|
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ค.ศ. 2008 (United States presidential election, 2008)
วาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของจอร์จ ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐฯ จะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2009 แต่ในขณะนี้การแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ผู้นำต่อจากบุชกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นขึ้นทุกขณะ ตามปกติแล้ว พรรคการเมืองใหญ่จะเสนอชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการในระหว่างช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมถึงต้นสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้มีเวลารณรงค์หาเสียงอย่างเต็มที่เป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ต่อไปนี้เป็นคำถามและคำตอบเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งล่าสุดของสหรัฐฯ Q: การเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อไร A: กำหนดวันเลือกตั้งตรงกับวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2008 Q: เป็นการเลือกตั้งอะไรบ้าง A: ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ คนที่ 44 พร้อมกันกับการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกันใหม่ทั้งสภา และสมาชิกวุฒิสภาอีกหนึ่งในสามของสภา นอกจากนั้นยังมีการเลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐอีก 11 มลรัฐ และสมาชิกสภามลรัฐกับเจ้าหน้าที่บริหารตำแหน่งต่างๆ ในหลายมลรัฐด้วยกัน Q: มีใครลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบ้าง A: พรรคเดโมแครตส่งบารัค โอบามาเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขายังเป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคการเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ ด้วย โอบามาเลือกโจ ไบเดน วุฒิสมาชิกจากรัฐเดลาแวร์ เป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ส่วนรีพับลิกันเลือกจอห์น แมคเคน อดีตทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนามวัย 72 ปีเป็นผู้สมัครของพรรค และหากแมคเคนชนะการเลือกตั้งครั้งนี้เขาก็จะเป็นประธานาธิบดีที่มีอายุมากที่สุดในวันเข้าสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แมคเคนเลือกแซราห์ แพลิน ผู้ว่าการรัฐแอแลสกา วัย 44 ปี เป็นคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี นอกจากนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ยังมีข้อแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อนๆ ในแง่ที่ว่า นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1928 ที่ไม่มีผู้สมัครที่เคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือรองประธานาธิบดีลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง ส่วนบุชนั้นไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ Q: พรรคไหนมีโอกาสชนะ A: ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนใหญ่มีความนิยมในรัฐบาลของบุชน้อยลง เมื่อผนวกเรื่องนี้เข้ากับภาวะเศรษฐกิจอันย่ำแย่ จึงดูเหมือนว่าเดโมแครตจะเป็นฝายได้เปรียบ นอกจากนั้น คนที่ระบุว่าจะเลือกเดโมแครตก็มีจำนวนมากกว่าคนที่ระบุว่าจะเลือกรีพับลิกันด้วย ผลสำรวจของพิวรีเสิร์ชเซ็นเตอร์ระบุด้วยว่า คนที่เลือกพรรคทั้งสองนี้มีจำนวนแตกต่างกัน มากที่สุดเท่าที่เคยมีบันทึกไว้ในรอบ 2 ทศวรรษ สำหรับรัฐสภาซึ่งเวลานี้เดโมแครตคุมเสียงส่วนใหญ่อยู่ มีคะแนนนิยมตกต่ำลงยิ่งกว่าบุชเสียอีก กระนั้นก็ยังคาดกันว่าเดโมแครตจะยังคงได้ที่นั่งเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา Q: ประเด็นหลักๆ ของการหาเสียงครั้งนี้มีเรื่องใดบ้าง A: ประเด็นเศรษฐกิจเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอเมริกัน ส่วนปัญหาอิรักก็เป็นเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง โดยที่ผู้สมัครของทั้งสองพรรคมีนโยบายต่างกันมาก คือ โอบามาให้คำมั่นว่าจะสั่งถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากอิรักโดยเร็ว แต่แมคเคนเห็นว่าควรค่อยๆ ถอนกำลังทหารออกมาเมื่อสถานการณ์ในอิรักมีเสถียรภาพ ส่วนเรื่องราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทั้งสองเห็นตรงกันว่าสหรัฐฯ ควรลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน แต่มีจุดเน้นแตกต่างกันไป กล่าวคือ แมคเคนต้องการให้สหรัฐฯ ขุดเจาะแหล่งน้ำมันใหม่บริเวณนอกชายฝั่งของสหรัฐฯ แต่โอบามาเน้นไปที่เรื่องการยกระดับมาตรฐานเชื้อเพลิงที่ใช้กับรถยนต์ การปฏิรูปด้านระบบประกันสุขภาพเป็นประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญมากอีกประเด็นหนึ่ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหัวเสรีต้องการให้ประชาชนเข้าถึงการประกันสุขภาพได้มากขึ้น ส่วนพวกหัวอนุรักษนิยมต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายและลดค่าเบี้ยประกันสุขภาพลง ส่วนประเด็นทางสังคม เช่น การทำแท้ง การวิจัยเรื่องสเตมเซลล์ และการแต่งงานของพวกรักร่วมเพศ ดูเหมือนมีความสำคัญต่อการตัดสินใจลงคะแนนในครั้งนี้น้อยกว่าในการเลือกตั้งปี 2004 Q: การรณรงค์หาเสียงขณะนี้เป็นอย่างไร A: ผู้สมัครทั้งสองเน้นการรณรงค์หาเสียงในมลรัฐที่ต้องขับเคี่ยวชิงคะแนนกันอย่างสูง จนประชาชนในมลรัฐสำคัญๆ รู้สึกว่ามีโฆษณาหาเสียงกระหน่ำทางโทรทัศน์อย่างมากมาย ยิ่งกว่านั้น บารัค โอบามาก็ยังซื้อเวลาโฆษณาทางโทรทัศน์ทั่วประเทศนานถึงครึ่งชั่วโมง เพื่อทุ่มหาเสียงในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งอีกด้วย Q: มลรัฐที่เป็นสนามเลือกตั้งสำคัญมีรัฐใดบ้าง A: ในระยะหลังๆ มานี้มลรัฐทางฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่เลือกเดโมแครต ส่วนรัฐอื่นๆ นอกจากนี้นิยมเลือกรีพับลิกัน อย่างไรก็ตาม มีบางมลรัฐที่คะแนนนิยมของสองพรรคยังก้ำกึ่งกันอยู่ อย่างเช่น ฟลอริดา โอไฮโอ เพนซิลเวเนีย (รัฐเหล่านี้มีคณะผู้เลือกตั้ง 20 คน หรือมากกว่านั้น) นอกจากนั้นยังมีโคโลราโด อินดีแอนา มิสซูรี เนวาดา นิวเม็กซิโก นอร์ทแคโรไลนา นอร์ทดาโคตา เวอร์จิเนีย และเวสต์เวอร์จิเนีย โดยที่ผ่านมาเวอร์จิเนียและนอร์ทดาโคตาไม่เคยเลือกประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตเลยนับตั้งแต่ปี 1964 Q: ผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้เป็นประธานาธิบดีใช่หรือไม่ A: ไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป เพราะในทางเทคนิคแล้วผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ได้เป็นผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรง พวกเขาเลือก คณะผู้เลือกตั้ง ที่ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นคนๆ ไป ดังนั้นคณะผู้เลือกตั้งจึงเป็นผู้ที่เลือกประธานาธิบดีอย่างแท้จริง (คณะผู้เลือกตั้งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 538 คน ในมลรัฐใหญ่จะมีจำนวนคณะเลือกตั้งมากกว่ามลรัฐขนาดเล็ก) นอกจากนั้น ในทุกๆ มลรัฐ ยกเว้นเมนและเนบราสกา ผู้สมัครที่ได้คะแนนจากผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมากที่สุด จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของรัฐนั้นไปทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่ว่า ผู้สมัครคนหนึ่งอาจจะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งสูงกว่าคู่แข่ง แต่ได้คะแนนเลือกตั้งจากผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศเป็นจำนวนน้อยกว่า Q: การเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งนี้มีผู้สมัครอื่นๆ อีกหรือไม่ A: มีผู้สมัครอิสระคือราล์ฟ เนเดอร์ ซึ่งเคยลงสมัครมาแล้วสองครั้งในปี 2000 และ 2004 เนเดอร์ถูกกล่าวหาว่าแย่งคะแนนพวกปีกซ้ายของเดโมแครตไปในการเลือกตั้งปี 2000 และทำให้จอร์จ ดับเบิลยู บุชชนะการเลือกตั้งครั้งนั้น แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาไม่ใช่ตัวแปรสำคัญในการแข่งขัน นอกจากนั้นก็ยังมีผู้สมัครที่เป็นพวกนิยมขวาคือ บ็อบ บาร์ แห่งพรรคลิเบอร์แทเรียน และยังมีผู้สมัครจากพรรคกรีนและพรรครัฐธรรมนูญอีกด้วย
ทีมา http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9510000129889
|
| บารัค โอบามา และ จอห์น แมคเคน |
 |
|
| บารัค โอบามา และ จอห์น แมคเคน |
 |
|
[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
|