย ทั้งภาพสีและภาพชุดชีวิต ตลอดจนบทความ และสารคดีต่าง ๆ ที่เข้มข้น 

 

             หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ได้ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง ประชาชนมาจนกระทั่งถึงเหตุการณ์ วันมหา วิปโยค 14 ตุลาคม 2516 การเรียกร้องของนิสิตนักศึกษา และประชาชนขอให้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวรในการปกครอง ประเทศ แพร่กระจายความคิดออกไป อย่างกว้างขวาง มีการชุมนุมใหญ่ บนถนนราชดำเนินตลอดสาย เพื่อต่อต้านคณะ ผู้บริหารประเทศ เวลานั้นจนกระทั่งต้องระเห็จ ออกไปต่างประเทศ ในห้วงขณะเหตุการณ์วิกฤต ช่างภาพประจำกอง บรรณาธิการ เดลินิวส์ได้ปฏิบัติการ "ลืมความตาย" บุกเข้าไปร่วมอยู่ ในความสับสนอลหม่านบนถนนราชดำเนิน ใน วันมหาวิปโยค 14 ตุลา กดชัตเตอร์จับภาพ "นาทีชีวิต เลือด และน้ำตา" นำออกตีพิมพ์ และได้รับการตัดสิน ให้เป็นภาพ ชนะเลิศ จากมูลนิธิอิศรา อมันตกุล อันถือได้ว้าเป็นรางวัลพูลิตเซอร์ ของเมืองไทย ที่เป็นเกียรติยศครั้งสำคัญอีกครั้ง หนึ่งของชาวสีบานเย็น ...

 

            ปลายทศวรรษแรก ของหนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ คือในปี พ.ศ.2517 สถานการณ์ทางด้านการ เมือง คลี่คลายลง รัฐบาลของนายสัญญา ธรรมศักดิ์ บริหารแผ่นดินมาได้ครบขวบปี ในช่วงวิกฤตของความเปลี่ยน แปลง ทางเศรษฐกิจ ราคาสินค้าเขยิบสูงขึ้น ตามภาวะราคาน้ำมันของตลาดโลก รวมทั้งราคากระดาษที่เป็นต้นทุน การ ผลิตที่สำคัญของหนังสือพิมพ์ ได้สูงขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้หนังสือพิมพ์รายวัน เวลานั้น รวมทั้งหนังสือพิมพ์แนว หน้าแห่งยุคเดลินิวส์ จึงได้ขยับมาเป็นฉบับละ 1 บาท 50 สตางค์ ด้วยความเกรงใจ ผู้อ่านเป็นอย่างยิ่ง

 



นายแสง เหตระกูล

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
ปึกแผ่นแห่งความเป็นกลาง

 

            จากภาวะความเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจอันสืบเนื่องมาจาก การขึ้นราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่ส่งผลกระทบ มาถึงวงการธุรกิจทั่วไปก็ดี การเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง ภายในประเทศก็ดี ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งอิทธิพล อย่างสูง ไปสู่การดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์รายวัน หลังจากที่หนังสือพิมพ์รายวัน เกือบทุกฉบับในเวลานั้น ประกาศขึ้นราคาจาก 1 บาท เป็น 1 บาท 50 สตางค์แล้ว การปรับปรุงคุณภาพ เนื้อหาทั้งบนหน้าปกและเนื้อใน ก็ได้ ดำเนินไปเป็นเงาตามตัว ผู้อ่านจึงมีโอกาสในการตัดสินใจ เลือกซื้อหาสื่อหนังสือพิมพ์ ที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด และใน จำนวนนั้น ก็รวมไปถึง หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ซึ่งไม่เพียงแต่มีทีมข่าวอาชญากรรม ที่เข้มแข็งเท่านั้น ทีม ข่าวการเมือง ก็ได้เข้าเจาะทะลุทะลวง เหตุการณ์หลังการปฎิรูป เปลี่ยนแปลงการปกครอง อย่างใกล้ชิดชนิดหายใจรดต้นคอ

 

            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงมหาดไทย ในยุคของคณะปฏิรูปการปกครอง แผ่นดิน ได้ใช้อำนาจของ เจ้าพนักงานการพิมพ์ ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.2484 และอำนาจตามประกาศ ของคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 สั่งลงโทษหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในข้อหาเสนอ ข่าว ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ของบ้าน เมือง โดยให้ปิดกิจการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ อย่างไม่มีกำหนดทันที

 

