|
“วิสุทธิกษัตริย์” สำหรับคนยุคนี้ อาจจะเป็นเพียงแค่ชื่อถนน แต่สำหรับคนวัยเลขสี่นำหน้าหรือย้อนกลับไปราว 50 ปีที่แล้ว ย่านนี้ถือเป็นแหล่งรวมของศิลปวัฒนธรรมแขนงต่าง ๆ เช่น นักคิด นักเขียน ศิลปิน แฟชั่นต่างประเทศที่โก๋กี๋สมัยนั้นจะได้รับเป็นอันดับต้น ๆ ในด้านความสวยงามนั้น ไม่ต้องพูดถึง สาวใดที่สวมมงกุฎเทพีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์ ถือว่าสุดยอดความงาม เป็นหนึ่งในตัวเก็งนาวสาวไทยมาโดยตลอด
เบื่องานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ไหมคะ ??? ทำเท่าไหร่ก็ยังไม่รวยซะที
ธุรกิจที่ “ พ่อรวยสอนลูก “ แนะนำให้ทำแล้วจะรวยค่ะ ...
ถ้าคุณเบื่องานและเป็นคนหนึ่งที่ต้องการอยู่กับบ้านและครอบครัว
ไม่ต้องการตื่นแต่เช้าไปทำงาน ต้องการมีอิสระภาพด้านการเงินและเวลา
โดยสามารถสร้างรายได้ 5 พัน - 5 หมื่น บ/ด จากที่บ้านคุณจะทำไหมคะ ?
โดยทำได้ที่บ้านและที่ทำงาน/ไม่กระทบเวลาเรียนและเวลาทำงาน
ไม่ใช่งานขายเพราะผมก็ไม่อยากหิ้วของไปขายเหมือนกันกับคุณนั่นแหละ
ไล่เจ้านายออกไปจากชีวิตคุณได้แล้ว
-มาเป็นเจ้านายของตัวเอง -ไม่ต้องมีเจ้านายมาคอยบ่น คอยว่า
เรายื่นโอกาสดี ๆ ให้กับคุณแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่าคุณจะขว้าโอกาสดี ๆ นี้ไว้หรือไม่
กดสมัครที่ www.vdo.true.ws
ถนนวิสุทธิกษัตริย์ เป็นถนนที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สร้างขึ้น สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2425 เพื่ออุทิศส่วนกุศลพระราชทานเป็นอนุสรณ์คำนึงถึง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าจันทรมณฑล พระขนิษฐาร่วมพระชนนีเดียงกับพระองค์ในรัชกาลที่ 4 และสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี สิ้นพระชนม์ เพื่อ พ.ศ. 2406 ขณะพระชันษา 9 ปี ทรงสถาปนาพระอัฐิเป็นสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงวิสุทธิกษัตริย์ และพระราชทานชื่อถนนนี้ว่า "ถนนวิสุทธิกษัตริย์" เริ่มจากถนนราชดำเนินนอกไปบรรจบกับถนนสามเสนที่แยกบางขุนพรหม ตรงธนาคารแห่งประเทศไทย
ย้อนอดีตไปเมื่อ 13 เมษายน 2478 มีชุมชนกลุ่มหนึ่งบนถนนวิสุทธิกษัตริย์ นำโดย ครอบครัวตรีสกุลดิษ ครอบครัวคงนิยม ได้ชักชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงในละแวกนั้น เช่น ชุมชนตรอกบ้านพานถม บ้านหล่อ บางขุนพรหม นามบัญญัติ ซอยนายร้อยจปร. ชุมชนวัดใหม่อมตรส วัดตรีทศเทพ วัดอินทรวิหาร ชาวเทเวศน์ มาร่วมกันทำบุญใส่บาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา ในวันสงกรานต์ กลางคืนมีมหรสพการแสดงต่าง ๆ ให้ดูฟรี โดยได้รับการอุปการะจากเจ้าคุณวิเศษธรรมธาดา อธิบดีศาลฎีกา และผู้อาวุโส ในสมัยนั้นได้ให้การสนับสนุน
