สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > สิ่งแวดล้อม > บทความพีเดียเรื่อง : หมอก
 
สนุก! พีเดีย
(2) 977 view
 

หมอก

        หมอก (Fog) คือ ละอองน้ำเล็ก ๆ ที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำในบรรยากาศใกล้ผิวโลกหรือหมอก คือเมฆที่เกิดในระดับใกล้พื้นโลกนั้นเอง

การเกิดหมอก
        เกิดจากการกลั่นตัวขนาดเล็ก ทำให้เกิดน้ำค้าง น้ำค้างแข็ง หมอกไรม์ บริเวณใกล้พื้นดิน และมักเกิดในเวลากลางคืนหรือเช้า ๆ ที่อากาศเย็น กลางวันไม่ค่อยมีหมอก และส่วนใหญ่จะเกิดกับบริเวณที่อากาศเย็นท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีลมหรือลมมีเล็กน้อย หมอกจะแพ้ลม หมอกเกิดในช่วงอากาศเย็นเป็นส่วนมาก เช่น กลางคืน เช้าตรู่ กลางวันก็มีแต่น้อย

        เมื่ออากาศเย็น ไอน้ำในอากาศจะกลั่นตัว หมอกที่เกิดสูงขึ้นไปหน่อยเรียกว่า หมอกน้ำค้าง (Mist) ซึ่งอาจเกิดจกเมฆสเตรตัสที่มีฐานอยู่ใกล้พื้นดิน (เมฆถ้าขึ้นเครื่องบินดูจะเห็นว่ามันคล้ายภูเขา ) ส่วนหมอกฝุ่น (Dust fogs) หรือ หมอกควัน (Smoke Fogs) หมายถึง การสะสมของควันหรือฝุ่นในอากาศ ก็เรียกว่าหมอกได้เหมือนกัน

        ยังมีหมอกอีกแบบหนึ่งที่เกิดจากควันและฝุ่นมาก เกิดในเมืองที่มีมลภาวะทางอากาศ เช่น กรุงเทพ เราจะเรียกว่า หมอกบนควัน (Smog)

การเกิดหมอก 
        1. เกิดจากการแผ่รังสีความร้อน (Radiation fog) หรือหมอกบนพื้นดิน (Ground Fog) ในเวลากลางวันพื้นดินได้รับแสงอาทิตย์ และเย็นตัวลงในเวลากลางคืน (เพราะดินเป็นของแข็งจะคายความร้อนเร็วกว่าน้ำอยู่แล้ว) ดังนั้น อากาศที่มากระทบพื้นดินอากาศก็จะเย็นลงจนกลั่นตัวเป็นหมอก อุณหภูมิของอากาศต้องต่ำกว่าจุดน้ำค้าง หมอกแบบนี้มักเกิดในหุบเขา เนื่องจากอากาศเย็นจะลอยตัวต่ำลงรวมกันบริเวณหุบเขา ถ้าเกิดที่ขั้วโลกจะเรียกว่า หมอกน้ำแข็ง (Ice fog)

        2. หมอกแอดเวกชัน( Advection Fog) เมื่ออากาศ แบบว่าเมื่อมีกลุ่มอากาศที่ “ร้อนชื้น” เคลื่อนที่ผ่านไปบนพื้นที่(ในแนวนอน)ที่เย็นกว่า อากาศจะเย็นตัวลงและอาจจะอิ่มตัวจนกลั่นตัวเป็นหมอกได้ หมอกที่เกิดจากอากาศที่เคลื่อนที่ไปในแนวนอนเรียกว่า “หมอกแอดเวกชัน” มักเกิดตามชายทะเล ชายฝั่งโดยเฉพาะในฤดูร้อนที่พื้นดินร้อนกว่าน้ำทะเล (แปลว่าน้ำทะเลเย็นกว่าพื้นดินนั่นล่ะ) ดังนั้นหมอกแบบนี้จะเกิดในทะเล จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหมอกทะเล (Sea Fog) ส่วนพื้นดินก็เกิดหมอกแบบนี้ได้เหมือนกัน โดยที่พื้นดินจะเย็นมากเช่นมีหิมะปกคลุม เมื่ออากาศร้อนชื้นผ่านไปจะกลั่นตัวคล้ายๆข้อที่ 1 การกลั่นตัวจะมรกานคายความร้อนแฝงออกมาทำให้หิมะละลายได้