             เวลาเดียวกันหนังสือพิมพ์รายวัน รายสัปดาห์ รวมทั้งรายคาบ และรายเดือน ก็ได้รับการตรวจเข้ม และถูกว่า กล่าวตักเตือน ไปจนกระทั่งถึงขั้น รับคำสั่งปิดกิจการอยู่เป็นประจำ แทบจะทุกสัปดาห์ และแม้ว่าหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต โดยไม่มีกำหนดเวลาไปแล้ว แต่นายห้างแสง เหตระกูล ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้อำนวยการ ใน เวลานั้น ยังคงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกแผนก ทำงานที่สำนักงานไปตามปกติ พร้อมกับจ่ายค่าตอบแทน ดังเช่นที่เคยปฏิบัติ มาเป็นประจำทุกวัน ขณะเดียวกัน นายประพันธ์ เหตระกูล ในฐานะบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ก็ได้ดำเนินการยื่น คำร้อง ขออุทธรณ์ต่อรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงาน การพิมพ์ตามพรบ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 และปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานการพิมพ์ ตามประกาศคณะปฏิรูป การปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 42 จน ในที่สุด รัฐบาลได้มีคำสั่งอนุญาต ให้หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ เปิดดำเนินการได้ตามปกติอีกครั้ง หลังมีคำ สั่งปิด ไปเป็นเวลา 15 วันพอดี

            การกลับคืนมาสู่บรรณภพหนนี้ แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ 16 หน้า ราคาหกสลึง ได้รับการปรุงโฉมหมดจด ทั้งหัวหนังสือเดลินิวส์ ได้รับการออกแบบสะดุดตา จากพื้นสีบานเย็นตัวเจาะขาว มาสู่การพลิกตัวเดลินิวส์ เป็นสี บานเย็นสดใสอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในฉบับวันอาทิตย์ ได้เพิ่มความคึกคักของฉบับ "บิวตี้ฟูลซันเดย์" และถัดมาในวันรุ่ง ขึ้น คือฉบับเก๋วันจันทร์ ที่ได้ทำให้ชาวบรรณภพ ตื่นตะลึงด้วยประสิทธิภาพ การพิมพ์จากเครื่องพิมพ์เวบออฟเซ็ต ที่ บรรจุเนื้อหาสาระ เต็มปริ่ม 58 หน้าในฉบับวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม 2519 แต่ราคายังคงหกสลึงเหมือนเดิม

 

            จุดยืนที่ชัดเจน ต่อการวางตัวเป็นกลาง เป็นปึกแผ่นได้เป็นส่วนสำคัญ ในการเสริมสร้างฐานราก แห่งความถูก ต้อง อันมั่นคงของ หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ในระยะเวลาของการพัฒนา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และ วิทยาการสมัยใหม่ ตลอดจนความเติบโต ทางด้านเศรษฐกิจ ประชาชนมีความตื่นตัว ในการรับรู้ข่าวสารมากยิ่งขึ้น กอง จัดการที่เดิน เคียงบ่าเคียงไหล่กับกองบรรณาธิการ มาโดยตลอด เป็นหัวใจสำคัญอีกซีกหนึ่ง ที่ได้รับการบริหารอย่าง เป็นระบบ ตั้งแต่แผนกการเงิน-บัญชี-การโฆษณา รวมทั้งในส่วนของ กองการจัดจำหน่าย ซึ่งไม่เพียงแต่ การจัดหา คาราวานรถบรรทุก ที่มีประสิทธิภาพ ในการขนส่งเท่านั้น แต่ยังได้วางแผนพัฒนา ด้านการตลาดอย่างถูกช่องทาง เพื่อ นำพา หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ ที่หนาแน่นด้วยเนื้อหา และแรงศรัทธาจากประชาชน ไปให้ถึงมือผู้อ่าน ตรงตามนัด นายประพันธ์ เหตระกูล ได้ปลีกตัวออกมาจาก หน้าที่ของบรรณาธิการ เพื่อการวางนโยบาย และปรับกล ยุทธ์ทางการตลาด อย่างเป็นระบบต่อเนื่อง โดยความร่วมแรงร่วมใจ ของคณะกรรมการอำนวยการบริหาร หน้าที่ของ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาจึงตกแก่ ผู้มีอาวุโสทั้งความสามารถ และประสบการณ์ ในขณะนั้นคือ นายชลอ อยู่เย็น ที่เข้ารับภาระรับผิดชอบ ในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2521 ก่อนที่ นายบรรเจิด ทวี จะมารับหน้าที่เดียวกัน ในเวลาต่อมา ของปีเดียวกัน

 

            ในห้วงเวลาของการปรับเปลี่ยน รูปขบวนการบริหาร หนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์ สู่ความทันสมัย ล้ำยุคนี้เอง นายประชา เหตระกูล ได้เข้ามารับผิดชอบ ต่อบรรณาธิการโดยตรง ในฐานะผู้รับอนุญาต เป็นบรรณาธิการ ผู้ พิมพ์ ผู้โฆษณา เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2521 จนถึงทุกวันนี้ โดยได้ริเริ่มการพัฒนา โฉมหน้าใหม่ทั้งรูปเล่ม และ เนื้อหา ไปพร้อมกับคณะกรรมการ อำนวยการบริหาร วางแผนการผลิตและการตลาด จาก 16 หน้าราคา 1.50 บาท ขยับ มาเพิ่มเป็น 20 หน้าและ 24 หน้า แต่ราคายังคงเดิม และการปรับปรุงโฉมใหม่ ของหนังสือพิมพ์แนวหน้าแห่งยุคเดลิ นิวส์ นี้ได้เริ่มขี้นในช่วงจังหวะ ที่สอดคล้องเมื่อบริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ได้ยื่นเรื่องราวขออนุญาต เปลี่ยนแปลง หัวหนังสือจาก "แนวหน้าแห่งยุคเดลินิวส์"มาอยู่ภายใต้ชื่อ "เดลินิวส์" ในวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2522 และ ได้รับ อนุญาตจากทางราชการ ให้ใช้หัวหนังสือพิมพ์รายวัน "เดลินิวส์" ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา

 

            เวลานั้นกิจการ ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้เจริญรุดหน้าไป พร้อมกับการพัฒนาการผลิต ตลอดจนการตลาด และการรับสื่อโฆษณา จนกระทั่งสำนักงานเลขที่ 423 ถนนสี่พระยา คับแคบลงไปถนัดใจ ไม่เพียงพอแก่การรองรับเจ้า หน้าที่ และพนักงานในแผนกต่าง ๆ กอร์ปกับสภาพแวดล้อม โดยทั่วไปเมื่อเกิดปัญหาฝนตก หน้าสำนักงานบริษัทสี่ พระยา ที่ได้เคยประสบภาวะน้ำท่วมใหญ่ ในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.2485 กลับต้องมาเผชิญภาวะเดียวกัน เกือบทุก วันในช่วงฤดูฝน ส่งผลไปถึงการจราจรที่ติดขัด เป็นอุปสรรคต่อการ นำรถบรรทุกเข้า-ออกในการส่งหนังสือพิมพ์เดลิ นิวส์ ไปวางตลาดทั่วประเทศ นายห้างแสง เหตระกูล จึงได้ดำริย้ายสำนักงาน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ถนนสี่พระยาไปยัง เลขที่ 1/4 ถนนวิภาวดีรังสิต ในปัจจุบัน การเคลื่อนย้ายไพร่พล คราวนั้นคือกฤษ์เอาชัยในวันที่ 15 กรกฎาคม 2522

 

            ตลอดระยะเวลา 5 ปี ในช่วงทศวรรษที่ 2 ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้เกิดความเปลี่ยนแปลง จากการริเริ่ม แนวคิดใหม่ ที่ได้ส่งอิทธิพลไปถึง พัฒนาการของหนังสือพิมพ์รายวัน โดยรวม ที่ไม่ใช่แต่เฉพาะการแข่งขัน ในสนาม ข่าวและภาพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเนื้อที่ มีคอลัมนิสต์เข้ามาส่งเสริม ความรู้ความเข้าใจ แก่ประชาชนในทุก ๆ ด้านเป็น อาหารเสริมปัญญา ขั้นพื้นฐาน เพื่อการเตรียมความพร้อม ไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า

 

            ในภาคของบันเทิงคดีนั้น ได้เป็นที่ยอมรับว่านิยาย หรือบทประพันธ์เรื่องยาว คือเครื่องชูรสที่เป็นเสน่ห์ ของ หนังสือพิมพ์รายวัน ที่ขาดไม่ได้ เมื่อแรกเริ่มนั้น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ นำเอานิยายไทยเรื่องยาว "เพชรพระอุมา" จาก ปลายปากกาของ พนมเทียน นักประพันธ์ชื่อกระฉ่อน วงการมาตีพิมพ์ติดต่อกัน หลายสิบตอนทำให้ชาวประชาพากัน ติดงอมแงม ต่อมานิยายกำลังภายใน ขนาดยาวก็ได้กำหัวใจนักอ่าน ไว้อยู่หมัดเป็นที่โจษขาน ไปทั้งเมืองเมื่อจอมดาบ หิมะแดง ของ โกวเล้ง โดยฝีมือนักแปลชั้นครู ว. ณ เมืองลุง ได้รับการตีพิมพ์และเมื่อ แดง ระวี ที่หยิบเอา "เหยี่ยวถลา ลม" จ่อคิว ติดตามมาก็ยิ่งเพิ่มอรรถรส ของการอ่านนิยาย บนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน จนวางไม่ลง ก่อนจะถึงบทละคร โทรทัศน์ "ดาวพระศุกร์" ที่ถูกดัดแปลงมาสู่ข้อเขียน ขนาดยาวตีพิมพ์ทุกวัน ให้ผู้อ่านได้จินตนาการ ก่อนชมละครจาก จอตู้ บทละครโทรทัศน์ขนาดยาว จากแดนอาทิตย์อุทัยในเรื่อง "โอชิน" ที่สะท้อนภาพชีวิตการต่อสู้ ของสาวกิโมโนใน ยุคหลังสงครามโลก ครั้งที่สองที่ แดง ระวี ได้จดปลายปากกา ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ก็ดังกระหึ่มทั่วเมืองไทย นับ เป็นความสำเร็จ ที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในเวลานั้น จนกระทั่งต่อมาบทละคร จากจอตู้เรื่อง แล้วเรื่องเล่า จึงได้กลายเป็นนิยายประจำวัน ที่ขาดกันไม่ได้ในหนังสือพิมพ์รายวัน แทบทุกฉบับจนมาถึงปัจจุบันนี้ แฟน นักอ่านยังคงผูกพันกับ "เดลินิวส์" อย่างเหนียวแน่น ส่งผลไปถึงจำนวนจำหน่าย ส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ยกระดับสูง ขึ้นตามลำดับ พร้อมกับราคาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ได้ขยับขึ้นไปจากเดิม 1.50 บาท เป็น 2.00 บาท ในช่วงปี 2522 และ ขึ้นราคาไปเป็น 3 บาท ตามภาวะราคาตลาดในปี 2523

