มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในสตรีทั่วโลก รองลงมาจากมะเร็งเต้านม สำหรับในประเทศไทยมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในมะเร็งของสตรีไทย สาเหตุของมะเร็งปากมดลูกที่แท้จริงไม่ทราบแน่นอน แต่สาเหตุสำคัญเท่าที่วิทยาการทางการแพทย์ตรวจพบได้ในปัจจุบัน คือ การติดเชื้อ human papilloma virus หรือ HPV บริเวณปากมดลูก เป็นสาเหตุจำเพาะของมะเร็งปากมดลูก ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เป็นเพียงปัจจัยส่งเสริมทำให้ปากมดลูกมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้มากขึ้นหรือง่ายขึ้น เช่นการมีคู่นอนหลายคน การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อย เป็นต้น
การตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบเก่า (Conventional pap Test) เป็นวิธีการที่ใช้ตรวจหามะเร็งปากมดลูก โดยทำการตรวจหาเซลล์มะเร็งที่ปากมดลูก หรือตรวจหาเซลล์ที่อาจจะกลายเป็นมะเร็ง โดยแพทย์ผู้ตรวจจะใช้อุปกรณ์ทำจากไม้แผ่นบางๆที่ปราศจากเชื้อ ป้ายนำเยื่อผิวบริเวณปากมดลูกแล้วป้ายลงบนแผ่นสไลด์แก้ว ส่งไปย้อมสีและส่องชันสูตรด้วยกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งการตรวจชนิดนี้ถูกค้นพบมานานกว่า 50 ปี ซึ่งวิธีแบบเก่านี้จะพบว่ามีการปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือด หรือการซ้อนทับกันของเซลล์หนาแน่น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะปิดบังเซลล์ที่มีความผิดปกติ นอกจากนี้ยังพบว่าเซลล์ที่เก็บโดยวิธีเก่านั้น จะหลุดหายไปกับอุปกรณ์เก็บตัวอย่าง ทั้งหมดนี้เป็นข้อจำกัดของการตรวจแบบเก่า ที่ทำให้การตรวจไม่พบความผิดปกติที่มีอยู่ได้
การตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบใหม่ (ThinPrep Pap Test) แตกต่างจากวิธีเก่า อย่างไร? ใช้อุปกรณ์เฉพาะ เก็บตัวอย่าง ป้ายนำเยื่อผิวบริเวณปากมดลูกเช่นเดิม แต่จะนำเซลล์ตัวอย่างที่เก็บมาได้ทั้งหมดใส่ลงในขวดน้ำยาเพื่อรักษาเซลล์ ซึ่งจะทำให้ได้เซลล์ตัวอย่างครบถ้วน แล้วนำเข้าเครื่องอัตโนมัติในการเตรียมเซลล์บนสไลด์แก้วจะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนของมูก เซลล์เม็ดเลือดแดง หรือลดการซ้อนทับกันของเซลล์ที่หนาแน่นเกินไป ทำให้เพิ่มโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น มีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่าการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกโดยวิธี ThinPrep (ตินแพร็พ) นั้นให้ผลที่ดีกว่าการตรวจแบบเก่าประมาณ 65% อย่างไรก็ตามวิธีการตรวจแบบ ตินแพร็พนั้นจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น
การใช้ HPV Test ร่วมกับ Pap Test ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก ในปัจจุบันได้มีการนำวิธีการตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงหรือ HPV DNA test มาใช้ร่วมกับการทำ Pap test (ThinPrep) ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในสตรีที่อายุมากกว่า 30 ปี และใช้ในการดูแลจัดการในกรณีที่ผลการตรวจ Pap test ก่ำกึ่ง เช่น ASC-US
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเชื้อ HPV และมะเร็งปากมดลูกที่ควรรู้ ๏ มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่สามารถป้องกันได้ สาเหตุของมะเร็งชนิดนี้เกิดจากเชื้อไวรัสที่ เรียกว่า แพปพิลโลมาไวรัส ของมนุษย์ หรือ human papilloma virus ซึ่งเรียกย่อๆ ว่าเชื้อ HPV ๏ สตรีประมาณ 8 ใน 10 คน จะติดเชื้อ HPV นี้ในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะไม่ทราบว่าเคยติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ เนื่องจากสตรีที่ติดเชื้อ HPV มักไม่มีอาการปรากฏชัดเจน ๏ การติดเชื้อ HPV เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยผ่านการสัมผัสระหว่างผิวหนังกับผิวหนัง การติดเชื้อสามารถเกิดขึ้น ได้ถึงแม้ว่าจะใช้ถุงยางอนามัยในการคุมกำเนิด เนื่องจากเชื้อ HPV สามารถเกาะอยู่ที่บริเวณอื่นของอวัยวะเพศชาย นอกจากองคชาติได้ ๏ ถึงแม้ว่าสตรีจะมีคู่นอนคนเดียวมาตลอด ก็มีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้ เชื้อไวรัสนี้สามารถอาศัยอยู่ภายในเซลล์ปากมดลูก เป็นเวลาหลายปี และอาจจะนานเป็น 10 ปีก็ได้ ถึงแม้ว่าการติดเชื้อ HPV จะเกิดขึ้นได้บ่อย แต่โอกาสที่จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกนั้นน้อยมากๆ การติดเชื้อ HPV มักไม่ปรากฏอาการชัดเจนเนื่องจากภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถปกป้องปากมดลูกได้ ๏ การตรวจพบเชื้อ HPV เป็นโรคหรือเป็นมะเร็ง เป็นเพียงการตรวจพบเชื้อ HPV ที่ปากมดลูกเท่านั้น เปรียบเสมือนกับ การตรวจพบเชื้อแบคทีเรียในช่องปากหรือลำไส้ใหญ่ ซึ่งไม่ทำให้เกิดโรค ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาสำหรับการตรวจพบ เชื้อ HPV อย่างเดียวที่ปากมดลูก ๏ เชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงมีความเกี่ยวโยงกับมะเร็งปากมดลูก ในขณะที่เชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำมีความเกี่ยวโยง กับหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศและผิวหนัง ความผิดปกติของเซลล์ที่จะคืบหน้ารุนแรงจนกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกจะ เกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการติดเชื้อHPV ชนิดความเสี่ยงสูงไม่หายไปเองเท่านั้น ๏ การทำ Pap test เป็นการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกโดยการเก็บตัวอย่างเซลล์จากปากมดลูก นำมาย้อมสี และ ตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์เพื่อตรวจหาเซลล์ที่ผิดปกติจากการติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูง ๏ HPV DNA Test เป็นการทดสอบทางโมเลกุล เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงที่อยู่ในเซลล์ปากมดลูก สามารถตรวจจากสิ่งส่งตรวจเดียวกับที่ทำ Pap Test (ThinPrep) ซึ่งเก็บเซลล์ตัวอย่างจากปากมดลูกไว้ในน้ำยารักษา สภาพเซลล์ หรือตรวจจากสิ่งส่งตรวจที่เก็บแยกต่างหากก็ได้ ๏ การทราบว่ามีเชื้อ HPV ที่ปากมดลูกช่วยให้แพทย์ - สามารถกำหนดช่วงความถี่ของการตรวจคัดโรคได้เหมาะสมมากขึ้น - สามารถพิจารณาการตรวจหรือหัตถการที่จำเป็นต้องทำเพิ่มเติม - ทราบว่าต้องให้การรักษาหรือไม่เพื่อไม่ให้ความผิดปกติคืบหน้ารุนแรงขึ้นจนกลายเป็นมะเร็ง
Pap testThipPrep คือ การตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก ที่เกิดจากการติดเชื้อ HPV มีวิธีจำกัดเหมือนการตรวจคัดกรองโรคอื่นๆ คือ อาจตรวจไม่พบเซลล์ที่ผิดปกติ ถ้าเซลล์เหล่านี้ไม่ได้ถูกเก็บเข้ามาในแผ่นกระจกหรือ สิ่งส่งตรวจ
HPV DNA Test คือ วิธีการทดสอบหาเชื้อ HPV ที่เป็นสาเหตุของเซลล์ปากมดลูกผิดปกติ ถ้าตรวจพบว่ามีเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงที่ปากมดลูก จะต้องตรวจติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกอย่างใกล้ชิด
หมายเหตุวิธีการอ้างอิงบทความนี้: 1. จตุพล ศรีสมบูรณ์.ฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส และมะเร็งปากมดลูก,กรุงเทพฯ : ทิม(ประเทศไทย).2549: 1-202.
ขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลพญาไท แหล่งที่มา : http://www.phyathai.com
|
| ภาพแสดงการเปรียบเทียบความแตกต่างของการตรวจทั้ง 2 วิธี |
 |
|
| แผนผังแสดงการใช้ HPV Test ร่วมกับ Pap Test ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก |
 |
|
[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]
|