สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ

  
 
  ความหมาย            
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > สิ่งแวดล้อม > บทความพีเดียเรื่อง : การเพาะเลี้ยงเต่าตนุในประเทศไทย
 
สนุก! พีเดีย
(2) 892 view
 

การเพาะเลี้ยงเต่าตนุในประเทศไทย

          เรื่องการเพาะเลี้ยงเต่าทะเลนี้ จะกล่าวถึงการเลี้ยงเต่าทะเลในด้านการเปรียบเทียบการเพาะฟักไข่ของเต่าตนุด้วยวิธีการต่าง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิที่ใช้ในการเพาะฟักไข่เต่าทะเล กับจำนวนวันทีใช้ในการเพาะฟักไข่เต่าทะเล การอนุบาลเต่าตนุ ปริมาณอาหารที่พอเหมาะสำหรับการเจริญเติบโตของเต่าหญ้า การคำนวณหาขนาดความยาวของกระดองในอายุต่างๆ ของเต่าหญ้า การทดลองขนย้ายลูกเต่าทะเลแรกเกิด และพ่อแม่พันธุ์ ดังนี้ คือ


[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

หัวข้อ
การเพาะเลี้ยงเต่าทะเล

(1) การเพาะฟักโดยวิธีธรรมชาติ

          จะเป็นการเพาะฟักไข่เต่าทะเลจากหลุมที่แม่เต่าได้เลือกและวางไข่ไว้ จะกระทำการโดย เฝ้าดูแม่เต่าขณะที่ขึ้นมาวางไข่ และทำการสังเกตลักษณะของหลุมที่แม่เต่าใช้วางไข่ ว่าอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่เจ้าหน้าที่จะสามารถมองเห็นได้สะดวก น้ำทะเลไม่ท่วมถึง และไม่มีศัตรูที่จะมากินไข่ เมื่อได้แล้วจึงนำสุ่ม ครอบปากหลุมเพื่อป้องกันลูกเต่าจะคลานลงทะเลเมื่อออจากไข่ และเพื่อป้องกันศัตรูหรือสัตว์อื่นที่จะมาทำอันตรายต่อไข่เต่าและลูกเต่าทะเล การเพาะฟักโดยวิธีธรรมชาตินี้จำเป็นที่จะต้องมีการคัดเลือหลุมไว้หลายหลุมเพื่อใช้เป็นตัวเปรียบเทียบกับการเพาะฟักด้วยวิธีอื่น ๆ และในแต่ละวันจะต้องมีการวัดอุณหภูมิตลอดเวลาโดยใช้เทอร์มอมิเตอร์ชนิดยาวปักลงในหลุมเพาะฟัก และวัดอุณหภูมิของอากาศทุก ๆวัน วันละ 6 ครั้ง คือ 6.00 9.00 12.00 15.00 18.00 และ 21.00 ตามลำดับ และเมื่อลูกเต่าแต่ละหลุมฟักออกเป็นตัวหมดแล้ว ต้องนับจำนวนไข่ที่ไม่ฟักตัว และจำนวนลูกเต่าทั้งหมดที่ได้ เพื่อหาจำนวนไข่ทั้งหมดที่ทำการฟัก

(2) การเพาะฟักโดยวิธีธรรมชาติแต่ใช้การย้ายหลุม

          จะกระทำโดยย้ายหลุมที่แม่เต่าได้เลือกและวางไข่เอาไว้ ไปเพาะฟักในหลุมที่มีการขุดขึ้นใหม่บริเวณ เกาะคราม จังหวัดชลบุรี และที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง ซึ่งได้มีการขุดหลุมเตรียมไว้ ขนาดของหลุมขึ้นอยู่กับจำนวนไข่ที่จะทำการเพาะฟักในแต่ละหลุม แต่ต้องมีขนาดความกว้างไม่กว้างกว่าขนาดของสุ่มที่จะใช้ครอบ เมื่อได้ขนาดหลุมตามที่ต้องการแล้ว จึงนำไข่ที่ได้มาจากหลุมตามธรรมชาติวางเรียงเป็นแถวในหลุมที่ขุดใหม่มีระยะห่าง 2-3 ซม. เมื่อวางเรียงกันเต็มชั้นแรกของก้นหลุมแล้ว ให้เอาทรายกลบให้หนาประมาณ 2-3 ซม. แล้วการเรียงไข่ต่อไปจนหมด และในชั้นสุดท้ายหรือชั้นบนสุดของไข่ในหลุมให้เอาทรายกลบให้หนา 20-30 ซม. จากผิวทรายแล้วเอาสุ่มครอบหลุมเพาะฟักและตลอดเวลาที่ทำการเพาะฟักต้องวัดอุณหภูมิในหลุมและอากาศทุกวันเช่นเดียวกับการเพาะฟักโดยธรรมชาติ

(3) การเพาะฟักในถังโฟม

          เป็นการทำการเพาะฟักไข่เต่าในกล่องโฟมทีมีขนาด กว้าง x ยาว x สูงประมาณ 34.5 x 46.5 x 30 ซม. โดยนำไข่มาใส่เรียงในถังโฟมที่มีทรายอยู่ก้นถังหนาประมาณ 10 ซม. เรียงให้เป็นแถว เว้นระยะไข่ประมาณ 2-3 ซม. จนเต็มก้นกล่องโฟม เอาทรายกลบหนาประมาณ 1-2 ซม. แล้วเรียงชั้นที่ 2 และ 3 เช่นเดียวกับชั้นแรก และเมื่อกลบทรายชั้นที่ 3 ระดับผิวบนทรายจะต้องต่ำกว่าปากถังโฟมประมาณ 10 ซม. เพื่อ ป้องกันลูกเต่าหนีออกไป นำถังโฟมไปตั้งให้ถูกแดดและละอองฝน แต่ต้องปิดฝาถังเมื่อฝนตก มิฉะนั้นน้ำจะขังที่ก้นถัง ตลอดการทำการเพาะฟักในถังโฟมต้องคอยสังเกตทราย ถ้าแห้งจนเกินไปต้องประพรหมน้ำให้ทรายมีความชื้นบ้าง และทำการวัดอุณหภูมิในถังโฟมและอากาศทุกวัน เช่นเดียวกับการเพาะฟักแบบธรรมชาติและการย้ายหลุมเพาะฟัก

(4) การเพาะฟักในตู้อบ

          เป็นการเพาะฟักที่ใช้ตู้อบที่เปิดไฟให้ความร้อน โดยนำไข่ที่ได้จากหลุมที่แม่เต่าได้วางไข่ไว้ แล้วนำไข่ย้ายลงถังโฟม แบ่งไข่เป็น 2 ส่วนโดยส่วนที่ 1 ทำการเพาะฟักเช่นเดียวกับ (3) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบกับการเพาะฟักในตู้อบที่มีท่อออกซิเจนเป่าอากาศเข้าในถังโฟมที่อยู่ในตู้เพาะฟัก และคอยประพรมทรายในถังโฟมให้ชื้นอยู่ตลอดเวลาและทำการวัดอุณหภูมิในถังโฟม อากาศ และห้องทุกวันในเวลา 9.00 น. และ 16.00 น. หาความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิ และจำนวนวันที่ใช้ในการเพาะฟัก โดยนำอุณหภูมิและจำนวนที่ใช้ในการเพาะฟักด้วยวิธีต่างๆ มหาความสัมพันธ์ โดยใช้สูตรสมการเส้นตรง



การอนุบาลลูกเต่าทะเล

          เป็นการนำลูกเต่าแรกเกิดที่ได้ทำการเพาะฟักที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง และที่เกาะคราม จังหวัดชลบุรี แล้วนำมาทำการอนุบาลที่ สถานีอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล เกาะมันใน จังหวัดระยอง โดยการนำลูกเต่าลงอนุบาลที่บ่ออนุบาลกลมใหญ่ที่ทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.00 เมตร บ่อเรียงกันเป็นแถวคู่ ตรงกลางมีรางส่งน้ำ ก้นมีท่อระบายน้ำและท่อปรับระดับน้ำ เวลาที่จะเปลี่ยนน้ำต้องใช้เครื่องสูบน้ำจากทะเลเข้ารางส่งน้ำ และจากรางส่งน้ำจึงจ่ายไปยังบ่อต่าง ๆ ที่มีจำนวนถึง 100 บ่อ