 

            คุณค่าที่ได้มาจากคุณธรรม ตามหลักการที่หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ยึดมั่นมาโดยตลอด จนครบรอบปีที่ 17 ขึ้นปี ที่ 18 เมื่อ พ.ศ.2525 นายห้างแสง เหตระกูล ได้เคยกล่าวย้ำ ไว้ในช่วงก่อนหน้านั้นว่า หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ "ไม่ใช่เป็น ของบุคคลหนึ่งแต่เป็นของทุกคน" นับเป็นอมตวาจา ที่ช่วยปลุกสำนึก ให้ผู้บริหารและผู้ใต้บังคับบัญชา ได้ตระหนักถึง ภาระ หน้าที่ความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ อันเป็นแรงบันดาลใจ ผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์ พัฒนาความก้าวหน้าใหม่ ๆ ขึ้นในเดลินิวส์ ตลอดเวลา ...

 



นายแสง เหตระกูล

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
ก่อนจะเป็นหนังสือพิมพ์ | เดลินิวส์ |

 

 

            หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ทุกฉบับ ที่ท่านถืออ่านอยู่ทุกวันนี้ แม้จะมีอายุการใช้งาน สำหรับท่านแสนสั้น เพราะอย่างช้าท่าน จะมีเวลาอ่านมัน เพียงแค่วันเดียว ส่วนวันรุ่งขี้น ก็มีฉบับใหม่มาทดแทนแล้วนั้น แท้จริงมันต้องผ่านกระบวนการ ที่ซับ ซ้อนหลายขั้นตอน ประกอบด้วยบุคลากร จำนวนมากมาย กว่าจะได้หนังสือ ออกมาอย่างมีคุณภาพแต่ละฉบับ

 

            เรามาทำความรู้จัก กับหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ในระบบการผลิตทั้งหมด ก่อนที่จะมาเป็นรูปเล่ม ให้ท่านอ่านกัน ดูบ้างว่า ความเป็นมาของมันเป็นอย่างไร

 

            ระบบงานของ บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด ผู้ผลิตหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ออกมาวางจำหน่ายทุกวันนี้ แบ่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ อย่างชัดเจน เป็นกองงานด้วยกัน ซึ่งได้แก่ 1. กองบรรณาธิการ และ 2. กองจัดการ

 

            ทั้งสองหน่วยงานนี้ จะต้องทำงานประสานกัน ตลอด 24 ชั่วโมง จะขาดใครคนหนึ่งในกองใดมิได้ เพราะจะ เกิดปัญหาทันที อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์ชั้นนำอย่างเดลินิวส์ มีเงื่อนไขความรับผิดชอบ ต่อผู้อ่านที่จะต้องผลิต หนังสือ เพื่อรายงานข่าวสาร ที่เกิดขี้นในบ้านเมืองตรงเวลาทุกวัน ดังนั้นปัญหาแม้เพียงน้อยนิด ที่อาจทำให้เกิด การ สะดุดชะงักงัน จะมีขี้นไม่ได้เป็นอันขาด ตลอด 365 วัน ใน 1 ปี

 

กองบรรณาธิการ

 

            ทุกองค์ประกอบของ บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ ล้วนแต่มีความสำคัญ เท่าเทียมกัน กระนั้นก็ตาม กอง บรรณาธิการ ก็เป็นหัวหอกสำคัญ ที่เริ่มต้นกระบวนการผลิตอื่นทั้งปวง กล่าวคือ เป็นผู้เสาะแสวงหาข่าว ที่เกิดขี้นทุก ซอกมุมของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นค่ำมืดดึกดื่นเพียงใด มาผลิตเป็นเนื้อหา ส่งต่อให้กองการผลิตนำไปจัดสรร เป็นรูปเล่ม เพื่อให้กองการจัดจำหน่าย ขนออกสู่เอเยนต์ แผงค้า จนถึงมือของท่านผู้อ่านในที่สุด

 

