ผลการดำเนินงาน
จากการดำเนินงานพบว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 29 ราย เพิ่มผลผลิตข้าวสาลีจากเดิม เฉลี่ย 180 กิโลกรัม/ไร่ เป็น 320 กิโลกรัม/ไร่ โดยผลผลิตที่ได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ
1) เก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูการผลิตต่อไป
2) ส่งจำหน่ายให้กับบริษัทผลิตแป้งซึ่งที่ผ่านมาบริษัทแปซิฟิก ฟลาวมิลค์ จำกัด ให้การสนับสนุนรับซื้อในราคาประกัน และช่วยเหลือค่าขนส่งกับเกษตรกร
3) แปรรูปเป็นแป้งและผลิตภัณฑ์ในระดับท้องถิ่น
ทำให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการปลูกข้าวสาลีประมาณ 1,500 บาทต่อไร่ และจากการศึกษาเปรียบเทียบศักยภาพของสายพันธุ์ข้าวสาลีพบว่า สายพันธุ์ลำปาง 4 มีความเหมาะสมเนื่องจากสีเมล็ดเหลืองสว่างสม่ำเสมอ เมล็ดอวบ เปอร์เซ็นต์ความชื้นและเถ้าต่ำ แต่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงซึ่งเป็นคุณลักษณะที่ดีเป็นที่ต้องการในการผลิตแป้งระดับอุตสาหกรรม
โครงการฯ ได้พัฒนาเครื่องโม่แป้งข้าวสาลีต้นแบบ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตในระดับชุมชน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้มากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องที่ใช้ในที่อื่นๆ ของประทศไทย โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจากเดิม 60 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เป็น 190 กิโลกรัมต่อชั่วโมง เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตเป็นแป้งประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีเครื่องโม่แป้งข้าวสาลีต้นแบบเพื่อผลิตแป้งข้าวสาลีจำหน่าย และแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชน นอกจากนี้ โครงการฯ ได้ร่วมกับศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีสู่ชุมชน โดยการฝึกอบรมการแปรรูปแป้งข้าวสาลีเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เส้นบะหมี่ ขนม เพื่อการบริโภคในท้องถิ่น และจัดทำเป็นโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน เป็นการเพิ่มอาชีพทางเลือกให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
[กลับหัวข้อหลัก][ แก้ไข ] |