การจัดงานได้ระงับไปในระหว่างสงครามโลก (พ.ศ.2485-2488) ต่อมาเมื่อ พ.ศ.2489 สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานเงินสมทบการจัดงานขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และเริ่มมีการประกวดเทพีสงกรานต์เป็นครั้งแรก โดยทอดบัตรให้สาวที่มาใส่บาตรได้ ประชันความงาม กันจากเวทีพื้นถนนต่อมาเป็นเวทีไม้เตี้ย ๆ และพัฒนาสู่เวทีทันสมัยมาเรื่อย ๆ ถ้วยรางวัลที่มอบในสมัยนั้น ได้สนับสนุนจากผู้หลัก ผู้ใหญ่ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สารวัตรใหญ่ ธนาคารต่าง ๆ และผู้ประกอบการค้าในพื้นที่ คณะผู้ดำเนินการจัดงานจะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่ เช่นคุณพิศิษฐ์ งดงาม คุณเกศินี ตุงคะสมิต (ปัจจุบันท่านอายุ 82 ปี) แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบเป็นฝ่ายต่าง ๆ และกำหนดวันจัดงานที่แน่นอน คือ วันที่ 12-13 เมษายนของทุกปี และใช้ชื่องานว่า “งานประเพณีสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์”
เมื่อถึงวันสงกรานต์ในทุกปี ชาวชุมชนในพื้นที่จะใจจดใจจ่อกับงานสงกรานต์วิสุทธิกษัตริย์ ซึ่งเหมือนงานประจำปี ผู้เฒ่าผู้แก่จะรอวันที่ได้ดูลิเก ลำตัด หนังกลางแปลงฟรี เด็ก ๆ จะออกมาขี่จักรยานอย่างสนุกสนาน หนุ่มสาวจะเตรียมตัวเล่นสงกรานต์ ชาวบ้านเตรียมข้าวสาร อาหารแห้งมาใส่บาตร บ้านใดมีลูกสาวจะเตรียมไปประชันโฉมกัน ในวันนั้นไม่ว่าชายหรือหญิงที่มาร่วมงานบุญจะแต่งกายด้วยผ้าไทยสวยงาม คณะกรรมการจัดงาน จึงคิดหารางวัลมอบให้กับแขกผู้ที่แต่งกายงามที่สุดชายหญิง และมอบรางวัลให้ เรียกว่ารางวัลแมงมอง รางวัลนี้ยังมีอยู่ทุกปี
การประกวดเวทีสงกรานต์ วิสุทธิษัตริย์จะไม่เหมือนกับเวทีอื่น ๆ จะเน้นการมีส่วนร่มอนุรักษ์ความเป็นไทย 3 ประการ คือ 1.ร่วมขบวนแห่ ปล่อยนกปล่อยปลา 2. ร่วมพิธีบุญใส่บาตร 3. ร่วมอนุรักษ์ผ้าไทยในชุดจิตรลดาเดินบนเวที
การจัดงานดำเนินไปด้วยดีเสมอมา จนถึงปีพ.ศ. 2545 พื้นที่ถนนได้เป็นที่ตั้งของสะพานโครงการสะพานพระราชดำริ (สะพานพระราม 8 ) การจัดงานบนพื้นที่จึงต้องงดไปโดยสิ้นเชิง
ด้วยความมีเสน่ห์ของสงกรานต์วิสุทธิ์กษัตริย์ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนไม่ต้องการให้ลบเลือนไปจากสงกรานต์ไทย คณะกรรมการจัดงานจึงมาจัดที่ “สวนสันติชัยปราการ” ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สวยงาม ติดแม่น้ำเจ้าพระยา
ข้อมูลจาก : www.songkran.net |