ฝนดาวตกเจมินิดส์ ปี 2550
คนไทยรอชมฝนดาวตก อากาศเป็นใจคาดงดงามเต็มท้องฟ้า
น.อ.ฐากูร เกิดแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่ปรากฏขึ้นทุกปี มีจำนวนมาก และเกิดในช่วงที่สภาพภูมิอากาศเหมาะสม โดยจะปรากฏให้เห็น ในช่วงวันที่ 6-19 ธ.ค.ของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงหน้าหนาว ปลอดฝน โดยในปีนี้คนไทยจะสามารถเห็นฝนดาวตกจำนวนมากที่สุด ในคืนวันที่ 14 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป มีจำนวนฝนดาวตกสูงสุด 80-100 ดวง/ชั่วโมง มีเรเดียนท์อยู่ใน กลุ่มดาวราศีมิถุน หรือ กลุ่มดาวคนคู่ (Gemini) ขณะที่ฝนดาวตกซึ่งมีจำนวนมากอื่นๆ เช่น ฝนดาวตกเพอซีดส์ (Perseids Meteor Shower) มักจะปรากฏในช่วงหน้าฝน ทำให้มองไม่เห็น ส่วนฝนดาวตกลีโอนิดส์จะปรากฏให้เห็นทุกๆ 33-34 ปีเท่านั้น
แม้ฝนดาวตกเจมินิดส์จะไม่สว่างและสวยงามตระการตาเท่าฝนดาวตกลีโอนิดส์ แต่ความน่าสนใจของฝนดาวตกเจมินิดส์ คือไม่ได้กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวหาง แต่กำเนิดจากธารอุกกาบาตของดาวเคราะห์น้อย 3200 ฟีธอน (3200 Phaethon) ดังนั้นอุกกาบาตจึงมีขนาดใหญ่ ทำให้ช่วงเวลาการเกิดดาวตกยาวนาน สามารถมองเห็นดาวตกจำนวนมากได้ใน 2-3 วัน ก่อนและหลังวันที่มีจำนวนดาวตกสูงสุด นอกจากนี้ฝนดาวตกเจมินิดส์เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพียง 35 กิโลเมตร/วินาที ซึ่งช้ากว่าฝนดาวตกลีโอนิดส์ซึ่งมีความเร็ว 71 กิโลเมตร/วินาที
จึงทำให้มีช่วงระยะเวลาในการสังเกตเห็นนานกว่า ที่สำคัญปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ครั้งนี้ เชื่อว่าจะไม่ทำให้นักดูดาวต้องผิดหวัง เพราะผมได้ติดตามดูฝนดาวตกเจมินิดส์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งแต่ละครั้งพบดาวตกไม่ต่ำกว่า 100 ดวง ในปี พ.ศ.2539 สามารถนับดาวตกช่วงสูงสุดได้ถึง 135 ดวง ปี พ.ศ.2541 ช่วงเวลา 01.00-02.00 น. นับได้ 110 ดวง ปี พ.ศ.2542 ช่วงเวลา 01.00-02.00 น. นับได้ 197 ดวง หลายปีต่อมาไม่สามารถติดตามได้เนื่องจากมีแสงจันทร์รบกวน จนกระทั่งปี 2549 ได้เปิดโอกาสให้ยุววิจัยศูนย์ LESA ร่วมเรียนรู้วิธีการนับฝนดาวตก โดยในช่วงเวลา 01.00-01.15 น. พบดาวตกจำนวน 39 ดวง ซึ่งคิดเป็นอัตราการตก 159 ดวง/ชั่วโมงทีเดียว
สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมฝนดาวตกเจมินิดส์ แนะนำว่าควรออกไปเฝ้าดูในย่านชานเมืองหรือบริเวณที่ไม่มีแสงไฟรบกวน และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มองหากลุ่มดาวคนคู่ ด้วยการสังเกตดาวอังคารซึ่งมีลักษณะสว่างสีส้มแดงเป็นหลัก เมื่อมองลงมาด้านล่างหรือบริเวณใกล้เคียงจะพบกลุ่มดาวคนคู่ ซึ่งมีลักษณะเป็นดาวฤกษ์ 2 ดวงอยู่ด้วยกัน หรือหากไม่สามารถกำหนดทิศได้ให้ลองนอนเอาหัวชนกันเป็น 4 มุมเพื่อจะได้เห็นทั่วท้องฟ้าทำให้ไม่พลาดในการชม อีกทั้งยิ่งดึกมากดาวคนคู่จะลอยสูงขึ้น สามารถตกกระจายได้บริเวณกว้างขึ้น ทำให้มีโอกาสเห็นดาวตกมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ดีปีนี้นับเป็นโอกาสอันดีในการสังเกตการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ เนื่องจากดวงจันทร์ตกในช่วงหัวค่ำ ทำให้สามารถสังเกตการณ์ฝนดาวตกได้ตลอดคืน ซึ่งหากพลาดในปีนี้อาจจะต้องรอถึงปี พ.ศ.2552 เนื่องจากปี 2551 มีแนวโน้มว่าจะถูกแสงจันทร์บดบังสูง
ที่มา
www.most.go.th
www.banmuang.co.th
|