พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๔ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๔ และ สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระราชสมภพเมื่อวันอังคาร ที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๓๙๖ ตรงกับ เดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ ปีฉลู ทรงพระนามเดิมว่าสมเด็จเจ้าฟ้าชายจุฬาลงกรณ์ ซึ่งแปลว่า เครื่องประดับผม หรือ พระเกี้ยว สำหรับ ประดับหัวจุกของเด็กไทยโบราณ
พระองค์ทรงมีขนิษฐาร่วมพระสมเด็จพระบรมราชินี ๓ พระองค์ คือ
๑. สมเด็จพระเจ้าน้องนางยาเธอเจ้าฟ้าจันทรมณฑลโสภณภควดี ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯเฉลิมพระนามอัฐิ เป็น สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์
๒. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้น เป็น สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์
๓. สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯสถาปนาขึ้น เป็น สมเด็จพระราชปิตุลา
บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุ์วงศ์วรเดช
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น พระราชโอรสองค์ที่ ๙ ในจำนวนพระราชโอรส ธิดา ทั้งสิ้น ๘๒ พระองค์ ในราชวงศ์จักรี ในขณะพระชันษา ๙ พรรษา ได้รับสถาปนาเป็นกรมหมื่นพิฆเณศ วรสุรกาศ ตรงกับ ปีระกา พ.ศ. ๒๔๐๔ ต่อมาอีก ๔ ปี ก็ได้รับสถาปนาเป็น กรมขุนพินิตประชานาถ ต่อมาในปีเถาะ พ.ศ.๒๔๑๑ ได้ทรงกำกับราชการในกรมมหาดเล็ก กรมพระคลังมหาสมบัติ กรมทหารบกวังหน้าในช่วงซึ่งพระองค์ได้ ตามเสด็จพระราชบิดา เพื่อทอดพระเนตรสุริยุปราคา ที่ตำบลหว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้เกิดประชวรด้วยไข้ป่าอย่างแรงทั้งสองพระองค์ ในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็เสด็จสู่สวรรคต ในขณะซึ่ง สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์
กรมขุนพินิตประชานาถ มีพระชนมายุเพียง ๑๕ ปี กับ ๑๐ วัน ทั้งยังทรงประชวร ด้วย ไข้ป่าอย่างหนักเกือบจะสิ้นพระชันษาด้วย
ต่อมาพระองค์ได้รับให้สถาปนาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๕ แห่งราชวงศ์จักรี ด้วยที่วัยพระองค์ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ซึ่งตรงกับ วันอังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๑ สมเด็จพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เป็นผู้สำเร็จราชการ แทนพระองค์ ได้สถาปนากรมหมื่นบวรวิไชยชาญ (พระราชโอรสองค์ใหญ่ของสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) ขึ้นเป็น พระมหาอุปราช ต่อมาก็ได้ปรากฏ พระนามว่า กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ ในพระพุทธศาสนา เมื่อ วันพุธที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๑๖ และทรงลาผนวชใน วันพฤหัสบดีที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๖ แล้วทรงเข้าพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ครั้งที่ สอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๖
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมเหสี และ เจ้าจอมรวม ๙๒ พระองค์ มีพระราชโอรส ๓๒ พระองค์ พระราชธิดา ๔๔ พระองค์ ประสูติจากพระมเหสี และ เจ้าจอมมารดา เพียง ๓๖ พระองค์ อีก ๕๖ พระองค์ ไม่มีพระราชโอรส ธิดาเลย สำหรับ พระมเหสี ที่สำคัญ จะกล่าวถึง มีดังนี้
๑. สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตนพระบรมราชเทวี
