เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
สมาชิก : หน้าส่วนตัว  ความรู้ : เขียนบทความ | เขียนคำแสลง | ฉันเขียน | เรื่องที่ติดตาม  ถาม-ตอบ : ตั้งคำถาม | ฉันถาม-ฉันตอบ | คำถามที่ติดตาม
 
  ความหมาย   เสวนา   แก้ไข   ประวัติ
สนุก!พีเดีย > หมวดความรู้ > ภาษาและวรรณกรรม > ภาษาไทย > บทความพีเดียเรื่อง : คำสุภาพ
 
สนุก!พีเดีย
(0) 4869 view
 

คำสุภาพ

[ แก้ไข ][ เก็บไว้เป็นเรื่องที่ติดตาม ]
สร้างเมือ 26-08-2008 โดย iamkongkoi
ใบความรู้
เรื่อง “คำสุภาพ”

คำสุภาพ
    ถ้อยคำต่างๆที่เราพูดจากันโดยทั่วไปนั้น บางคำก็มิควรจะกราบบังคมทูลบางคำก็ควร ถ้าหากคำใดมิควรเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเสียให้เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำต่างๆให้เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำต่างๆให้เหมาะสมนี่เราเรียกว่า “คำสุภาพ” คำสุภาพเป็นส่วนหนึ่งของราชาศัพท์ ซึ่งมีลักษณะที่ควรสังเกตดังต่อไปนี้
    ๑. ไม่ควรใช้ถ้อยคำอุทานที่ไม่สุภาพ เช่น โว้ย เว้ย หรือคำสาบานที่หยาบคาย เช่น ให้ตายห่า ให้ฉิบหาย หรือพูดกระชากเสียง เช่น เปล่า ไม่ใช่ เป็นต้น ทำงานอยู่กับบ้าน ผ่าน net 100% รายได้ 5 หมื่น บ/ด ขั้นต่ำ ขอย้ำว่าขั้นต่ำ สมัครที่ http://offto.net/bigW/
    ๒. ไม่ควรใช้คำที่ถือว่าหยาบคายคือ
    ก. คำว่า “ไอ้” ควรใช้”สิ่ง” แทนเช่น ไอ้นี่ได้นั้น ควรเป็นสิ่งนี้ สิ่งนั้นหรือตัดคำว่า”ไอ้” ทิ้งเสียเลย เช่น ปลาไอ้บ้า เป็นปลาบ้า
    ข. คำว่า “อี” ควรใช้คำว่า”นาง” เช่น อีเห็น เป็นนางเห็น อีเลิ้ง เป็นนางเลิ้ง
    ค. คำว่า     “ขี้” ควรใช้คำว่า “ อุจจาระ” หรือ “คูถ” แทนหรือบางที่ตัดออกเสียเลย ก็ได้ เช่น ดอกขี้เหล็ก เป็นดอกเหล็ก หรือเปลี่ยนเสียก็ได้ เช่น ขี้มูกเป็นน้ำมูก ขนมขี้หนู เป็นขนมทราย
    ง. คำว่า “เยียว” ควรใช้คำว่า “ปัสสาวะ” หรือ “มูตร” แทน
    ๓.ไม่ควรใช้คำผวน  หรือใช้คำใดก็ตามเมื่อผวนหางเสียงหรือท้ายคำกลับมาไว้ข้างหน้าแล้ว คำนั้นจะเป็นคำที่ไม่สุภาพทันที เช่น คุณหมอจ๋า ผวนเป็นคุณหมาจ๋อ เป็นต้น
    ในเรือง “ คำหยาบและคำสุภาพ” นั้น ม.ล. ปีย์ มาลากุล ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “ การใช้ถ้อยคำและราชาศัพท์” ว่าเมื่อกล่าวถึง “คำหยาบ” และคำ “สุภาพ” นั้นความหมายที่แท้จริงของ”คำหยาบ” หาใช่หมายถึงเฉพาะคำโลนหรือคำที่ใช้ในการกล่าวผรุสวาจาเท่านั้นไม่ ที่ถูกแล้วน่าจะเรียกคำสามัญ และคำวิสามัญ มากกว่า เช่น คำว่ามือ ตีน กิน เดิน นอน ก็ไม่น่าจะเป็นคำหยาบอะไรแต่คำเหล่านี้ไปใช้พูดกับคนที่อาวุโสกว่าคำเหล่านั้นถือเป็นคำหยาบ ต้องเปลียนใช้คำอื่น เช่น จะพูดว่า “ตีน” ก็ต้องเปลี่ยนเป็น “เท้า” เป็นต้น  ทำงานอยู่กับบ้าน ผ่าน net 100% รายได้ 5 หมื่น บ/ด ขั้นต่ำ ขอย้ำว่าขั้นต่ำ สมัครที่ http://offto.net/newbiz/