            กองบรรณาธิการเดลินิวส์ ประกอบด้วยบุคลากรกว่า400 ชีวิต ในจำนวนนี้ แบ่งความรับผิดชอบ ที่ส่วนกลาง ราว 140 คน และอีกกว่า 250 คน กระจายอยู่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ อยู่ภายในการนำทีม ของบรรณาธิการที่รับผิดชอบ ข้อเขียนทุกตัวอักษร ในหนังสือ โดยมอบหมายภาระ ความรับผิดชอบลดหลั่นลงมาให้ หัวหน้ากองบรรณาธิการ ดูแล งานต่างๆ รวม 8 ฝ่าย มีรองหัวหน้ากอง 2 ท่าน ผู้ช่วยหัวหน้ากองบรรณาธิการอีก 2 ท่าน แบ่งกันกำกับดูแลงาน ของแต่ ละฝ่ายอีกชั้นหนึ่ง ในขณะที่ทุกฝ่าย จะมีบรรณาธิการฝ่าย เป็นผู้รับผิดชอบ

 

            จากบรรณาธิการฝ่าย จะมีหน่วยรองลงไป คือ แผนกข่าวซึ่งมีทั้งสิ้น 15 แผนกรับผิดชอบโดยหัวหน้าแผนกที่ จะสั่งการกับผู้สื่อข่าวในแผนก ให้ช่วยกันผลิตเนื้อหาตามสายงานของตน จะเห็นได้ว่า ลักษณะงานจะเป็น การกระจายความรับผิดชอบ โดยมีการกำกับดูแล ลดหลั่นเป็นขั้นตอน ซึ่งจะ ก่อให้เกิดผลดีต่องานข่าว ทั้งในแง่ความฉับไว มีคุณภาพผ่านการตรวจสอบ เพื่อป้องกันความผิดพลาด ที่อาจเกิดขี้น เพราะงานหนังสือพิมพ์ เป็นงานที่จะต้องหลีกเลี่ยงความผิดพลาด ให้โอกาสเกิดขึ้นน้อยที่สุด เพราะหากมีขึ้น เมื่อใด ก็อาจหมายถึงความเสียหาย ของผู้ตกเป็นข่าว ทั้งในแง่บุคคล องค์กรเอกชน ทั้งในระดับบริษัทห้างร้าน ภาค เศรษฐกิจโดยรวม หรือความมั่นคงของประเทศ ซึ่งจะกลายเป็นความยุ่งยาก เกินกว่าจะแก้ไขได้ในเวลาอันสั้น

 

            นายประชา เหตระกูล บรรณาธิการ กล่าวถึงแนวทางการทำงาน ของเดลินิวส์ ที่เรายึดถือมาตลอดว่าจะ ต้อง เป็นผู้นำในทุกด้าน โดยเฉพาะการผลิตเนื้อหา ข่าวสารสาระเพื่อผู้อ่าน โดยสิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ เราเป็นผู้เริ่มต้น เปิดหน้า เศรษฐกิจขึ้นเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นการเสนอข่าวเศรษฐกิจ ยังจำกัดวงแคบอยู่เพียงแค่ หนังสือพิมพ์รายคาบ โดยการผลิตเนื้อหา ในหน้าเศรษฐกิจ ก็จะต้องให้ความสำคัญ กับผู้อ่านกลุ่มใหญ่ คือชาวบ้านทั่วไป สามารถเข้าใจได้ไม่ น้อยหน้า ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ เศรษฐกิจทั้งหลาย การให้ความสำคัญ กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถึงขั้นเปิดหน้า เสนอเรื่องนี้ โดยเฉพาะหน้าเกษตร คือสิ่งที่เรานำมาทำก่อนใครอื่น ในแวดวงหนังสือพิมพ์รายวัน ชั้นแนวหน้าทั้งปวง

 

            "เราพยายามทำให้งาน ในกองบรรณาธิการ เกิดความผสมผสานกันทุกฝ่าย ให้หนังสือพิมพ์นี้ เปรียบเสมือน คนหนึ่ง ที่จะสามารถอธิบายข่าวสารสาระ ให้มวลชนได้รับทราบข่าวสาร เท่าเทียมกัน เช่นการเสนอข่าวเศรษฐกิจ ก็ไม่ ใช่จำกัด ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอ่าน แต่ต้องให้ชาวนาเข้าใจด้วย หน้าเศรษฐกิจจึงเน้นเรื่อง ของปากท้องชาวบ้าน เป็น สำคัญ เช่นเดียวกัน การแยกหนังสือเป็น 2 ส่วนก็มีเหตุผลทำนองเดียวกัน กล่าวคือ ขณะที่คนหนึ่งสนใจข่าวสารการ เมือง อีกคนหนึ่งที่สนใจกีฬา หรือ บันเทิง ก็อ่านได้พร้อมกัน ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ก็คือความกระซับของเนื้อหา และความเที่ยงธรรม ในการเสนอข่าวสาร โดยเราถือเป็นภาระยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้หนังสือพิมพ์เป็นสถาบัน ที่เชื่อถือได้ ด้วยการเสนอแต่ความจริง เพราะหนังสือพิมพ์ เป็นสิ่งที่มีหลักฐาน ที่จะปรากฏอยู่ตลอดไป การเสนอเรื่องไม่จริง เมื่อ เวลาผ่านไป มันจะกลายเป็นเครื่องประจานตัวเอง และทำให้มวลชน หมดความไว้วางใจ ในสื่อหนังสือพิมพ์"

