สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 > ไม้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้
ไม้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
 
ไม้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้ โดย นายสมชาย พวงเพิกศึก
          ก่อนที่มนุษย์จะรู้จักนำเอาโลหะมาใช้ทำเครื่องใช้ต่างๆ นั้น มนุษย์ได้รู้จักนำเอาไม้มาใช้ทำสิ่งของ ต่างๆ ก่อน โดยเริ่มจากการรู้จักใช้ท่อนไม้เป็นอาวุธ และทำเครื่องทุ่นแรงต่างๆ เช่น คานงัด คราดเกลี่ยดิน เป็นต้น นักมนุษยศาสตร์คาดว่า มนุษย์รู้จักประดิษฐ์คิดค้นทำเครื่องมือใช้ ราวตอนปลายของยุคหิน (ประมาณ ๘,๐๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช) เริ่มด้วยการใช้หินหรือกระดูกสัตว์มาทำเป็นมีดหรือเครื่องมือขุดอย่างง่ายๆ ต่อมาเริ่มรู้จักเหลาไม้ทำเป็นแหลน หรือหลาวเอาไว้ล่าสัตว์ ทำเป็นไถเอาไว้พรวนดินเพื่อการเพาะปลูก จนกระทั่งถึงยุคเหล็ก และยุคทองแดงที่มนุษย์เริ่มรู้จักถลุงโลหะนำมาใช้ได้ แม้ว่าวิวัฒนาการทางโลหะได้เกิดขึ้นอย่างมากมายในปัจจุบันก็ตามไม้ก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของมนุษย์   หาได้ล้าสมัยไปไม่ ตรงกันข้าม กลับทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นอีกมาก ทั้งนี้ได้อาศัยวิชาการใหม่ๆ ขยายการใช้ไม้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีก
         เราใช้ไม้เกือบทุกส่วนของต้นไม้ นับตั้งแต่รากไม้บางอย่างใช้ทำยา สกัดยา สี น้ำมันจากเปลือกไม้ ใช้ใบไม้ห่อของ มุงหลังคา ทำอาหารและยา แต่ส่วนใหญ่เราได้ประโยชน์จากการใช้เนื้อไม้ โดยการเลื่อยออกเป็นแผ่นแล้วใช้ทำบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เครื่องเรือน พาหนะ เครื่องใช้ไม้สอยอีกมากมาย ทั้งนี้ เพราะไม้เป็นวัสดุจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสม
         แก่การก่อสร้างเกือบทุกชนิด เมื่อพิจารณาถึงราคาความสะดวกในการจัดหา ความแข็งแรงต่อหน่วย  น้ำหนัก ความสะดวกในการแปรรูป ตลอดจนความ  สวยงามตามธรรมชาติของมัน เราอาจจะพูดได้ว่าไม่มีวัสดุใดที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาความเจริญของมนุษยชาติเทียบเท่าไม้
          ไม้หรือเนื้อไม้คือส่วนใหญ่ของลำต้น ไม้ประเภทใบเลี้ยงคู่ซึ่งประกอบด้วยเซลล์ของเนื้อไม้ที่ตายแล้วเป็นจำนวนมากจะมีความแข็ง เพราะประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า เซลลูโลส (cellulose) ติดแน่นเป็นลำต้น และมีวัสดุประสานเรียกว่า ลิกนิน (lignin)
           แก่นของต้นไม้ยืนต้นนี้เรานำมาทำประโยชน์ต่างๆ เราตัดต้นไม้มาจากป่าเขาแล้วลำเลียงท่อนซุงไปยังโรงเลื่อย เพื่อปอกเปลือกและเลื่อยออก การเลื่อยอาจจะเลื่อยออกเป็นแว่นๆ ตามแนวรัศมีของลำต้น  เช่น ต้นมะขาม เพื่อทำเป็นเขียงไว้ใช้หั่นหรือสับของแต่ส่วนใหญ่เขาจะเลื่อยต้นไม้ตามแนวยาว เพื่อทำเป็นไม้กระดาน โดยผ่านท่อนซุงเข้าไปหาเลื่อยวงเดือน    หรือเลื่อยแผ่นขนาดใหญ่ ชำแหละต้นไม้ออกเป็นไม้กระดานขนาดต่างๆ เพื่อใช้งานต่างๆ กัน เช่น เป็นท่อนใหญ่ๆ ใช้ทำเสาเรือน ตอม่อสะพาน หมอนหนุนรางรถไฟ เป็นแผ่นกระดานปูพื้นเรียบ หรือตีฝาเรือน เป็นต้น แต่เราไม่นิยมนำไม้ที่เลื่อยสดๆ จากต้นไม้ไปทำประโยชน์ทันที ทั้งนี้เพราะไม้ที่ยังสดอยู่มาก ยังมีน้ำอยู่ ไม้อาจจะบิดงอได้จึงมักจะนำไปผึ่งแดดหรืออบความร้อน ให้ความชื้นที่มีอยู่ในเนื้อไม้ออกไปเสียก่อน จึงจะนำไม้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ช้างไม้แกะสลัก