คำสุภาพที่ควรรู้
    คำสามัญ            คำสุภาพ
    กล้วยกุ            =กล้วยสั้น
    กล้วยไข่            =กล้วยเปลือกบาง
    กล้วยบวชชี               =    นารีจำศีล
    กองดิน            =    มูลดิน
    กะปิ            =เยื่อเคย
    ขนมขี้หนู        =    ขนมทราย
    ขนมจีน            =ขนมเส้น
    ขนมตาล        =    ขนมทองฟู
    ขนมเทียน        =    ขนมบัวสาว
    ขนมใส่ไส้    =        ขนมสอดไส้
    ขี้กลาก    =        โรคกลาก
    ขี้เกลื้อน    =        โรคเกลื้อน
    ขี้ครั่ง        =    มูลครั่ง
    ขี้ควาย    =        มูลควาย
    ขี้ช้าง        =    มูลช้าง
    ขี้ดิน        =    มูลดิน
    ขี้ตืด        =    ตระหนี่
    ขี้นก        =    มูลนก
    ขี้บุหรี่    =        เถ้าบุหรี่
    ขี้ผึ้ง        =    สีผึ้ง
    ขี้เรื้อน    =        โรคเรื้อน
    ขี้วัว        =    มูลวัว
    ขี้สัตว์        =    มูลสัตว์
    ขึงตาข่ายดักสัตว์    =    วางข่าย
    คนป่วย        =    คนไข้ คนเจ็บ
    คลองเจ็ดแยก    =    คลองเจ็ดแถว
    ควาย        =    กระบือ
    ควายขี้        =    กระบือถ่ายมูล
    จับไข้        =    เป็นไข้
    เจ็ดอย่าง    =         เจ็ดประการ
    เจ็ดโยชน์    =        สองพันแปดร้อยเส้น
    ช้างขี้            ช้างถ่ายมูล
    ช้างตัวเมีย    =        พัง
    ช้างตัวผู้    =        พลาย
    คำสามัญ            คำสุภาพ
    ช้างแม่แปรก ช้างพังที่เป็นหัวหน้าของโขลง  =     ช้างแม่หนัก
    ช้าง ๒ ตัว    =        ช้าง 2 เชือก ช้าง 2 ช้าง
    ดอกขี้เหล็ก    =    ดอกเหล็ก
    ดอกซ่อนชู้    =        ดอกซ่อนกลิ่น
    ดอกนมแมว    =    ดอกถันวิฬาร์
    ดอกผักตบ    =        ดอกสามหาว
    ดอกผักบุ้ง    =        ดอกทอดยอด
    ดอกมะลิ    =        ดอกมัลลิกา
    ดอกยี่หุบ    =        ดอกมณฑาขาว
    ดอกลั่นทม    =        ลั่นทม
    ดอกสลิด    =        ดอกขจร
    ดอกอีนูน    =        ดอกนางนูน
    ตกปลา    =        วางเบ็ด
    ต้นจันทร์แดง=        ต้นรัตนจันทร์
    ต้นตำแย        =    ต้นอเนกคุณ
    ต้นเถานมช้าง    =    ต้นเถาถันหัตถินี
    ต้นทองกวาว    =    ต้นปาริชาติ
    ต้นทองหลาง    =    ต้นปาริฉัตร
    ต้นพุงดอ        =    ต้นหนามรอบข้อ
    ต้นอีเกร็ง        =    ต้นเหงือกปลาหมอ
    ตากแดด        =    ผึ่งแดด
    ตีน            เท้า
    ตีอวน        =    วางอวน
    ตึกแปด        =    อาคารแปด
    แตงโม        =    ผลอุลิด
    ถั่วงอก        =    ถั่วเพาะ
    ถั่วดำต้มหวาน    =    จรกาลงสรง
    เถาตูดหมูตูดหมา    =    เถากระพับโหม
    เถาย่านาง    =        เถาวัลย์เขียว
    เถาหมามุ่ย    =        เถามุ่ย
    เถาหัวลิง    =        เถาศีรษะวานร
    ที่ห้า        =    ครบห้า
    ที่หก        =    ครบหก
    โทรทัศน์ช่องห้าสี    =    โทรทัศน์สีช่องห้า
    ทางเจ็ดแยก    =    ทางเจ็ดตำบล
    คำสามัญ            คำสุภาพ
    นกขี้            =นกถ่าย
    นกอีลุ้ม        =    นางลุ้ม
    บางชีหน   ( ชื่อตำบล )    =    บางชีโพน
    บางอีร้า        =    บางนางร้า
    บุตรคนหัวปี   ( เจ้านาย )    =บุตรคนโต
    ปลิง            =ชัลลุกา
    ปลาช่อน        =    ปลาหาง
    ปลาร้า        =    ปลามัจฉะ
    ปลาลิ้นหมา    =    ปลาลิ้นสุนัข
    ปลาสลิด        =    ปลาใบไม้
    ปลาไหล        =    ปลายาว
    ผักกะเฉด        =    ผักรู้นอน
    ผักตบ        =    ผักสามหาว
    ผักบุ้ง        =    ผักทอดยอด
    ผักปลาบ        =    ผักไห่
    ผักปอด        =    ผักปัปผาสะ
    ผักอีลิ้น        =    ผักนางลิ้น
    ผัว            =สามี
    ฝีดาษ        =    ไข้ทรพิษ
    พริกขี้หนู        =    พริกเม็ดเล็ก
    ฟักทอง        =    ฟักเหลือง
    มะเขือยาว        =    มะเขืองาช้าง
    ม้า   ๒   ตัว        =ม้า   ๒   ม้า
    แมว            =วิฬาร    วิฬาร์
    เมีย            =ภรรยา     ภริยา
    ฤาษีแปดตน    =    ฤาษีแปดรูป
    ลิง            =วานร
    ลูกขี้กา        =    ผลมูลกา
    ลูกตะลิงปลิง    =    ผลมูลละมั่ง
    ลูกไม้            =ผลไม้
    ลูกอีนูน        =    ผลนางนูน
    โลงผี            =หีบศพ
    วัว            =    โค
    สองบาท        =    แปดสลึง
    สองสลึง        =    ห้าสิบสตางค์
    คำสามัญ            คำสุภาพ
    สัตว์ขี้        =    สัตว์ถ่ายมูล
    สัตว์ออกไข่        =    วางไข่
    สัตว์ออกลูก    =    ตกลูก
    สากกระเบือ    =    ไม้ตีพริก
    สี่หุน            =สี่ครั้ง
    ไส้เดือน        =    รากดิน
    หมอตำแย        =    ผดุงครรภ์
    หอยอีรม        =    หอยนางรม   
    หมา            =สุนัข
    หมู            =สุกร
    หัวปลี        =    ปลีกล้วย
    หัวสิ่งที่มีชีวิต    =    ศีรษะ
    หิน            =ศิลา
    เห็ดโคน        =    เห็นปลวก
    เห็นควรด้วย    =    เห็นสมควร   
    ออกลูก        =    คลอดลูก
    อีกา            =กา    นกกา
    อีเก้ง            =เก้ง    นางเก้ง
    อีเลิ้ง            =นางเลิ้ง
    อีแร้ง            =แร้ง    นกแร้ง
    อีเห็น            =นางเห็น