 

            นายประชาย้ำด้วยว่า ในทศวรรษต่อจากนี้ สิ่งที่เดลินิวส์ ยังยืนหยัดอย่างมั่นคง ก็คือการดำรงความเป็นผู้นำ เอาไว้ ด้วยประการนี้เองกอง บรรณาธิการเดลินิวส์ ยังเป็นองค์กรที่เน้น การยึดถือระบบ มากกว่าตัวบุคคล อันเป็น ระบบ ที่จะทำให้งานทุกอย่าง ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทันสมัย มีคุณภาพและคุณธรรม ได้คนที่สดใหม่ และ มีการพัฒนา บุคคลากร ให้เติบโตขี้นมาทำหน้าที่ รับใช้สังคมในรูปของสื่อมวลชน ประเภทหนังสือพิมพ์ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังปรากฏชัดในเดลินิว ส์ ที่ถึงมือผู้อ่านทุกวันนี้นั่นเอง

 

 

กองจัดการ

 

            กองจัดการ ซึ่งเป็นอีก 1 หน่วยงานในบริษัท ที่มีความสำคัญยิ่ง ดังที่เกริ่นกล่าวไว้ข้างต้นแล้วนั้น ยังจำแนก งานออกเป็นฝ่ายผลิต ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายจัดจำหน่าย และฝ่ายขนส่ง ที่จะเป็นผู้ร่วมรับผิดชอบงาน อย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ ไปกับกอง บรรณาธิการตลอดเวลา

 

            ฝ่ายโฆษณา คือองค์กรทางธุรกิจ ที่สำคัญของหนังสือพิมพ์ เพราะเป็นผู้ทำรายได้หลัก เข้ามาสู่บริษัท เพื่อรอง รับกับค่าใช้จ่าย จำนวนมหาศาล ในแต่ละวัน สำหรับการผลิตเนื้อหาสู่ผู้อ่าน ซึ่งแม้จะดูเป็นเรื่องไม่ยาก แต่ในรายละเอียด ก็มีความซับซ้อน มิใช่น้อย เพราะหนังสือพิมพ์ ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหารายได้ ให้มากที่สุดฝ่ายเดียวมิได้ แต่จะต้องมีอยู่ ให้พอเหมาะ ไม่ให้มากจนเกินกว่าเนื้อหาสาระที่ผู้อ่าน จะพึงรับไ ด้กับจะต้องไม่น้อยเสียจนกระทั่ง ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย

 

            ที่ เดลินิวส์ เราเคร่งครัดกับเรื่องนี้ โดยกำหนดไว้ว่าจะรับโฆษณา เข้ามาไม่เกินร้อยละ 30-35 ของหนังสือ แต่ ละเล่ม และหากอยู่ในช่วงเทศกาล ที่มีความต้องการลงโฆษณาสูงมาก ก็จะเพิ่มเนื้อที่ หรือในภาษาของหนังสือพิมพ์ว่า เป็นการเพิ่มหน้า โดยจะต้องมีเนื้อหาสาระเพิ่มขึ้น มิใช่เพิ่มหน้าเพื่อบรรจุโฆษณา เพื่อให้สัดส่วนระหว่างโฆษณา กับ สาระยังอยู่ที่ 30-35 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 65-70 นั่นเอง

 

            เนื้อที่โฆษณาที่มีอยู่ไม่มากนัก อาจไม่สามารถรองรับความต้องการ ได้เต็มที่ เราจึงใช้ระบบการจัด คิดขายเนื้อ ที่โฆษณา ตามลำดับที่ติดต่อมา มิได้เป็นไปโดยอาศัยความคุ้นเคย เป็นพิเศษกับลูกค้ารายใด อีกทั้งเดลินิวส์ก็มิได้ใช้ ระบบการขายเนื้อที่ ให้กับบริษัทใดเป็นตัวกลางอีกด้วย

 

 

ฝ่ายผลิต

 

            ฝ่ายผลิต ของหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เป็นองค์ประกอบที่ชี้ชัด และยืนยันความเป็นผู้นำของเรา ได้อย่างดีติดต่อ กันมาเป็นเวลานาน กล่าวคือตำนานของเรา เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2501 ซึ่ง นายแสง เหตระกูล ผู้ก่อตั้งบริษัท สี่พระยาการ พิมพ์ เป็นคนริเริ่ม นำเอาระบบแยกสีด้วยมือ เข้ามาใช้และทำให้ ระบบการพิมพ์ในประเทศไทย ผลิตโฉมหน้าการผลิต มาสู่การใช้วิทยาการก้าวหน้า ตราบจนปัจจุบัน โดยภาพแรกที่นำมาตีพิมพ์ ก็คือพระบรมฉายาลักษณ์ ในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

