สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว ฟังเพลงออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลง Dealfish ทำนายฝัน เกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > ข่าวสารและชีวิตประจำวัน > กีฬา > บทความพีเดียเรื่อง : ประวัติกีฬาบริดจ์
 
สนุก! พีเดีย
(0) 1 view
 

          บริดจ์ (Bridge) เริ่มจากประเทศใดไม่มีหลักฐานระบุไว้แน่ชัด แต่คงจะเล่นกันครั้งแรกที่ยุโรปประมาณปี ค.ศ. 1860 (พ.ศ. 2403) รัสเชียอ้างว่าเป็นต้นคิด ตุรกีระบุว่าเล่นกันที่กรุงคอนสแตนติโนเปิ้ล ฝรั่งเศสเล่นเกมชื่อ “ เคดีฟ” ที่ริเวียร่า
      
          ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ กำหนดให้มือที่แจกไพ่เป็นผู้กำหนดหน้าทรัมพ์และเพิ่มการเล่นแบบไม่มีทรัมพ์ขึ้น นักประวัติศาสตร์บริดจ์เรียกกว่า บริดจ์วิสท์

          วิสท์ (Whist ) คือเกมชนิดหนึ่งที่ใช้ไพ่เป็นองค์ประกอบในการเล่น และถือกันว่าเป็นต้นกำเนิดของบริดจ์วิสท์ เริ่มเล่นกันมานานมาก คาดว่าเล่นกันครั้งแรกในปี 1500(พ.ศ.1943) หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย และเริ่มเป็นที่นิยมกันแพร่หลายในหมู่พลเมืองที่พูดภาษาอังกฤษประมาณปี ค.ศ.1700 หรือ 200 ปีผ่านมาแล้ว และในปัจจุบันก็ยังคงนิยมเล่นกันอยู่เสมอๆ ทั้งนี้ เนื่องจากการเล่นวิสท์เป็นการเล่นที่ง่ายมาก กล่าวคือ แจกไพ่ทั้งสำหรับให้คน 4 คน คนละ 13 ใบ และเปิดไพ่ใบสุดท้ายของผู้แจก ซึ่งจะกำหนดให้เป็นชุด ทรัมพ์ เช่น เปิดชุดโพดำ ใครถือโพดำไว้ก็เป็นทรัมพ์ได้หมด เล่นทีละใบใครเล่นตัวใหญ่สุดก็ได้กิน และถ้าไม่มีชุดที่เล่นก็นำไพ่ที่กำหนดเป็นชุดทรั้มพ์ออกมาเล่นได้ถือว่าใหญ่ กว่าชุดที่กำลังเล่นอยู่ เล่นไปจนครบทั้ง 13 ใบ แล้วก็นับไพ่ที่กินได้และไพ่ที่เสียฝ่ายใดได้กินไพ่มากกว่า 6 ครั้ง (ภาษาไพ่เรียกว่า ตอง แม้จะมีไพ่ 4 ใบก็ตาม) ถือว่าได้แต้ม แต้มที่เพิ่มจาก 6 เริ่มนับจากหนึ่งไปจนถึงกินได้ 13 ตอง ได้ 7 แต้ม ครบ 7 แต้มถือว่าเป็นฝ่ายชนะ ฝ่ายแพ้จะเสียแต้ม เท่าไรให้หักออกจากเจ็ดเท่านั้น แม้บางครั้งฝ่ายชนะอาจได้แต้มมากกว่า 7 แต้มก็ได้

          แต่ในประเทศอังกฤษ การคิดคะแนนสำหรับวิสท์เกมก็แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้สนใจอาจจะหาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ The Pocket Book of Game เขียนโดย Albert H. Morehead เดือน กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1945

          ในปี 1894 (พ.ศ.2437) บริดจ์แพร่หลายเข้าไปในประเทศอังกฤษโดย ลอร์ด บราฮัม กลับจากบริดจ์ที่ริเวียร่าแล้วไปเล่นวิสท์ที่สโมสรปอร์ตแลนด์ที่กรุงลอนดอน ปรากฏว่าลืมไปคิดว่ากำลังเล่นบริดจ์ เลยแจกไพ่หมดทุกใบไม่ได้หงายไพ่ใบสุดท้าย ดังนั้นจึงถือโอกาสสอนวิธีการเล่นบริดจ์ให้แก่สมาชิกสโมสรเสียเลย

          การเล่นบริดจ์เริ่มพัฒนาขึ้นมาเป็นลำดับ ในปี ค.ศ. 1903 (พ.ศ.2446) เกิดอ๊อกชั่นบริดจ์ (Auction Bridge ) ขึ้นคือ แทนที่ผู้แจกไพ่ (dealer ) จะกำหนดทรัมพ์เองก็มีการประมูลหน้าทรัมพ์ขึ้นมีการกำหนดศักดิ์ใหญ่ (Major ) ศักดิ์เล็ก (Minor ) และปรับปรุงระบบการให้แต้มใหม่ อ๊อกชั่นบริดจ์ เป็นที่นิยมเล่นกันมากกว่าบริดจ์วิสท์เสียอีก นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1907 เป็นต้นมาจนถึงปี ค.ศ.1930 มีผู้นิยมเล่นเกมนี้กันมาก โดยเฉพาะในประเทศที่พลเมืองพูดภาษาอังกฤษ แม้ต่อมาจะมีการคิดค้นการเล่นแบบคอนแทรคบริดจ์แล้วก็ตามอ๊อกชั่นบริดจ์ก็ยัง ไม่เสื่อมความนิยมลง