          ส่วนจำนวนลูกเต่าที่อนุบาลในแต่ละบ่อมีจำนวน 25-30 ตัว มีระดับน้ำสูงจากก้นบ่อประมาณ 30 เซนติเมตร หรือเลี้ยงลูกเต่าทะเลให้มีความหนาแน่นประมาณ 100 ตัว ต่อปริมาณน้ำ 1 คิวบิกเมตร โดยมีการแยกลูกเต่าที่เพาะฟักที่เกาะมันในลงเลี้ยงในแถวขวาส่วนที่ลูกเต่าที่เพาะฟักที่เกาะครามลงเลี้ยงในบ่อแถวซ้าย เมื่อลูกเต่าโตขึ้นต้องมีการเพิ่มระดับน้ำในบ่อให้มากขึ้น และลดจำนวนลูกเต่าในบ่อให้น้อยลง เพื่อให้มีปริมาณที่หนาแน่นจนเกินไป บ่อและน้ำทะเลที่ใช้ในการอนุบาลลูกเต่าทะเลจะต้องมีการทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำทุกวัน
การเตรียมอาหารสำหรับลูกเต่าทะเล

          อาหารที่ใช้ในการให้อาหารแก่ลูกเต่าทะเล เป็นพวก ปลาหลังเขียวหรือเป็นปลาเป็ดชนิดอื่นๆ ที่ยังสดมาตัดหัวออกแล้วสับหรือบด สำหรับลูกเต่าวัยอ่อนที่มีอายุระหว่าง 1 อาทิตย์ ถึง 3 เดือน ต้องให้ปลาบดแต่ไม่ต้องละเอียดมากนัก เพราะถ้าเนื้อปลาละเอียดมาเนื้อปลาจะไหลไปตามน้ำ ส่วนเต่าทะเลที่มีอายุประมาณ 3 เดือนขึ้นไป จะต้องหั่นเนื้อปลาเป็นชิ้นเล็กๆ ที่มีขนาด 1 x 1 ซม. ครั้นเมื่อเต่าทะเลโตและมีขนาดเล็กหรือปลาเป็ดชนิดอื่นๆ ทั้งตัว

 




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
ปริมาณอาหารที่พอเหมาะสำหรับเลี้ยงลูกเต่าหญ้า

          เป็นการทดลองเกี่ยวกับให้อาหารลูกเต่าหญ้า เพื่อหาประมาณอาหารที่มีพอเหมาะสำหรับที่จะใช้ในการเลี้ยงลูกเต่าในแต่ละวัน เพื่อให้มีการเจริญเติบโตดีที่สุด โดยคัดเลือกลูกเต่าอายุประมาณ 3 และ 8.5 เดือน ที่มีสภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และมีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกันขนาดละ 12 ตัว แล้วแบ่งเป็นชุด ชุดละ 4 ตัวแล้วนำไปทดลองในตู้แก้ว ขนาดบรรจุ 20 ลิตร ตู้ละ 1 ตัว เพื่อให้เต่าเคยชินกับสภาพตู้เลี้ยงอาหาร เป็นเวลา 10 วัน มีระบบที่ให้น้ำทะเลไหลเข้า – ออกโดยปรับให้มีน้ำหมุนเวียนในระดับที่คงที่ เปิดฝาตู้ให้อากาศถ่ายเท และควบคุมความเค็ม ให้มีปริมาณ 30-32% ความเป็นกรดเป็นด่างที่ pH 8.00 อุณหภูมิ 26-30 องศาเซลเซียส และออกซิเจนมีปริมาณ 4-5 ml / 1 การทดลองนี้ได้ดำเนินการเมื่อ พ.ศ. 2526 ณ สถาบันชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต

          โดยเริ่มให้อาหารเต่าในตู้ที่ 1 เวลา 9.00 น ของทุกวัน โดยวิธีการป้อนอาหารเข้าปากเต่าจนลูกเต่าไม่ยอมกินอาหารต่อไป แล้วอีกประมาณ 15 นาที จึงทำการป้อนใหม่ ถ้าลูกเต่าไม่ยอมกินอาหารอีกให้นำเต่ามาหาน้ำหนักตัวทั้งหมดที่ลูกเต่ากินอาหารในวันนั้น ส่วนในตู้ที่ 2 และ 3 ให้อาหารปริมาณ 2 / 3 และ 1 / 3 ของน้ำหนักอาหารที่ให้ในตู้ที่ 1 และส่วนเต่าในตู้ที่ 4 ไม่ให้อาหารเลย เพื่อเป็นการอดอาหารในตู้ควบคุม ทำการทดลองซ้ำอีก 2 ชุด ทำการทดลองจนครบ 24 วัน วัดความยาวกระดองและชั่งน้ำหนักเต่าทะเลทุก ๆ 4 วัน ตลอดระยะเวลาทำการทดลอง แล้วคำนวณหาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการเจริญเติบโตในแต่ละวัน และอัตราการให้อาหาร ตามสูตรของ Nuitija and Uchida (1982)

        g  = af – b
        g  = (1 / t ) (Wt-Wo) / Wt / 2 100
และ  f  = ( 1 / tO ) (F / W t / 2) 100
เมื่อ  g  = อัตราการเจริญเติบโตในแต่ละวัน คิดเป็นร้อยละของน้ำหนักตัวเต่าเมื่อเริ่มทำการทดลอง
         f  = ปริมาณอาหารที่จะให้เต่ากินในแต่ละวัน มีหน่วยเป็นร้อยละของน้ำหนักตัวเต่า
      Wt  = น้ำหนักตัวของเต่าเมื่อเวลา t
      Wo  = น้ำหนักตัวเต่า เมื่อเริ่มต้นการทดลอง (t = o )
       Wt / 2  = น้ำหนักตัวเต่าที่เวลา 1 / 2 ของการทดลอง
       T  = ระยะเวลาที่ทำการทดลอง มีหน่วยเป็นวัน
       F  = ปริมารอาหารทั้งหมดที่เต่ากินมีหน่วยเป็นกรัม
       A&b  = ค่าคงที่



การเจริญเติบโต

          นำลูกเต่าทะเล (เต่าหญ้า) จำนวน 20 ตัว มาทำการชั่งน้ำหนัก และความยาว ของกระดองตามแนวตรง ด้วยวอร์เนีย แคลิเปอร์ (Vernier Caliper ) ทุกตัว แล้วนำลงเลี้ยงในถังโพลีแอทเธอลีน (Polyethylene tank ) ขนาด 200 x 100 x 80 ซม. ในถังน้ำทะเลที่มีความเค็มระหว่าง 31.17-32.16 % ออกซิเจน 2.84-4.47 มิลลิเมตร / ลิตร และมีความเป็นกรดด่าง 8.11-8.20 และมีการเปลี่ยนน้ำทะเลทุกวันหลังจากได้ให้อาหารเต่าในตอนเช้า ส่วนอาหารที่ให้ลูกเต่าทะเลจะใช้เนื้อปลาสดหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ในปีที่ 1 และ 2 ของการทดลองได้วัดความยาวของกระดองเต่าตามแนวตรงทุกเดือน ปี่ที่ 7 และ 8 วัดความยาวกระดองเต่าจำนวน 6 ตัว ปีละครั้ง การทดลองนี้ทำในปี พ.ศ. 2516-2524 ณ สถาบันชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต

          นำค่าที่วัดได้มาหาความยาวเฉลี่ยตั้งแต่เมื่อเริ่มออกจากไข่ , อายุ 1 ปี และ 7 ปี หาความยาวกระดองที่เพิ่มขนาดขึ้นในเวลา 1 ปี ตามช่วงอายุดังกล่าว เขียนเส้นตรงแสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าทั้งสอง โดยให้ค่าความยาวที่เพิ่มขึ้นอยู่บนแกน Y ส่วนค่าความยาวเฉลี่ยเมื่อเต่าออกจากไข่ อายุ 1 ปี และ 7 ปี อยู่บนแกน x ซึ่งจะได้ค่าความยาวสูงสุด และหาความสัมประสิทธ์ของการเจริญเติบโตจากความเอียงของเส้นตรงที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างค่าทั้งสองจาก Slope = I - ek

          ส่วนในค่าอายุเมื่อความยาวของกระดองเต่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งได้มาจากเวลาที่ใช้ในการเพาะฟักเต่าหญ้า ซึ่งมีค่าประมาณ 60 วัน หรือ –0.16 ปี และจากนี้จึงนำมาคำนวณค่าความยาวของกระดอกที่อายุต่าง ๆ ตามสมการ Von Bertainffy (1938) ดังนี้

   Lt  = L ( I-e –k(t-to)
เมื่อ  Lt  = ความยาวของกระดองเต่า วัดตามแนวตรง (ไม่รวมความยาวคอและหัว) เมื่ออายุ มีหน่วยเป็น ซม.
   L  = ความยาวกระดองสูงสุด เมื่อ t- -
   K  = สัมประสิทธิ์ของการเจริญเติบโต
   T  = เวลามีหน่วยเป็นปี
   To  = อายุที่มีความยาวกระดองเป็นศูนย์ (ประมาณ 60 วันหรือ – 0.16 ปี )
 
     




[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
การขนย้ายลูกเต่าและพ่อแม่พันธุ์เต่าทะเล

ลูกเต่าแรกเกิด

          ในปี พ.ศ. 2516 ได้มีการขนย้ายลูกเต่าเกิดขึ้นซึ่งเป็นลูเต่าตุ่นแรกเกิด จากจังหวัดปัตตานี อายุ 3-6 เดือน จำนวน 210 ตัว โดยวิธีการใช้ขี้เลื่อยประพรหมน้ำให้เปียก วางรองที่ก้นที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 ซม. มีความสูงประมาณ 50 ซม. แล้วจึงนำลูกเต่าวางเรียงกันเป็นชั้น แต่ละชั้นใช้ขี้เลื่อยรองก้นให้หนาประมาณ 3-5 ซม. และในชั้นบนสุดหนาประมาณ 10-15 ซม. และใช้น้ำแข็งก้อนวางทับไว้ด้านบน เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิ และเพื่อให้ขี้เลื่อยชุ่มน้ำอยู่ตลอดเวลา นำเข่งที่มีการบรรจุลูกเต่าไปวางไว้ท้ายรถกะบะหลังคาผ้าใบ เพื่อนำไปอนุบาลที่ สถาบันชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต
ลูกเต่าอายุ 3-6 เดือน

          ในวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2522 ได้มีการทำการขนย้ายลูกเต่าหญ้า อายุ 3-6 เดือน จำนวน 210 ตัว จากสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต ไปทำการอนุบาลที่กรุงเทพมหานครเป็นเวลา 4-5 วัน แล้วนำไปปล่อย ที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง เมื่อ วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2522 โดยวิธีการนำลูกเต่าใส่กะละมังพลาสติกที่ไม่มีน้ำ และไม่ใส่ลูกเต่าจนแน่นทับกัน นำกะละมังที่ใส่ลูกเต่าวางใต้ที่นั่งรถตู้ขนาด 12 ที่นั่ง ภายในมีเครื่องปรับอากาศ และตลอดระยะเวลาในการเดินทางต้องมีการประพรมน้ำให้ลูกเต่ามีผิวที่เปียกชื้นตลอดเวลา
การขนย้ายพ่อแม่พันธ์เต่าทะเลโดยทางรถยนต์และเรือ