คำว่า   “ ใส่ ”    ที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้
    คำว่า   “ ใส่ ”    ใช้ในคำกราบบังคมทูลได้เฉพาะของที่ไม่มีตัวตนคือ   ใส่ความ   ใส่โทษ   เอาใจใส่      ใส่ใจรักใคร่     ใส่จริต    และอื่น ๆ   ส่วนของที่มีตัวใช้คำว่า  “ ใส่ ”    ไม่ได้ทั้งหมด   เช่น
    “ ใส่เสื้อ   ใส่กางเกง ”    ก็ว่า  “ สวมเสื้อ   สวมกางเกง ”   หรือ  “  ทรงฉลองพระองค์ , ทรงพระสนับเพลา ” 
    “ ใส่หมวก ”    ก็ว่า  “ สวมหมวก ”    หรือพระเจ้าแผ่นดินก็ว่า  “ ทรงพระมาลา ”   ส่วนเจ้านายใช้ว่า          “ ทรงพระตุ้มปี่ ”
    “ ใส่ดุม ”        ก็ว่า        “ รัดดุม ”
    “ ใส่กำไร ”        ก็ว่า        “ สวมกำไล ”
    “ ใส่ปิ่น ”        ก็ว่า        “ ปักปิ่น ”
    “ ใส่สร้อย  ใส่จี้ ”    ก็ว่า        “ ผูกสร้อย    ผูกจี้ ”
    “ ใส่โซ่   ใส่ตรวน   ใส่ขื่อ  ใส่คา ” ก็ว่า    “ จำโซ่   จำตรวน   จำขื่อ   จำคา”
    “ ใส่คุก ”        ก็ว่า        “ จำคุก   ส่งจำ   ขังคุก   เข้าคุก ”
    “ ใส่ตะราง ”    ก็ว่า        “ ขังตะราง ”
    “ ใส่เล้า ”        ก็ว่า        “ ขังเล้า ”
    “ ใส่กรง ”        ก็ว่า        “ ขังกรง     หรือไว้ในกรง ”
    “ ใส่หม้อ  ใส่ไห   ใส่ขวด ”ก็ว่า        “ กรอกหม้อ   กรอกไห   กรอกขวด ”
    “ ใส่คลัง ”    ก็ว่า        “ ขึ้นคลัง   ส่งคลัง    เข้าคลัง   หรือเก็บในคลัง ”
    ถ้าพูดถึง “ ของใส่หีบ  ใส่ตู้  ใส่ถุง ”ก็ว่า    “ ของในหีบ  ในตู้  ในถุง ”  ถ้าพูดถึงกริยาก็ว่า“ เข้าหีบ  เข้าตู้   เข้าถุง ”
    “ ใส่ยุ้ง   ใส่ฉาง ”    ก็ว่า        “ ขึ้นยุ้ง   ขึ้นฉาง ”
    “ ใส่เรือ  ใส่รถ ”   ถ้าเป็นสินค้าหรือของมากก็ว่า    “ บรรทุกเรือ   บรรทุกรถ ”   ถ้าเป็นของน้อยก็ว่า      “ ไว้ในเรือ  ไว้ในรถ ”
    “ ใส่ช้าง   ใส่เกวียน  ใส่ต่าง” ถ้ามาก    ก็ว่า“ บรรทุกช้าง   บรรทุกเกวียน  บรรทุกต่าง ”  ถ้าน้อยก็ว่า  “ ขึ้นช้าง  ขึ้นเกวียน    ขึ้นต่าง ”
    “ ใส่กระบุง   ตะกร้า   ตะแกรง ”          ก็ว่า    “ ไว้ในกระบุง    ตะกร้า    ตะแกรง ”
    “ ใส่กุญแจ   ใส่กลอน ”    ก็ว่า    “ ลั่นกุญแจ  ลั่นกลอน ”
    “ ตักน้ำใส่ตุ่ม   ใส่ถัง ”    ก็ว่า    “ ขังตุ่ม    ขังถัง ”
    “ ใส่หมุด ”   คำนี้  ถ้าเป็นหมุดแผง    ก็ว่า    “ สอดหมุด ”  ถ้าเป็นหมุดตรึงหรือหมุดขัดสิ่งของใด  ๆ   ก็ว่า  “ ตรึงหมุด  ขัดหมุด ”
      “ ใส่ยา ”            ก็ว่า    “ ทายา   ปิดยา   พอกยา ”
    “ บ้วนใส่กระโถน ”    ก็ว่า        “ บ้วนลงกระโถน ”
   
