เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > แพทยศาสตร์ > บทความพีเดียเรื่อง : วิธีรับประทานยาคุมกำเนิด
 
สนุก! พีเดีย
(2) 22633 view
 

วิธีรับประทานยาคุมกำเนิด

ยาเม็ดคุมกำเนิด ประกอบด้วยฮอร์โมนสังเคราะห์ 2 ชนิด คือ เอสโตรเจน และ โปรเจสโตเจน ที่ออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนในร่างกาย ดังนั้นเมื่อเรารับประทานเข้าไปแทน ฮอร์โมนจึงไปทำหน้าที่หลอกระบบภายในร่างกาย ซึ่งปกติมีการควบคุมกันเองโดยธรรมชาติ ทำให้ 
          - ไม่มีไข่ตก ป้องกันการเจริญและการสุกของไข่ 
          - มูกที่ปากมดลูกข้นเหนียว เชื้ออสุจิจึงไม่สามารถผ่านเข้าสู่โพรงมดลูกได้ 
          - ผังเยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อตัวไม่เหมาะต่อการเจริญของตัวอ่อน

  • รวมคำถาม-คำตอบ เกี่ยวกับ ยาคุมกำเนิด


  • ยาเม็ดคุมกำเนิด

    [ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

    หัวข้อ
    วิธีรับประทานยาคุมกำเนิดแผงแรก

              สำหรับผู้เริ่มรับประทาน : ควรเริ่มรับประทานยาเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน โดยนับวันแรกที่มีเลือดประจำเดือนเป็นวันที่หนึ่งของรอบเดือน

              สำหรับผู้เปลี่ยนชนิดยาคุม ( จากชนิด 21 เม็ด ) ให้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดเดมจนหมดแผงก่อน จากนั้นเริ่มรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดใหม่ โดยรับประทานยาเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน

              สำหรับผู้เปลี่ยนชนิดยาคุม ( จากชนิด 28 เม็ด ) เมื่อมีประจำเดือนมา ให้หยุดรับประทานยาแผงเดิม และเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ โดยรับประทานยาเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน

              แบบ 21 เม็ด ยาทุกเม็ดในแผงจะประกอบด้วยฮอร์โมนทั้งหมด การเริ่มรับประทานยาเม็ดแรก ให้เริ่มตรงกับวันของสัปดาห์ที่ระบุบนแผงยา เช่น ประจำเดือนมาวันแรก คือ วันศุกร์ ก็ให้เริ่มรับประทานยาเม็ดแรกที่ระบุไว้ว่า "ศ" รับประทานยาวันละ 1 เม็ด เป็นประจำทุกวัน ตามลูกศรชี้จนหมดแผง

              แบบ 28 เม็ด ในแผงหนึ่งจะประกอบด้วยฮอร์โมน 21 เม็ด และ ส่วนที่ไม่ใช่ฮอร์โมนเพศ อีก 7 เม็ด ซึ่งจะมีขนาดต่างจาก 21 เม็ดแรก การเริ่มรับประทานยาแผงแรก ให้เริ่มรับประทานยาเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือนมา รับประทานยาเม็ดแรกในส่วนที่ระบุบนแผงว่าเป็นจุดริ่มต้นใช้ยา และรับประทานยาวันละ 1 เม็ดเป็นประจำทุกวัน ตามลูกศรชี้จนหมดแผง

     



    วิธีรับประทานยาแผงต่อไป

              แบบ 21 เม็ด เมื่อรับประทานยาครบ 21 เม็ด จนหมดแผงแรกแล้ว ให้หยุดยา 7 วัน ให้เริ่มรับประทานยาแผงใหม่ได้ ถึงแม้ว่าประจำเดือนจะหมดหรือยังก็ตาม ด้วยวิธีนี้เมื่อเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ วันที่เริ่มรับประทานยาแผงใหม่จะตรงกับวันแรกที่เริ่มรับประทานยาแผงแรกเสมอ

              แบบ 28 เม็ด เมื่อรับประทานยาครบ 28 เม็ด จนหมดแผงแล้ว ให้รับประทานยาแผงใหม่ต่อได้ทันทีเลย ถึงแม้ประจำเดือนจะหมดหรือยังก็ตาม ด้วยวิธีนี้เมื่อเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ วันที่เริ่มรับประทานยาแผงใหม่จะตรงกับวันแรกที่เริ่มรับประทานยาแผงแรกเสมอ

              หมายเหตุ ช่วงเวลาและปริมาณเลือดประจำเดือนที่ออกมาอาจน้อยกว่าปกติ อาการนี้เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปของผู้รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด 



    เมื่อลืมทานยาคุมกำเนิด

              การลืมรับประทานยา หรือ รับประทานยาไม่ตรงเวลา อาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของยาลดลง และอาจทำให้เกิดเลือดออกกะปริดกระปรอยได้ จึงควรรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดในเวลาเดียวกันทุกวัน และควรเก็บยาในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย เพื่อช่วยเตือนไม่ให้ลืมรับประทานยา

