หุ่นกระบอก
จากลายพระหัตถ์ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในหนังสือ สาส์นสมเด็จ ทำให้ทราบว่า หุ่นกระบอกเริ่มขึ้นครั้งแรกราว พ.ศ. ๒๔๓๕ ที่เมืองสุโขทัย โดย นายเหน่ง สุโขทัย ซึ่งเป็นต้นคิด จำแบบอย่างมาจากหุ่นไหหลำ นำมาดัดแปลงเป็นหุ่นแต่งอย่างไทย และนายเหน่ง ได้ใช้เล่นหากินอยู่ที่เมืองสุโขทัย จนมีชื่อเสียง ส่วนที่กรุงเทพฯ ได้เกิดคณะหุ่นกระบอกของ ม.ร.ว. เถาะ พยัคฑเสนา มหาดเล็กในสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๖ ความคิดริเริ่มก่อตั้งคณะหุ่นของหม่อมราชวงศ์เถาะ ก่อให้เกิดยุคทองของการเล่นหุ่นชนิดนี้ขึ้น เพราะในสมัยเดียวกัน และต่อมาภายหลัง ได้มีคณะหุ่นกระบอกเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก และเป็นมหรสพที่นิยมในหมู่ประชาชนในเวลานั้น
ลักษณะหุ่นกระบอกที่สร้างขึ้นส่วนหัวมาถึงลำคอทำด้วยไม้ทองหลางหรือไม้นุ่น หัวหุ่นมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑๐-๑๕ ซ.ม. มีรายละเอียด เลียนแบบคนจริง แต่ไม่มีลำตัว ตรงลำตัวใช้กระบอกไม้ไผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๓-๕ ซ.ม. ยาวประมาณ ๕๐ ซ.ม. นำกระบอกไม้ไผ่นี้ต่อกับหัวหุ่นเสร็จแล้วนำผ้าปักลายด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง เลื่อม แบบเครื่องโขน ละครมาทำเป็นเสื้อทรงกระสอบ ไม่มีแขนเสื้อ มาสวมกับหุ่น
การเชิดหุ่นกระบอกยึดถือวิธีเชิดโดยดัดแปลงมาจากการแสดงละครรำ แบบละครนอก กล่าวคือผู้เชิดจะเชิดหุ่นมีท่าทางการร่ายรำแบบละครรำ แต่แสดงให้ผู้ชมเห็นเพียงครึ่งตัวเท่านั้น ส่วนล่างของตัวหุ่นนั้น ใช้ฉากบังไว้ไม่ให้ผู้ชมเห็นเพราะเป็นแกนกระบอกไม้ไผ่ที่ต้องใช้มือถือสำหรับเชิด ฉะนั้นผู้ชมจะเห็นท่ารำของหุ่นเพียงแค่ส่วนมือ และลำตัวของหุ่นเท่านั้น อนึ่ง ผู้เชิดจะเป็นผู้เจรจาและในบางครั้งก็ขับร้องแทนตัวหุ่นที่ตนกำลังเชิดอยู่นั้นด้วย บทที่ผู้เชิดมักจะต้องขับร้องเอง เมื่อเชิดหุ่นตัวใดมีบทบาทอย่างไร ผู้เชิดก็จะขับร้องและเจรจาตามบทบาทของหุ่นตัวนั้น
วิธีการเชิดหุ่นของแต่ละสำนัก แม้จะดูคล้ายกัน แต่ถ้าสังเกตให้ดีแต่ละสำนักก็จะมีการเชิดหุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เช่น
- หุ่นคณะนายวิง ญาติผู้พี่ของ นายเปียก ประเสริฐกุล หุ่นคณะนี้จะเชิดด้วยมือขวา โดยใช้มือขวาจับไม้กระบอก แกนลำตัวของหุ่น และใช้มือซ้ายจับตะเกียบ ซึ่งต่างจากการเชิดหุ่นโดยทั่วไปที่ใช้มือซ้ายจับไม้กระบอกและมือขวาจับตะเกียบ
- หุ่นของครูชื้น สกุลแก้ว บุตรีนายเปียก ประเสริฐกุล มักจะให้ผู้หัดเชิดหุ่นหาถ้วยวางไว้ที่พื้นตรงกับตัวหุ่นที่ผู้เชิดจับอยู่ เพื่อระวังบังคับไม่ให้หุ่นโยกออกไปไกลรัศมี ด้วยการบังคับด้วยถ้วยนี้ ถือว่าหุ่นต้องยืนรำหรือนั่งรำอยู่บนเตียงอย่างละคร ไม่ได้วิ่งรำไปมา หากผู้เชิดไม่บังคับศูนย์การประคองตัวหุ่นเสียแต่แรก ตัวหุ่นจะโยกไปมาเหมือนคนเมา
- หุ่นนายจักรพันธุ์ โปษยกฤต นับเป็นหุ่นที่มีชื่อเสียงมากในปัจจุบัน เพราะนายจักรพันธุ์ เป็นบุคคลที่มีผลงานที่ได้รับการยกย่องในวงการศิลบะ จนได้รับการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ที่มีความสนใจการประดิษฐ์และการเชิดหุ่นกระบอกอย่างจริงจัง โดยได้รับการถ่ายทอดวิชาการเชิดหุ่นจากคุณครูชื้น สกุลแก้ว และจากคุณครูวงษ์ รวมสุข หุ่นกระบอกของนายจักรพันธ์จะมีความสวยงามวิจิตรบรรจง หุ่นกระบอกคณะนี้แสดงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ และมีชื่อเสียงโด่งดังมานับตั้งแต่บัดนั้น ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม หุ่นกระบอกเป็นเพียงตัวหุ่นจำลองไม่ใช่โขนละครที่แสดงด้วยคนจริงๆ ศิลปะในการเชิดจึงต้องทำท่าให้ง่ายเข้า แต่ยังคงเน้นที่อารมณ์ บทบาท และการร่ายรำ อันเป็นท่วงท่าและลักษณะเฉพาะของหุ่น
|