            ส่วนการพิมพ์หนังสือพิมพ์นั้น บริษัทที่สี่พระยาการพิมพ์ เริ่มนำเอาระบบแท่นออฟเซ็ตม้วน เข้ามาใช้ตั้งแต่ปี 2508 โดยขีดความสามารถ ของแท่นพิมพ์ดังกล่าว ทำให้เราสามารถผลิตหนังสือ ได้ถึง 18,000-20,000 ฉบับต่อชั่วโมง เมื่อเทียบกับระบบการพิมพ์ ในช่วงนั้น ระบบโรตารีสามารถพิมพ์ได้เพียง 4,000 ฉบับต่อชั่วโมง หรือระบบออฟเซ็ต ธรรมดา ก็ทำความเร็วได้ในระดับ 8,000-12,000 ฉบับต่อชั่วโมงเท่านั้น

 

            ยุคแรกเริ่มของการผลิตหนังสือพิมพ์นี้ บันทึกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่ง ของบริษัทระบุว่า อัตราค่าโฆษณาแบบ สี่สี เต็มหน้า 500 บาท ส่วนค่าโฆษณาแบบขาวดำ คิดคอลัมน์นิ้วละ 20 บาท

 

            มาในยุคปัจจุบันนี้ แม้รูปแบบระบบการผลิต จะดูคล้ายคลึงกันก็ตาม แต่โดยเนื้อหารายละเอียดแล้ว หนังสือ พิมพ์เดลินิวส์ ก็ยังคงยืนอยู่ในระดับแนวหน้า ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ เรามิได้ปล่อยให้คอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์กล ไกอย่างหนึ่ง มีอิทธพลเหนือการตัดสินใจ ของสมองและสองมือคน นั่นคือ ในขณะที่ระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ ยัง ไม่สามารถทำงานเรียงพิมพ์ หรือทำเลย์เอาต์หน้า ให้เสร็จเรียบร้อยในตัวได้ แต่ฝ่ายผลิตของเรา สามารถดัดแปลง จน กระทั่งมันสามารถทำได้ ช่วยเวลาการทำงานของเรา ให้สั้นลงไป

 

            ระบบการส่งภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ผ่านระบบโทรศัพท์ ซึ่งให้ความคมชัด และรวดเร็ว จนเราสามารถส่งภาพ จากฟิล์มที่เพิ่งถ่ายเสร็จ จากทุกพื้นที่ในโลก มายังเครื่องรับที่โรงพิมพ์ ซึ่งจะผลิตออกมาเป็นแผ่นฟิล์มแยกสี ให้เรียบร้อย พร้อมจะลงแท่นพิมพ์ได้ภายใน 1 ชั่วโมง 30 นาที นับจากช่างภาพถอดฟิล์มออกจากกล้อง โดยที่ก่อนหน้านี้ ระบบการ ล้างฟิล์ม อัดรูป แยกสี จนกระทั่งถึงการเลย์เอาต์ ทำเพลทอาจเสียเวลาถึง 2-3 ชั่วโมง ไม่นับรวมถึง เวลาการเดินทางขน ส่งฟิล์ม เข้าสู่โรงพิมพ์

             มาถึงอุปกรณ์สำคัญ คือแท่นพิม พ์ที่ปัจจุบันเราพัฒนา มาใช้แท่นระบบพิมพ์ 4 สีแซตเติลไลต์ ที่พิมพ์ได้ 40 หน้า ด้วยความเร็วสูง สามารถพิมพ์ 4 สี ได้อยู่ภายในรูปเล่มเดียวกัน โดยผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเสียเวลา มานั่งสอดไส้เอง ก่อนอ่าน ยิ่งกว่านั้นทางบริษัท กำลังเตรียมการจัดหาแท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ ที่สามารถทำงานได้เร็วขึ้น มีประสิทธิภาพสูง พิมพ์ได้ 48 หน้าพร้อมกับ 4 สีอีก 8 หน้า

 

            แต่ไม่ว่าเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายผลิต จะรุดหน้าไปถึงขั้น ที่เกือบจะทำงานแทนคนได้ ทั้งระบบก็ตาม บริษัทสี่พระยาการพิมพ์ ก็ยังคงจัดวางระบบ ให้พนักงานพัฒนาตนเองขึ้นมา และอาศัยประสบการณ์ ที่เคยผ่านงานนาน ปี เป็นผู้ควบคุมพิจารณาผลงาน ของเครื่องจักรดังกล่าว เพื่อคอยทำหน้าที่ปรับแต่ง ให้หนังสือพิมพ์แต่ละฉบับ ที่ออกมา สู่สายตาผู้อ่าน อย่างมีคุณภาพที่น่าพอใจ ซึ่งหน้าที่นี้ยังไม่มี คอมพิวเตอร์เครื่องใดในโลกทำได้

 

 

 ฝ่ายจัดจำหน่าย

 

            ฝ่ายจัดจำหน่าย กระบวนการ ที่ผ่านมือบุคลากรนับร้อยคน จนกระทั่งพ้นแท่นพิมพ์ออกมาแล้ว ก็คือการส่งต่อ ให้ถึงมือผู้อ่าน อย่างรวดเร็ว ทันกับความต้องการรับรู้ข่าวสาร