        3. หมอกไอน้ำ (Steam Fog) เมื่ออากาศหนาวเคลื่อนที่ผ่านผิวน้ำที่ “อุ่นกว่า” อากาศข้างล่างจะถูกทำให้ร้อนขึ้น พื้นที่อุ่นกว่าจะมีการระเหยของไอน้ำมากไปยังด้านบนเพราะอากาศคลุกเคล้ากัน)อากาศด้านบนจะทำให้ไอน้ำ(ที่มาจากข้างล่าง) อิ่มตัวและกลั่นตัวเรียกว่าหมอกไอน้ำ พบมากที่อาร์กติก แอนตาร์กติก และเกิดในทะเลจึงเรียกว่า หมอกควันทะเล (Sea smoke)

        4. หมอกตามลาดเขา (Upslope Fog) เกิดเมื่ออากาศที่เคลื่อนที่ไปตามลาดเขา ตามแรงลมหรืออะไรก็ช่างมันเถอะ แต่เมื่อมันเคลื่อนไปตามลาดเขาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าอากาศที่สูงเย็นกว่าข้างล่างทำให้อากาศนั้นเย็นลงๆ จนถึงจุดน้ำค้าง และกลั่นตัวเป็นหมอก

        ยังมีหมอกที่ผกผันตามความสูง (Inversion fog) ซึ่งมักเกิดตามที่สูง ๆ จากระดับน้ำทะเล 200 – 600 เมตร ปกติในระดับสูงหมอกจะมีความหนาน้อยแต่บางครั้งยิ่งสูงหมอกจะหนาแน่นมากขึ้นในขณะที่ใกล้พื้นดินกลับบางลง หมอกแบบนี้เรียกว่า หมอกผกผันตามสูง

        ประเทศไทยยังมีชื่อเรียกหมอกอีกแบบที่เท่ห์มาก เรียกว่า “ฟ้าหลัว” เป็นหมอกที่ไม่หนาทึบ แต่จะบาง ๆ โดยมีมาตรวัดว่า ในระยะทางที่ไม่สามารถมองเกินไปมากกว่า 1 กิโลเมตร เราจะเรียกว่าสภาพฟ้าหลัว ที่เราได้ยินบ่อย ๆ ในวิทยุ

        จะเห็นว่าหมอกเกิดจากการกลั่นตัวของน้ำในอากาศนั้นเอง ถ้าอากาศมีอุณหภูมิสูงกว่าจุดน้ำค้าง อากาศจะไม่อิ่มตัว จนกว่าจะเย็นลงถึงจุดน้ำค้างจึงจะกลั่นตัว

        ถ้าอากาศที่ยังไม่อิ่มตัวทำให้เย็นลง ความชื้นจำเพาะก็ยังคงที่ แต่ถ้าอากาศที่อิ่มตัวทำให้เย็นลงความชื้นจำเพาะจะลดลงขณะที่ควมชื้นสัมพัทธ์ของอากาศจะเพิ่มชึ้น เช่น อากาศอุณหภูมิ 20 องศา และอุณหภูมิจุดน้ำค้างเท่ากับ 7 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศร้อยละ 50 ถ้าอากาศที่ว่านี้เย็นลง จนมีอุณหภูมิ 7 องศาฯ ความชิ้นสัมพัทธ์อาจเป็นร้อยละ 100 (ในขณะนั้นอากาศอิ่มตัว) ความชื้นจำเพาะของอากาศ และความชื้นจำเพาะของอากาศที่อิ่มตัวจะมีไอน้ำอยู่ 6 กรัม/ กิโลกรัมของอากาศ (ขณะที่อุณหภูมิของอากาศและอุณหภูมิของจุดอิ่มตัว) แต่ถ้าเย็นกว่านี้ (ต่ำกว่า 7 องศา) การกลั่นตัวจะเกิดขึ้น ไอน้ำบางส่วนจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ

สรุปว่าการกลั่นตัวเกิดจาก
1. อากาศร้อนเคลื่อนที่ผ่านไปที่เย็นกว่า
2. การผสมกันของอากาศร้อนชื้นที่ไม่อิ่มตัวกับอากาศเย็นที่อิ่มตัว
3. พื้นดินเย็นลงเนื่องจากไม่ได้รับความร้อนการแผ่รังสีรังสีจากดวงอาทิตย์
4. อากาศลอยตัวขึ้นสู่เบื้องบน

ส่วนการเอาไปเชื่อมกับมลภาวะทางทัศนียภาพ (ซึ่งเมืองไทยยังมีการศึกษาน้อยมาก) จะสรุปย่อ ดังนี้
1. ด้านการคมนาคม ทางน้ำทางอากาศทางบกล้วนได้รับผลกระทบทั้งนั้นถ้าหมอกลง
2. ด้านเศรษฐกิจ คือการใช้จ่ายเครื่องมืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องหมอก เช่น ดวงไฟตัดหมอก ที่เพิ่มมาจากไฟธรรมดา หรือการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากหมอกลงจัดย่อมก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
3. ทางด้านอารมณ์จิตใจ เช่น เห็นหมอกแล้วหงุดหงิดวิ่งจับเด็กและผู้หญิงเป็นตัวประกันเป็นต้น
4. อื่นๆ

        ข้อ 1 – 4 นี้ก็ใช้หลักการทางทางสิ่งแวดล้อมมาอธิบายแล้วเชื่อมโยงหากัน ด้านบวกของหมอกก็มี เช่น ในแง่ของนันทนาการและการท่องเที่ยว หลายคนนิยมไปเที่ยวดูหมอกกันเวลาหมอกลง เช่น ไปเที่ยวแถวเชียงราย ภูกระดึง เป็นต้น ทางด้านจิตใจ หลายคนมองหมอกแล้วมีความสุบ เป็นต้น บางคนถึงกับแต่งเป็นเพลงก็มี ผลทางชีวภาพกายภาพ มีบทบาทต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพืชและสัตว์หลายชนิดที่รับผลกระทบทั้งทางบวกทางลบจากหมอก สัตว์บางชนิดจะชอบออกมาเที่ยวเล่นในหมอก

รวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
     - การเกิดลูกเห็บ
     - หิมะ
     - น้ำค้าง
     - ฝน
     - พายุฤดูร้อน
     - เมฆ
     - น้ำค้างแข็ง 
     - เหมยขาบ
     - แม่คะ


หมอกบนควัน (Smog)


หมอก

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดสิ่งแวดล้อม หมวดความรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กลจักรสำคัญของบรรยากาศ
การเพาะเลี้ยงเต่าตนุในประเทศไทย
ถุงพลาสติกกับภาวะโลกร้อน
น้ำค้างแข็ง
ปรากฏการณ์โลกร้อน (Global Warming)
ป่าไม่ผลัดใบ
ลูกโป่งสุริยะ เทคโนโลยีใหม่พลังงานแสงอาทิตย์
วันคุ้มครองโลก
สตอร์ม เซิร์จ (Storm surge)
เหมยขาบ
คณิตศาสตร์และสถิติ
เคมี
ดาราศาสตร์
ธรณีวิทยา
พฤกษศาสตร์และการเกษตร
แพทยศาสตร์
วิทยาศาสตร์ทั่วไป
วิศวกรรมศาสตร์
สัตวศาสตร์
อุตสาหกรรม

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > สิ่งแวดล้อม > บทความพีเดียเรื่อง : หมอก