ยุคประชาธิปไตยครึ่งใบในประเทศไทย
สังคมไทยเคยถูกปิดกั้นอยู่ในเผด็จการมานานกว่า 40 ปี จนวันที่ 14 ตุลาคม 2516 สังคมไทยกลายเป็นประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว จึงเกิดความวุ่นวายขึ้นเพราะมีการเรียกร้องมาจากหลาย ๆ ส่วนของสังคมในคราวเดียวกันโดยเฉพาะจากพวกเสรีนิยมสุดขั้ว ผลจากยุค “ประชาธิปไตยเบ่งบาน” และการคืบคลานของลัทธิคอมมิวนิสต์ทําให้ความชอบธรรมของประชาธิปไตยค่อย ๆ อ่อนแรงลงไปทุกที จึงส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขึ้น หลังจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เป็นต้นมา ความชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตยหลังจากการนองเลือดของนักเรียนนักศึกษาก็ถูกตั้งคําถาม ประชาชนเริ่มเรียกร้องรัฐบาลเผด็จการแบบจอมพลสฤษดิ์อีกครั้งหนึ่งประกอบกับประเทศไทยในขณะนั้นกําลังหวาดกลัวต่อชัยชนะของคอมมิวนิสต์ในประเทศเพื่อนบ้านในปี 2517 ซึ่งได้ตอกยํ้าคําพูดของกองทัพว่าคอมมิวนิสต์จะเข้ามาแทรกแซงประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประชาชนจึงมองว่ารัฐบาลที่ได้มาโดยระบอบประชาธิปไตยไม่สามารถจัดการกับปัญหาภัยคุกคามของคอมมิวนิสต์ได้ ในเดือนตุลาคม2520 ทหารจึงเข้าไปรัฐประหารรัฐบาลรัฐบาลของนายธานินทร์ออกจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ผู้ซึ่งได้รับการเชื่อมั่นในความเก่งกล้าสามารถในการต่อสู้กับขบวนการคอมมิวนิสต์และได้รับความสนับสนุนจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรีและเข้าสู่ยุคของประชาธิปไตยครึ่งใบ
[กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ] |
| พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ (ภาพจาก www.prd.go.th) |
 |
|
[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
|