          หลักการเล่นคอนแทรคบริดจ์เริ่มแพร่หลายเมื่อปี ค.ศ.1915(พ.ศ.2458) แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1926 (พ.ศ.2469) ฮาร์โรลด์ เอส แวนเดอบิลท์ (Harold S. Vanderbilt ) ได้ท่องเที่ยวทางเรือจากลอสแองเจลิสไปฮาวานา เขาใช้เวลาว่างวางกฎเกณฑ์การเล่นบริดจ์ขึ้นมาใหม่ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและเป็น ที่ยอมรับกันทั่วไป ว่าเขาเป็นผู้ให้กำเนิดคอนแทรคบริคจ์ในปัจจุบัน และต่อมาในปี ค.ศ.1929 (พ.ศ. 2472) คัลเบิตสัน (Ely Culbertson ) ได้วางมาตรฐาน การเล่นคอนแทรคบริดจ์ ส่วนผู้เขียนตำราคนอื่นๆ เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนแก้ไขเท่านั้น โดยอาศัยมูลรากที่คัลเบิตสันวางไว้เป็นหลักนอกจากนี้คัลเบิตสันยังคิดการ ประมูลถามชุดไพ่ว่าชุดนั้นดีหรือไม่อย่างไร (Asking Bid ) และกฎแห่งการได้สัดส่วนกัน (Law of Symmetry ) ขึ้นซึ่งทำให้การแบ่งเฉลี่ยของรูปไพ่ล่วงหน้าได้ ตัวอย่างเช่น

          1.ถ้าท่านหรือดำมี่ถือไพ่ไม่แบ่งเฉลี่ย (Freak ) 5-4-3-1 ชุดทรัมพ์ก็มักจะไม่แบ่งเฉลี่ย เช่นกัน คือจะมีรูปไพ่ 5-4-3-1 ด้วย

          2.ถ้ามือท่านและดัมมี่ที่มีไพ่ชุดใดชุดหนึ่ง 9 ตัว จาก 13 ตัว และถือนำด้วย A และ K J แล้วก็จะต้อง Q มากกว่าเล่น A และ K ล่วงลงมา (ไม่ใช่ Doubleton Queen ) ต่อมา คัลเบิตสัน ได้ยกเลิกระบบการประมูลสามสองเชิง (Two way Three Bid ) และแนะนำว่าคนเปิด 3 ในชุดนั้นไม่ควรมีA มากกว่าหนึ่งตัว นอกจาก A ในชุดที่เปิดไพ่  สมัยนั้นเชื่อกันว่า สิ่งใดก็ตามที่คัตเบิตสันกล่าวไว้ในเรื่องบริดจ์ นักบริดจ์ทุกคนจะต้องรู้และจำได้เสมอ

บริดจ์ประเทศไทย

          จากข้อเขียนของ ดร. มนู วีระบุรุษ ในหนังสือพิมพ์สยามโพสต์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2527 ระบุว่า บริดจ์เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ขณะที่ยังทรงดำรงพระอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เสด็จกลับจากประเทศอังกฤษหลังจากสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2446 (ค.ศ. 1903) ขณะนั้นบริดจ์กำลังเป็นที่นิยมกันในอังกฤษ บริดจ์จึงมีกำเนิดขึ้นที่วังพญาไท มีข้าราชบริพารและคนสนิทเริ่มเล่นกันหลายคน เช่น พระยาสุจริตดำรง (บิดาคุณ โกวิท สุจริตกุล นักบริดจ์มือหนึ่งของประเทศไทย) นาย กวด หุ้มแพร และ ม.ล.ปิ่น มาลากุล เป็นต้น

ข้อมูลจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)
http://www.sat.or.th


บริดจ์

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดกีฬา หมวดความรู้ ข่าวสารและชีวิตประจำวัน

ทีมชาติสเปน

ประวัติกีฬาขี่ม้า

ประวัติกีฬายิงเป้าบิน

ประวัติกีฬารักบี้ฟุตบอล

ประวัติกีฬาเรือยาว

ประวัติกีฬาวินด์เซิร์ฟ

ประวัติกีฬาโอลิมปิค

ประวัติตะกร้อ

ประวัติหมากล้อม

เป็นเอก การะเกตุ นักกีฬาเทควันโดชาย ทีมชาติไทย

การทำอาหาร

กีฬา

งานอดิเรก

ตกแต่ง hi5

เบ็ดเตล็ด

วิทยุ โทรทัศน์

เหตุการณ์สำคัญ


ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > ข่าวสารและชีวิตประจำวัน > กีฬา > บทความพีเดียเรื่อง : ประวัติกีฬาบริดจ์