|
เฉลียว อยู่วิทยา
ประวัติ
เฉลียว อยู่วิทยา หรือ โกเหลียว มีเชื้อสายจีนไหหลำ โดยปู่มาจากเมืองจีน และย่าเป็นชาวไทย สมรสกับนกเล็ก สดสี มีบุตร ด้วยกัน 5 คนต่อมา สมรสใหม่กับภาวนา หลั่งธารา ทั้งคู่มีบุตรด้วยกัน 6 คน ได้แก่ สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, จิราวัฒน์ อยู่วิทยา, ปนัดดา อยู่วิทยา, สุปรียา อยู่วิทยา, สราวุฒิ อยู่วิทยา และนุชรี อยู่วิทยา
เฉลียว อยู่วิทยา เป็นเจ้าของกิจการเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อกระทิงแดง เกิดที่บ้านเขารูปช้าง ตำบลหัวดง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2465 เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนบุตรทั้งสิ้น 5 คน บิดาของ เฉลียว อยู่วิทยา คือ นาย เช่ง แซ่สี่ หรือสีเซ่ง (อยู่วิทยา) และมารดาคือนางทอง ครอบครัวของคุณเฉลียวมีฐานะยากจนประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ จึงทำให้คุณเฉลียวต้องช่วยบิดามารดาทำงานหาเงินมาจุนเจือครอบครัวตั้งแต่เด็กๆ
เฉลียว อยู่วิทยา ได้เดินทางไปทำงานกับพี่ชายที่พิจิตรทำหน้าที่เป็นพนักงานเดินตลาด แต่หลังจากทำงานที่บริษัทแห่งนี้ได้เพียง 1 ปี บริษัทนี้ก็เลิกกิจการไป ทำให้คุณเฉลียวต้องหันเหอาชีพการงานจากลูกจ้างกินเงินเดือนมาเป็นพ่อค้าขายของกินเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ขายขนุน ทุเรียน เนื้อเค็ม และยังรับจ้างโยงเรือให้กับญี่ปุ่น จากการทำอาชีพค้าขายทำให้คุณเฉลียวได้รับบทเรียนสอนใจจากการทำธุรกิจครั้งแรกว่า ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจใดก็แล้วแต่ จำเป็นจะต้องมีความรู้อย่างถ่องแท้ในธุรกิจนั้นๆ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็จะนำมาซึ่งความสูญเสียในการลงทุน และการทุ่มเทเวลาที่สูญเปล่า
จากนั้นคุณเฉลียวได้มาช่วยพี่ชายทำงานที่ร้านขายยาที่จังหวัดพิจิตรอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นให้เข้าสู่วงการยา พอพี่ชายเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อเปิดร้านขายยา คุณเฉลียวก็ย้ายตามพี่ชายเข้ามากรุงเทพฯ แล้วไปทำงานเป็นเซลล์แมนขายยาให้กับบริษัทแลดเดอร์เล่ย์จากัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายยาออริโอมัยซินจากต่างประเทศ และย้ายไปเป็นเซลล์แมนขายยาชนิดเดียวกันนี้ให้กับ บริษัท เอฟ.อี. ซิลลิคฯ
หลังจากเป็นเซลล์แมนอยู่ถึง 7 ปี เฉลียว อยู่วิทยา ได้ลาออกจากงานและนำประสบการณ์นั้นมาเปิดร้านขายยาและโรงงานผลิตยาเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมาที่ถนนสิบสามห้าง ย่านบางลำพู เมื่อเกิดสงครามโลกเข้ามาถึงเมืองไทย ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนยารักษาโรค ท่านจึงเกิดความคิดทีจะเป็นนายหน้าสั่งยาจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย
ผลงานและความสำเร็จต่างๆ
พ.ศ. 2505 หลังจากกิจการผลิตและจำหน่ายยาดำเนินไปได้ด้วยดีและไปได้สวย เฉลียว อยู่วิทยา ซึ่งในตอนนั้นกลายเป็นเถ้าแก่เฉลียวแล้วก็คิดที่จะขยับขยายกิจการย้ายโรงงานผลิตยาไปตั้งอยู่ในที่กว้างขวางกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ เถ้าแก่เฉลียวจึงย้ายที่ทำการโรงงานมาอยู่บริเวณตรอกเสถียรใกล้กับโรงแรมรอยัล หรือโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนิน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 200 ตารางวา โดยเถ้าแก่เฉลียวได้ซื้อที่ดินแปลงนี้แบบผ่อนชำระ นอกจากนี้เถ้าแก่เฉลียวยังได้เริ่มต้นทำธุรกิจรถแท็กซี่ให้เช่า ซึงรายได้จากค่าเช่ารถก็ได้นำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาอีกทางหนึ่ง
พ.ศ. 2508 เถ้าแก่เฉลียวจัดตั้ง บริษัท ทีซีมัยซิน จำกัดขึ้นเพื่อเป็นบริษัทผลิตยา ทำการผลิตและจำหน่ายยาปฏิชีวนะประเภทมัยซิน ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านที่มีสรรพคุณแก้ไข้แก้ปวด มีโรงงานอยู่แถวคลองหลอด ผลิตยาทีซีมัยซิน ยาน้ำเบบี้ดอล ยาเม็ดลาย ฯลฯ
พ.ศ.2513 ที่ดินบริเวณนั้นถูกทางราชการเวนคืน เฉลียว อยู่วิทยา จึงย้ายโรงงานมาสร้างใหม่ที่ย่านบางบอน เขตบางขุนเทียน ฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานในปัจจุบัน และได้เพิ่มการผลิตสินค้าอื่นๆ เช่นยาสีฟันแบลนเด็กซ์ แป้งแทดทู รวมถึงแชมพูสระผม สินค้าเหล่านี้ เฉลียว อยู่วิทยา ได้รับช่วงต่อมาจาก บริษัท เวชกิจ จำกัด ซึ่งเป็นกิจการครอบครัวของเพื่อนคนหนึ่ง แต่ไม่ได้รับความนิยมจึงต้องชะลอการลงทุนและยกเลิกการผลิตไปในที่สุด
พ.ศ. 2515 เฉลียว อยู่วิทยา ได้ร่วมทุนกับเจ้าของบริษัทขายยาแอตแลนติก ซึ่งเป็นเพื่อนที่ชื่อ สมยศ วนาสวัสดิ์ เพื่อก่อตั้งบริษัท บางกอกรัษฎาและทรัสต์จากัด เพื่อประกอบธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ โดยคุณเฉลียวถือหุ้นประมาณ 25% เมื่อธุรกิจยาเริ่มชะลอตัวลง คุณเฉลียวจึงหันมาจับตลาดเครื่องดื่มประเภทชูกำลัง
พ.ศ. 2519 เฉลียว อยู่วิทยา เริ่มต้นคิดค้นผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ กระทิงแดง ในเวลานั้นมีเครื่องดื่มชูกำลังที่มีชื่อเสียงและตีตลาดอยู่แล้วคือ ลิโพวิตันดี ของบริษัทโอสถสภา (เต็กเฮงหยู) ของตระกูลโอสถานุเคราะห์
