สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > ประเพณีและวัฒนธรรม > บทความพีเดียเรื่อง : เช็งเม้ง
 
สนุก! พีเดีย
(0) 1 view
 

เช็งเม้ง

          เทศกาลเช็งเม้ง เป็นเทศกาลประจำปีในการบูชาบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วของชาวจีน

          ชิงหมิง ( qing-ming ) หรือ เช็งเม้ง, เชงเม้ง (ตามสำเนียงแต้จิ๋ว) "เช็ง" หมายถึง สะอาด บริสุทธิ์ และ "เม้ง" หมายถึง สว่าง รวมแล้วหมายความถึง ช่วงเวลาแห่งความแจ่มใส รื่นรมย์

          เช็งเม้งในประเทศจีน เริ่มต้นประมาณ 5 - 20 เมษายน เป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศจะคลายความหนาวเย็น เริ่มเข้าสู่ความอบอุ่น มีฝนตกปรอย ๆ มีบรรยากาศสดชื่น ท้องฟ้าใสสว่าง (เป็นที่มาของชื่อ เช็งเม้ง)

          สำหรับในประเทศไทยเทศกาลเช็งเม้ง ถือวันที่ 5 เมษายนของทุกปีเป็นหลัก แล้วนับวันก่อนถึง 3 วัน และเลยไปอีก 3 วัน รวมเป็น 7 วัน (2 - 8 เมษายน) แต่ในปัจจุบันเนื่องจากมีปัญหาการจราจรคับคั่ง เลยขยายช่วงเวลาเทศกาลให้เร็วขึ้นอีก 3 สัปดาห์ (ประมาณ 15 มีนาคม - 8 เมษายน) แต่ในภาคใต้บางพื้นที่ เช่น จังหวัดตรังจะจัดเร็วกว่าที่อื่น 1 วัน ประมาณวันที่ 4 เมษายนของทุกปี

          ประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน (ฮวงซุ้ย) เป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยมีอิทธิพลมาจากลัทธิขงจื๊อ ที่เน้นเรื่องความกตัญญูเป็นสำคัญ



[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

หัวข้อ
ที่มา
          เมื่อกล่าวถึงวันเช็งเม็ง หลายท่านที่มีความรู้ทางประวัติศาสตร์จะรู้จักบุคคลสำคัญท่านหนึ่งนามว่า เจี้ยจื่อทุย ผู้มีเรื่องราวชีวิตเกี่ยวเนื่องกับวันสำคัญนี้ ย้อนไปในสมัยชุนชิว ราว 2,000 กว่าปีก่อน องค์ชายฉงเอ่อแห่งแคว้นจิ้นหนีภัยออกนอกแคว้น ไปมีชีวิตตกระกำลำบากนอกเมือง โดยมีเจี้ยจื่อทุยติดตามไปดูแลรับใช้
      
          เจี้ยจื่อทุยมีจิตใจเมตตาถึงขนาดเชือดเนื้อที่ขาของตนเป็นอาหารให้ องค์ชายเสวยเพื่อประทังชีวิต ภายหลังเมื่อองค์ชายฉงเอ่อเสด็จกลับเข้าแคว้นและได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น เจ้าผู้ครองแคว้น นาม จิ้นเหวินกง ก็ต้องการตอบแทนบุญคุณเจี้ยจื่อทุย โดยจัดหาบ้านให้เขาและมารดาให้เข้ามาอยู่อย่างสุขสบายในเมือง แต่ทว่าเจี้ยจื่อทุยปฏิเสธ
 
          จิ้นเหวินกงได้คิดแผนเผาภูเขา โดยหวังว่าเจี้ยจื่อทุยจะพามารดาออกมาจากบ้าน แต่ผลสุดท้ายกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด สองแม่ลูกเจี้ยต้องเสียชีวิตในกอง เพลิง   ดังนั้น เพื่อ เป็นการรำลึกถึงเจี้ยจื่อทุย จิ้นเหวินกงจึงมีคำสั่งให้วันนี้ของทุกปี ห้ามไม่ให้มีการก่อไฟ และให้รับประทานแต่อาหารสดๆและเย็นๆ จนกลายเป็นที่มาของเทศกาลวันกินอาหารเย็น หรือ เทศกาลหันสือเจี๋ย ซึ่งเป็นวันสุกดิบก่อนวันเช็งเม้ง 1 วัน
      
          เนื่องจากคนโบราณนิยมถือปฏิบัติกิจกรรมตามประเพณีวันหันสือเจี๋ยต่อ เนื่องไปจนถึงวันเช็งเม้ง  นานวันเข้าเทศกาลทั้งสองก็รวมเป็นวันเช็งเม้งวันเดียว  การไหว้เจี้ยจื่อทุยจึงค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นการไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษแทน




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
เครื่องเซ่นไหว้

          สำหรับเครื่องเซ่น ไหว้ย่อมเป็นไปตามฐานะ แต่ส่วนหนึ่งจะต้องมีคือเง็งเตี๋ยหรือกระดาษไหว้ เจ้า กิมจั๊วหรือกระดาษไหว้วิญญาณ(ผี)เสื้อผ้าของใช้เงินทองซึ่งเป็นกระดาษ เพื่อเผาส่งไปให้ เทียนธูป ส้มเกลี้ยง ไก่ ปลาหมึก หอยแครง ซาลาเปา  ขนมฟู(ขนมสาลี่) เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเซ่นไหว้ นอกเหนือจากกระดาษไหว้ เจ้าแล้ว จะต้องมีซาแซ คือไก่ต้ม พร้อมเครื่องใน ปลาหมึกแห้ง หมูหนึ่ง แถบ ผลไม้ 5 อย่าง หรือ 7 อย่างก็ได้ หากไม่มีเอาส้มเกลี้ยงอย่างเดียวก็ ได้ ผลไม้ที่นำมาไหว้ไม่ควรเอาผลไม้ที่มีชื่อไม่เป็น มงคล เช่น ละมุด มังคุด ฯลฯ  ในสถานที่นั้นที่มีอยู่พร้อมน้ำชา สุรา
     
          ส่วนเครื่องเซ่นวิญญาณบรรพบุรุษ นอกจากเครื่องเซ่นไหว้ที่กล่าวมา แล้ว ไก่ต้มที่นำไปไหว้ไม่ควรใส่เครื่องในไก่ไปด้วย เพราะเครื่องในไก่เก็บ เอาไว้ให้ลูกหลาน เว้นแต่จะนำเครื่องในไปประกอบเป็นอาหารอย่างอื่นเพื่อไหว้ ไม่เป็นไร หลังจากนำไปกราบไหว้เซ่นบรรพบุรุษที่ฮวงจุ๊ยแล้ว ในวัน ที่ 4 เมษายน แต่ละคนหากอยู่กันคนละบ้านควรจัดทำการเซ่นไหว้อีกครั้ง ณ ที่ บ้านที่อาศัยด้วย

ข้อมูลเฉพาะ
      - ซาแซ ใช้สำหรับไหว้เจ้าหรือผีไม่มีญาติ
      - การเซ่นไหว้ ลูกหลานควรไปพร้อมหน้ากัน
      -ทุกปีควรจะต้องนำดินใส่หลังฮวงจุ๊ย
      - ผลไม้ทุกชนิดที่นำไปไหว้ต้องให้มีชื่อเป็นมงคล
      - ขนมสาลี่ ซาลาเปา คือความเฟื่องฟู




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
พิธีกรรม

          วันเช็งเม้งของแต่ ละปีหากเปรียบเทียบกับประเพณีไทยในทางพุทธศาสนา ก็จะเหมือนกับวันพระซึ่งใน ความเชื่อก็คือวันพระเป็นวันที่ผีหรือวิญญาณจะได้รับการปลดปล่อยให้เป็น อิสระ สามารถไปไหนมาไหนได้ จึงเป็นโอกาสดีของลูกหลานที่มีความเชื่อ  จะได้ทำพิธีกราบไหว้บูชาด้วยอาหารคาวหวาน ผลไม้ เสื้อผ้า กระดาษเงิน กระดาษ ทอง(กิมจั๊ว) น้ำชา สุรา และเงินทองของใช้ต่างๆ โดย จัดทำการเซ่นไหว้ที่แท่นบูชา ณ ที่บ้านของลูกหลานแต่ละคน ด้วยการจุดธูป บอกกล่าวเชิญกลางแจ้ง  พร้อมขออนุญาตหรือบอกธรณีประตูพาวิญญาณเข้าบ้านมาที่แท่นบูชาที่มีกระถาง ธูป และรูปถ่ายหรือป้ายวิญญาณก็ตาม โดยการเซ่นไหว้ทุกครั้งต้องบอกเจ้าที่ หรือแป๊ะเอี้ยทุกครั้ง และต้องทำช่วงเช้าไม่เกิน 5โมงเช้า เพราะหลัง จาก 5 โมงเช้าควรจุดธูปหรือกล่าวลา  พร้อม ๆ จัดการอาหารคาว ผลไม้ น้ำชา สุรา หลังจากที่ได้นำ กระดาษ (กิมจั้ว) เซ่นไหว้ไปเผาเรียบร้อยแล้ว
     
          การเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่ฮวงจุ้ยตามสุสานต่าง ๆ เอี้ยวชุน บั๊ก ซินแส กล่าวว่า ความจริงแล้วลูกหลานจะหาวันที่ดี และสะดวกแก่ทุกฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายลูกชาย หลานชาย ลูกสาว หลานสาว ที่จะมาพร้อมกันที่ฮวงจุ๊ย ทั้งเครื่องเซ่นไหว้แล้ว ซึ่งจะต้องมากันแต่เช้า ๆ เซ่นไหว้ด้วยอาหารคาว หวาน น้ำชา สุรา ผลไม้ ทุกคนที่เป็นลูกหลานยังต้องเตรียมอุปกรณ์ ไม่ว่าจะ เป็นจอบ  เสียม มีด บุ้งกี๋ สี แปรง น้ำสะอาด ซึ่งการนำอุปกรณ์นี้มาเพื่อร่วมกัน พัฒนาพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นเอาดินขึ้นถมหลังฮวงจุ๊ย หรือล้างป้ายพร้อมทาสีให้ เกิดความสวยงาม ยังจะได้ช่วยรดน้ำพรวนดินต้นไม้บริเวณฮวงจุ๊ย และใกล้ เคียง มิใช่เพียงดูแลหญ้าที่ปลูกไว้หลังฮวงจุ๊ยเพียงอย่างเดียว  เพราะต้นไม้ที่อยู่รอบ ๆ บริเวณฮวงจุ๊ยบางต้นที่เกิดขึ้นมามีผลดี แต่บาง ต้นอาจส่งผลเสียแก่ฮวงจุ๊ยได้ ซึ่งหากท่านได้มีความเป็นคนช่างสังเกต จะเห็น ได้จากแผ่นป้ายชื่อหน้าแท่นบูชา ที่บางป้ายอาจสลักตัวหนังสือไทยไว้ด้วย
     
          แผ่นป้ายหินแกะสลักหรือแผ่นปูนก็ตาม ตัวหนังสือจีนตัวเล็ก ที่อยู่ทั้งสองข้าง ชื่อ ที่อยู่ และวันสร้าง ส่วนตัวหนังสือจีนใหญ่นั้นสุด แต่ว่า บรรพบุรุษที่ฝังอยู่หลุมซึ่งเป็นชาย ถ้าหากไม่มีครอบครัวจะสลักแถว เดี่ยว แต่ถ้ามีภรรยาก็จะสลักชื่อภรรยาลงไปด้วย โดยชื่อภรรยาจะอยู่ขวามือ เมื่อหันออกตามแผ่นป้าย  ถ้าภรรยาหลายคน ภรรยาหลวงจะอยู่ซ้ายมือสามีจะอยู่กลางภรรยาคนต่อไปอยู่ ขวา ตัวหนังสือเมื่อนับจากข้างบนลงล่างตัวหนังสือตัวที่  3 - 4 คือตัวชื่อสกุล ซึ่งหากใครก็ตามตายไปแล้วจะใช้สีเขียวทาตัว หนังสือ ถ้ายังไม่ตายตัวหนังสือจะต้องเป็นตัวหนังสือสีแดง เช่นเดียวกับตัว หนังสือตัวเล็กที่บอกที่อยู่ และวันสร้างฮวงจุ๊ย  ซึ่งต้องใช้สีแดงจัดการทาให้เรียบร้อย แต่ในปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงมี มาก ตัวหนังสือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นชื่อคนเป็นหรือคนตายก็ตาม จะใช้สีทองหรือ ทองคำเปลวปิดหมดทุกตัวอักษร ซึ่งเป็นคนที่มีความรู้ภาษาจีนก็พอทราบได้จาก ตัวที่บอกวันเวลาสร้าง ว่าเจ้าของชื่อที่สลักไว้ตายไปแล้วหรือยัง แต่คนที่ ไม่มีความรู้ภาษาจีนอ่านไม่ได้ก็จะไม่รู้อย่างแน่นอน

ที่มา
http://www.fengshuitown.com/fengshui/fengshui-tip-pray-ancestor.htm
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000045336
http://www.tungsong.com/Important_Day/Chagmeng/index.asp#a_03




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดประเพณีและวัฒนธรรม หมวดความรู้ มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์
การยิงปืนสลุต
ชื่อเรียก "กรุงรัตนโกสินทร์" เริ่มมีเมื่อไร?
ตราดรำลึก
บัญญัติ 10 ประการ รับน้องอย่างสร้างสรรค์
ประกาศสงกรานต์ 2552
ประเพณี ตักบาตรดอกไม้
ประเพณีวิ่งควาย
ประเพณีให้ทานไฟ
ลูกสะบ้า
วิ่งขาโถกเถก
กฎหมาย
การศึกษา
บริหารธุรกิจ
บัญชีและภาษีอากร
ประเพณีและวัฒนธรรม
มนุษยศาสตร์
รัฐศาสตร์และการปกครอง
เศรษฐศาสตร์
สมาคม ชมรม และองค์กร
สังคมศาสตร์

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > มนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ > ประเพณีและวัฒนธรรม > บทความพีเดียเรื่อง : เช็งเม้ง