มีบางคำที่ฟังดูเคอะเขิน   เช่น   การจะกราบบังคมทูลพระกรุณาถึงสิ่งที่สกปรกหรือลามกอนาจาร  เช่น   กราบบังคมทูลถวายรายงานอาการไข้   เมื่อจะกล่าวถึงการถ่ายอุจจาระ   ปัสสาวะ   มักใช้ว่า  “ ไม่ควรจะกราบบังคมทูลพระกรุณาคนไข้ได้ปัสสาวะ  ๕  ครั้ง  อุจจาระ  ๒  ครั้ง ”  ดังนี้    พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชบันทึกมาเป็นการล้อ  ๆ   ในรายงานอาการไข้ว่าเมื่อไม่ควรกราบบังคมทูลพระกรุณา  แล้วบอกมาทำไม ”   ดังนี้
    ในสมัยรัชกาลที่  ๖   พระองค์ได้โปรดให้ใช้ราชาศัพท์บางอย่าง   เช่น   เงิน  ๒  บาท  ให้กราบบังคมทูลว่า  ๒  บาทไม่โปรดให้ใช้แปดสลึงหรือกี่ตำลึง    ท่านว่าทำให้ย้อนไปนึกถึงความหยาบโลน   แต่นี้เป็นเพียงพระราชอัธยาศัยภายในเท่านั้น       








 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!พีเดีย > หมวดความรู้ > ภาษาและวรรณกรรม > ภาษาไทย > บทความพีเดียเรื่อง : คำสุภาพ