พ.ศ. 2521 ได้จัดตั้งบริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด ขึ้น และ "กระทิงแดง" ก็ได้แจ้งเกิดในปี พ.ศ. 2522 การที่กระทิงแดงของคุณเฉลียวกลายเป็นเครื่องดื่มชูกำลังทีได้รับความนิยมนั้น วิเคราะห์กันว่าเพราะอาศัยพื้นฐานการตลาดจากตลาดยา ทีซีมัยซิน เป็นตัวนำร่องและยังใช้กลยุทธ์การตลาดอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้กระทิงแดงเหนือกว่าเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้ออื่นๆ ทั้งเป็นเครื่องดื่มชูกำลังที่ถูกปากคนไทย โดยเฉพาะผู้บริโภคตลาดล่างคือผู้ใช้แรงงาน
หลังจากนั้น เฉลียว อยู่วิทยา ได้เริ่มสร้างตำนานกระทิงแดงโดยการตั้งโรงงานแถวถนนเอกชัย เริ่มจากโรงงานเล็กๆ บนเนื้อที่ไม่กี่ไร่ และใช้พนักงานไม่ถึง 10 คน คุณเฉลียวเป็นคนออกแบบโลโก้ยี่ห้อกระทิงแดงเอง เบื้องหลังการใช้ยี่ห้อกระทิงแดงนั้นก็เพราะเขาเห็นว่ามันแปลกดี ประกอบกับความหมายของกระทิงแดงก็ให้ความหมายที่ดีในแง่ของพลัง ต่อมาคุณเฉลียวได้ผลิตสุรากระทิงแดง "สปอนเซอร์" และผลิตเหล้าผลไม้ยี่ห้อ "สปาย ไวน์คูลเลอร์"
พ.ศ. 2527 เป็นปีที่กระทิงแดงเริ่มบุกตลาดโลก เริ่มต้นที่เมืองซัลส์บัวร์กในประเทศออสเตรเลียและตีตลาดจนกลายเป็นเครื่องดื่มยี่ห้อดังของออสเตรเลีย ปัจจุบัน ดีทริช มาเทสชิทส์ (Dietrich Mateschitz) เป็นเจ้าของและผู้จัดจำหน่ายกระทิงแดงภายใต้ชื่อ เรดบูล ในตลาดยุโรป โดยบริษัทกระทิงแดงของไทยยังคงเป็นเจ้าของสัญลักษณ์และถือหุ้นใหญ่จำนวน 51 เปอร์เซ็นต์ (เฉลียว อยู่วิทยา 49% เฉลิม อยู่วิทยา 2%) ในขณะที่มหาเศรษฐีชาวออสเตรียถือหุ้น 49% เป็นผู้ทำตลาดในยุโรปและอเมริกา ปัจจุบันกระทิงแดงมียอดจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง และมีพนักงานอยู่ประมาณ 1,850 คน กระทิงแดงที่ขายในยุโรปและอเมริกาจะมีรูปร่างและรูปแบบต่างจากที่ขายในเมืองไทย เพราะในเมืองไทยจะคุ้นเคยกับเครื่องดื่มทีบรรจุในขวดทรงเหลี่ยมสีน้ำตาล แต่ในตลาดยุโรปและอเมริกา บรรจุภัณฑ์จะเป็นกระป๋องสีฟ้า ส่วนแถบเอเชียจะเป็นกระป๋องสีทองกับสีแดง แต่ใช้ยี่ห้อเดียวกันคือ Red Bull ทังหมด
ลำดับเศรษฐีของ เฉลียว อยู่วิทยา
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 208 ในปี พ.ศ. 2553
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 260 ในปี พ.ศ. 2551
-
เศรษฐีของประเทศไทยอันดับ 1 ในปี พ.ศ. 2551
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 279 ในปี พ.ศ. 2550
-
เศรษฐีของประเทศไทยอันดับ 2 ในปี พ.ศ. 2550
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 292 ในปี พ.ศ. 2548
-
เศรษฐีของประเทศไทยอันดับ 2 ในปี พ.ศ. 2548
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 356 ในปี พ.ศ. 2547
-
เศรษฐีของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับ 12 ในปี พ.ศ. 2547
-
เศรษฐีของโลกอันดับ 386 ในปี พ.ศ. 2546
เฉลียว อยู่วิทยา เสียชีวิตเมื่ออายุ 90 ปี วันที่ 17 มีนาคม 2555 ด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
|