 

            เดลินิวส์ เป็นหนังสือพิมพ์รายวัน ที่จัดจำหน่ายเองทั่วประเทศ มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของการก่อตั้ง โดยเราใช้ ระบบการขนส่งทุกประเภท เริ่มตั้งแต่การใช้รถขนส่งของบริษัท นับร้อยคัน บางพื้นที่จำเป็นต้องขนส่ง โดยทางเครื่อง บิน เพื่อให้ถึงเอเยตต์อย่างรวดเร็ว และบางแห่งยังจำเป็นต้องพึ่งพา บริการรถขนส่ง รถทัวร์และรถไฟอยู่

 

            ทุกวันนี้ผู้อ่านเดลินิวส์ ที่อยู่เหนือสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หรือใต้สุดที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัด นราธิวาส จะได้อ่านหนังสือพิมพ์ทุกเช้า พร้อมกับคนกรุงเทพฯ โดยฉบับที่ไปถึงมือผู้อ่านช้าที่สุด คือ 8:00 น.เท่านั้นเอง ซึ่งก็ยังไม่เป็นที่พอใจของบริษัทนัก เป้าหมายสูงสุดของเรา อยู่ที่การทำให้หนังสือถึงมือผู้อ่าน พร้อมกันให้ได้ทุกเช้า ตรู่ ก่อนที่ภารกิจประจำวันของท่านจะเริ่มขึ้น

 

ศูนย์สารนิเทศ

 

            นอกจากองค์ประกอบต่าง ๆ จะช่วยกันลงมือปฏิบัติการ จนสามารถผลิตหนังสือ ออกมาได้ทุกวันแล้ว สิ่งที่ เป็นความภาคภูมิใจยิ่ง อีกอย่างหนึ่งของบริษัทก็คือ เรามีศูนย์สารนิเทศ ที่เปรียบเสมือนคลังสมอง อันทรงประสิทธิภาพ อย่างยิ่ง สำหรับการทำงานหนังสือพิมพ์ ในยุคปัจจุบัน

 

            หน่วยงานนี้ จะทำหน้าที่เก็บรวบรวม ข่าวสาร บทความ ภาพและฟิล์ม ที่ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์เดลิ นิวส์ และสื่ออื่น ๆ อีกมากมาย บันทึกไว้ ในระบบคอมพิวเตอร์อันทันสมัย ที่สามารถเรียกสืบคัน มาใช้ประโยชน์ ในการ อ้างอิงได้อย่างฉับไว ซึ่งจะช่วยให้การผลิตเนื้อหา ของกองบรรณธิการ เป็นไปอย่างถูกต้องแม่นยำ นำเสนอข้อมูลเพื่อ การเปรียบเทียบ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง

 

ปัจจุบันโลกก้าวเข้าสู่ยุค แห่งข้อมูลข่าวสาร ชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ก็มีโอกาสได้รับ ทราบ ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ จากทุกซอกมุมโลก ด้วยความรวดเร็วเกือบจะพร้อมกันทันที ที่เหตุการณ์อุบัติ ขี้น แต่ไม่ว่าจะมีสื่อสิ่งใด จะเป็นผู้รายงานก็ตาม ความคุ้นเคยและความเชื่อถือ ที่มีต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ย่อม ทำให้ผู้บริโภคข่าวสาร ยังต้องการรับรู้ข้อเท็จจริงทั้งปวง ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์ ที่จะปรากฏภาพและตัวอักษร บรรยาย สภาพเหตุการณ์อยู่ดี

 

            เดลินิวส์ ทำหน้าที่นี้ จนกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของลมหายใจของท่านผู้อ่าน มาแล้วถึง 30 ปี และจะยังดำรงความ มุ่งมั่น ทำต่อไปอย่างมีคุณภาพ สัตย์ซื่อ เชื่อถือได้ ภายใต้แนวนโยบายหลัก ที่จะเป็นผู้นำ เพื่อท่านผู้อ่านของเราสืบไป โดยไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคทั้งปวง ที่บังอาจมาขัดขวางได้

ข้อมูลจาก : http://www.dailynews.co.th

 



 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดวารสาร นิตยสาร หมวดความรู้ บรรณานุกรม และความรู้ทั่วไป
การจุดเทียนในแก้วน้ำ
เคล็ดลับในการเลือกอาหารไขมันต่ำ
เซิร์น
แพรว
ไม้ที่ไม่นิยมปลูกในบ้าน
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
วันสิ่งแวดล้อมไทย
เวชสำอาง(Cosmeceuticals)
สมุนไพรกวาวเครือ
สายสะดือพันคอ
งานวิจัย และโครงงาน
นามานุกรม
บรรณานุกรม
บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์
พจนานุกรม
วารสาร นิตยสาร
วิทยานิพนธ์
สารานุกรม

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > บรรณานุกรม และความรู้ทั่วไป > วารสาร นิตยสาร > บทความพีเดียเรื่อง : เดลินิวส์