              ในกรณีที่ลืมรับประทานยา มีหลักปฏิบัติดังนี้ คือ

              - ถ้าลืมรับประทานยา 1 เม็ด ให้รับประทานยาเม็ดที่ลืมทันทีที่นึกได้ และรับประทานยาเม็ดต่อไปตามเวลาเดิม 
              - ถ้าลืมรับประทานยาตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป ให้รับประทานยา 1 เม็ดทันทีที่นึกได้ จากนั้นนับจำนวนเม็ดยาที่มีฮอร์โมนที่เหลืออยู่ในแผง 
              - ถ้ามีตั้งแต่ 7 เม็ดขึ้นไป ให้รับประทานยาวันละ 1 เม็ดต่อไป ตามปกติ 
              - ถ้ามีเหลืออยู่น้อยกว่า 7 เม็ด ให้รับประทานยาที่มีฮอร์โมนวันละ 1 เม็ดทุกวันจนหมด โดยทิ้งยาที่ไม่ใช่ฮอร์โมนไป และเริ่มรับประทานยาแผงใหม่ทันที โดยไม่ต้องเว้นระยะให้มีประจำเดือนมา

              ในกรณีที่ลืมรับประทานยาตั้งแต่ 2 เม็ดขึ้นไป จะต้องใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วย เช่น ถุงยางอนามัย อย่างน้อย 7 วันในช่วงถัดมา 



    ยาเม็ดคุมกำเนิด

    [ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
    ผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด

              ปัจจุบัน ยาเม็ดคุมกำเนิดส่วนใหญ่มีระดับฮอร์โมนต่ำกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะส่วนของฮอร์โมนเอสโตรเจน ( แต่เดิมต้องใช้มากถึง 50 ไมโครกรัม หรือ 0.05 มิลลิกรัม ปัจจุบัน เหลือเพียง 20, 30, 35 ไมโครกรัม ) จึงพบอาการข้างเคียงต่างๆลดลง แต่ก็ยังอาจพบได้บ้าง ได้แก่ คลื่นไส้ , อาเจียน , ปวดศรีษะ , ตึงคัดเต้านม , เป็นฝ้า , น้ำหนักเพิ่ม ซึ่งอาจพบภายใน 2-3 เดือนแรก แล้วจะค่อยๆหายไป อย่างไรก็ตาม ถ้าพบอาการข้างเคียงนี้มาก และ/หรือ ไม่หายภายใจ 2-3 เดือน ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกรต่อไป

              อาการเลือดออกกะปริดกะปรอย มักพบในผู้ที่ลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาไม่สม่ำเสมอ ( ไม่เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน ) ถ้าเกิดจากสาเหตุนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยการรับประทานยาให้ตรงเวลาทุกวันเป็นประจำ อย่างไรก็ตาม อาจพบอาการนี้ได้ในระยะ 2-3 เดือนแรกของการใช้ยา ถ้ามีเลือดออกเล็กน้อย ให้รับประทานยาต่อไป อาการจะหายได้เอง แต่ถ้ามีเลือดออกมาก ก็ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกรต่อไป

     



    ยาที่ต้องระวังเมื่อใช้กับยาคุมกำเนิด

    ลดประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิด

    ยาปฏิชีวนะ
    แอมพิซิลลิน Ampicillin
    Penicillin
    Neomycin
    Nitrofurantoin
    Sulfa - Cotrimoxazole
    Tetracycline

    ยากันชัก
    Carbamazepine
    Phenobarbital
    Phenytoin
    Primidone

    ยาแก้ปวด
    Phenylbutazone

    ยาต้านวัณโรค
    Isoniazid
    Rifampicin

    ยาอื่นที่ถูกรบกวนโดยยาคุมกำเนิด

    ยาลดน้ำตาลในเลือด ทุกชนิด รวมทั้ง อินซูลิน

    ยาลดความดันโลหิต
    Gunethidine
    Methyldopa

    ยากันการแข็งตัวของเลือด ทุกชนิด

    ยาบรรเทาอารมณ์ซึมเศร้า
    Clomipramine
    Imipramine



    ข้อห้ามใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

              - โรคของถุงน้ำดี 
              - เป็นโรคหรือเคยเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด เช่น ความดันโลหิตสูง และ โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นต้น 
              - โรคตับ 
              - มีเลือดออกจากโพรงมดลูก โดยไม่ทราบสาเหตุ

    ที่มา http://www.geocities.com/hotsprings/bath/8143/drug_oral_contraceptive.html

     



     
    ผู้สนับสนุน

    สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > แพทยศาสตร์ > บทความพีเดียเรื่อง : วิธีรับประทานยาคุมกำเนิด