๒. สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนาพระบรมราชเทวี ต่อมาได้รับการโปรดเกล้าฯสถาปนาเป็น สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า
๓. สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ
สมเด็จพระปิยมหาราช ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของปวงชนชาวไทย ตลอดที่พระองค์ทรงครองราชย์ ถึง ๔๒ ปี นอกเหนือจากที่พระองค์ ทรงครองราชย์ ถึง ๔๒ ปี นอกเหนือจากที่ยาวนานกว่า พระมหากษัตริย์ที่ปรากฏในพระราชพงศาวดารทุกพระองค์แล้ว พระองค์ยังทรงด้วยพระปรีชาสามารถ อย่างเฉลียวฉลาดพัฒนาฟันฝ่าอุปสรรคนานับประการ ทั้งต่อสู่กับการไล่ล่าเมืองขึ้นของบรรดาชาติมหาอำนาจในยุคนั้น มาได้แม้จะเป็นการสูญเสียดินแดน ไปบางส่วน แต่พระองค์ทรงไว้ซึ่งความสุขุมพาประเทศชาติของพระองค์รอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติ น่าทึ่งสำหรับซีกโลกส่วนนี้ของโลก ที่ ประเทศสยามแห่งนี้มิได้ตกเป็นทาสใครด้วยสายตามองทางไกลของพระองค์ ได้ทรงพัฒนานำความเจริญก้าวหน้าเร่งรัดในแขนงวิชาการการศึกษาการปกครอง การศาล การต่างประเทศ การสาธารณูปโภค ทั้งยังทรงสนพระทัยถึงความเป็นอยู่ของประชาชนทรงออกเยียมประชาราษฎร์อยู่เป็นเนืองนิจ พระองค์จึงเป็นที่จงรักภักดี ของปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน
การเสด็จยังต่างประเทศ เปรียบเสมือนเปิดประตูสู่โลกกว้างในช่วงของต้นรัชกาล พระองค์ทรงเสด็จสิงคโปร์ ชวา พม่า อินเดีย และ หลายๆ ประ เทศในยุโรปถึง ๒ ครั้ง ด้วยกัน คือในปี พ.ศ. ๒๔๔๐ และในปี พ.ศ.๒๔๕๐ แนวทางความสัมพันธ์ด้วยการทูตของพระองค์ท่านทำให้เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศทั่วยุโรป ข้อพิพาท และ ปัญหาต่างๆก็ได้คลายเบาบางลงความลึกซึ้งพระปรีชาของพระองค์ ได้ทำให้ปัญหาต่างๆทั้งเรื่องของชายแดนไทย-อังกฤษหรือกับฝรั่งเศส ก็ผ่อนคลายในที่สุด
ความล้ำลึกในพระปรีชาสามารถในด้าน วรรณกรรม พระองค์ก็ทรงเป็นได้ทั้ง กวี และ นักประพันธ์ที่มีความสามารถอย่างลึกซึ้ง การแต่งโคลง ฉันท์ บทละครกาพย์ กลอน หรือ ร้อยแก้ว ร้อยกรอง ทั้งที่พระองค์ทรงมีภารกิจอยู่มากมาย แต่ก็ด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ ทรงสนพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ดั่งที่ปรากฏงานพระราชนิพนธ์เป็นที่ประจักษ์มีมากกว่า ๓๐ เรื่องซึ่งก็มีบางเรื่องที่มีความหนาถึงกว่า ๕๐๐ หน้าก็มี ดั่งบางพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งของพระองค์
ความรู้ คู่เปรียบด้วย กำลัง กายเฮย
สุจริต คือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง
ปัญญา ประดุจดัง อาวุธ
คุมสติ ต่างโล่ป้อง อาจแกล้ว กลางสนาม
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเก้าเจ้าอยู่หัว ทรงประชวร พระวักกะ (ไต) พิการ กระทั่งเวลา ๒๔ นาฬิกา ๔๕ นาที ของคืนวันเสาร์ที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๓ พระองค์ก็ เสด็จสู่สวรรคต รวมพระชนมายุ ๕๗ พรรษา ทรงเสวยราชย์ ๔๒ ปี พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ที่ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินสยาม พระราชกรณีกิจสุดคณานับ ยังทั้งประโยชน์ ความเจริญรุ่งเรือง นำชาติให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ พระคุณสุดล้นที่จะพรรณนาจากใจของประชาชนชาวไทยได้หมด พระองค์จึงเป็นที่รักเคารพของคนไทยเสมอมา
สมเด็จพระปิยมหาราช เป็นพระสมัญญาที่พสกนิกรทั้งพระเทศถวายแด่พระองค์ โดยพระสมัญญานี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเป็นผู้ทรงคิด ซึ่งปรากฏอยู่บนจารึกใต้ฐาน ของพระบรมรูปทรงม้า
|