          (1) ในระหว่างวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2524 ได้มีการทำการขนย้ายพ่อแม่พันธุ์เต่าหญ้าจำนวน 52 ตัว เต่าตนุจำนวน 16 ตัว และ เต่ากระจำนวน 10 ตัว ซึ่งเป็นเต่าทะเลพ่อแม่พันธุ์ที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่ฟักออกจากไข่ จนมีอายุ 7-10 ปี จากสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จังหวัดภูเก็ต โดยการใช้วิธีการนำกระสอบป่านมาชุบน้ำให้เปียกเย็บคลุมตัวเต่า และทำการนำเต่าลำเลียงขึ้นรถบรรทุก 10 ล้อ เพื่อไปลงเรือประมง 11 ณ ท่าเทียบเรือประมงขนอมจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเดินทางไปที่เกาะมันใน จังหวัดระยอง เพื่อทำการเลี้ยงในบ่อดินที่มีขนาด กว้าง x ยาว x ลึก ประมาณ 40 x 100 x 5 เมตร

          (2) เมื่อในวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2524 ได้มีการทำการขนย้ายพ่อแม่พันธุ์เต่าหญ้าที่มีอายุประมาณ 6 ปี จำนวน 4 ตัว จากศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ ด้วยวิธีการจับเต่าวางไว้ท้ายรถกระบะที่มีหลังคาผ้าใบคลุม แล้วเดินทางไปที่อ่าวมะขามป้อม อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อทำการขนย้ายเต่าทะเลลงเรือและเดินทางไปที่เกะมันในเพื่อนำลงเลี้ยงในบ่อดินเช่นเดียวกัน
การขนย้ายเต่าวัยรุ่นโดยทางเครื่องบิน

          ในวันที่ 20 ตุลาคม 2534 ได้มีการขนย้ายเต่าหญ้าอายุ 3-4 ปี จำนวน 3 ตัว อายุ 6-7 ปี จำนวน 1 ตัวจากสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล ตามที่รัฐบาลญี่ปุ่นขอจากรัฐบาลไทยเพื่อทำการวิจัย โดยใช้กระสอบชุบน้ำหุ้มตัวเต่าแล้วบรรจุในลังไม้อัดและเชือกรัดป้องกันลังแตกกแล้วขนย้ายไปยังท่าอากาศยานนานาชาติ จังหวัดภูเก็ต เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงเทพมหานครแล้วเปลี่ยนสายการบินเดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น และเดินทางต่อไปทางรถยนต์ไปยังสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำของท่าเรือนาโกย่า เพื่อทำการศึกษาและวิจัยต่อไป

          จะเห็นได้ว่า การเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศได้มีการพัฒนาขึ้นมาก และจากตัวอย่างในเรื่องการเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทย ยิ่งทำให้ทราบว่า การเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทยนั้น ได้มีการดำเนินงานกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทำให้เชื่อได้แน่ว่าการเพาะเลี้ยงเต่าทะเลในประเทศไทยต้องประสบความสำเร็จในอนาคตอย่างแน่นอน

ที่มา www.talaythai.com

 



 

บทความพีเดีย อื่น ๆ  
 
บทความ ในหมวดสิ่งแวดล้อม หมวดความรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความหมายของมลพิษของน้ำ
น้ำค้าง
น้ำเสียจากโรงงานฟอกหนัง
ระบบนิเวศ (Ecosystem)
ระบบแอคติเวตเตดสลัดจ์ (ACTIVATED SLUDGE PROCESS)
ลูกโป่งสุริยะ เทคโนโลยีใหม่พลังงานแสงอาทิตย์
ลูกเห็บ
วิธีป้องกันน้ำเสียด้วยตัวเอง
สาเหตุของมลพิษทางน้ำ
เหมยขาบ
คณิตศาสตร์และสถิติ
ชีววิทยา
ดาราศาสตร์
ธรณีวิทยา
พฤกษศาสตร์และการเกษตร
ฟิสิกส์
วิทยาศาสตร์ทั่วไป
สัตวศาสตร์
สิ่งแวดล้อม
อุตสาหกรรม

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!
สนุก! พีเดีย > หมวดความรู้ > วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี > สิ่งแวดล้อม > บทความพีเดียเรื่อง : การเพาะเลี้ยงเต่าตนุในประเทศไทย