ภาชนะที่ทำจากไม้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ไม้อัด

         แม้ว่าจะมีการคิดทำไม้อัด (plywood) ใช้มานานแล้วก็ตาม การผลิตไม้อัดออกใช้เป็นล่ำเป็นสัน ก็เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้เอง กล่าวคือ เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีการนำเอาไม้อัดมาใช้ มากมายเพราะไม้อัดมีคุณสมบัติดีที่แข็งแรงทั้งๆ ที่แผ่นบางนี่เอง เขาพยายามใช้ไม้อัดทำเครื่องบิน  แต่ไม้อัดในสมัยนั้นอัดติดกันด้วยกาวธรรมชาติธรรมดา ซึ่งดูดความชื้นได้ ทำให้ไม้อัดโป่งแยกออกเป็นชั้นๆ เสียหมดต่อมาวิวัฒนาการคิดค้นหากาวที่กันน้ำได้  และกาวสังเคราะห์บางอย่างที่ใช้ได้ดีกว่ากาวธรรมชาติ ไม้อัดในสมัยปัจจุบันจึงมีคุณภาพดีกว่าเดิมมาก
         เป็นเรื่องที่น่าคิดอยู่ว่าเหตุใดเราจึงจะต้องวุ่นวายไปเอาไม้แผ่นบางๆ หลายๆ แผ่นมาเชื่อมติดเป็นแผ่นเดียว ในเมื่อเราสามารถที่จะเลื่อยไม้แผ่นเดียวที่มีความหนาเท่ากันได้ เหตุผลก็คือว่าตามธรรมชาติของเนื้อไม้โดยปกติแล้ว จะมีความแข็งแรงตามแนวลายไม้ แต่จะอ่อนแตกหักง่ายในแนวตั้งฉากกับแนวลายไม้ ดังนั้น ไม้แผ่นบางๆ แผ่นเดียวจะแตกหักง่ายแต่ถ้าเราเอาไม้แผ่นบางๆ หลายๆ แผ่นมาเชื่อมติดกันโดยที่เอาแนวลายไม้สลับตั้งได้ฉากกัน เราก็จะได้ไม้อัด
แผ่นหนึ่งซึ่งมีความแข็งแรง ไม่แตกหักง่ายในทุกทิศทาง จะเห็นได้ว่าเราสามารถตอกตะปูให้ชิดขอบของ
แผ่นไม้อัดได้มากกว่าแผ่นไม้ธรรมดาที่มีขนาดเดียวกัน


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
กรรมวิธีทำไม้อัด
          เริ่มด้วยการเอาท่อนซุงมาอบด้วยไอน้ำ เพื่อให้เนื้อไม้มีความชื้นเท่ากันโดยตลอด และเพื่อให้เนื้อไม้อ่อนตัวลง (เพื่อให้สะดวกแก่การฝานหรือปอกให้เป็นแผ่นบางๆ) เมื่ออบไม้จนชื้นและอ่อนตัวพอเหมาะแล้ว ก็จะจัดการลอกเปลือกไม้ออก เลื่อยออกเป็นท่อนๆ ได้ความยาวตามที่ต้องการ  แล้วจึงนำไปปอกเป็นแผ่นบางๆ โดยเครื่องปอกที่มีลักษณะคล้ายเครื่องกลึง กล่าวคือ ท่อนซุงจะถูกหนุนเข้าไปหาใบมีด ใบมีดจะฝานท่อนซุงตามแนวยาวออกได้เป็นแถบบางๆ จากนั้นจะถูกตัดออกเป็นแผ่นๆ ตามขนาดต่อไป แผ่นไม้บางที่ได้นี้จะต้องอบให้แห้งสนิทแล้วนำไปผ่านเครื่องทากาว เครื่องจะทากาวเป็นชั้นบางๆ ทั่วแผ่นไม้ จากนั้นจะนำไปอัดโดยสลับแนวลายไม้ในแต่ละชั้นดังกล่าวแล้วข้างต้น ในเครื่องอัดไม้ที่ใช้แรงอัดสูง โดยมีความร้อนช่วย ในที่สุดก็จะได้แผ่นไม้อัดที่พร้อมจะนำไปใช้ได้ ภายหลังที่ได้รับการตกแต่งขอบ ตัดริมและขัดกระดาษทรายให้เรียบร้อยแล้ว
           เป็นที่น่าสังเกตว่าเขานิยมใช้ไม้ที่มีลายไม่ค่อยสวย ราคาถูกเป็นไส้ในและใช้ไม้ที่มีลายสวยงามราคาแพงประกบอยู่ข้างนอก เพื่อทำให้ราคาถูกลง

(ดูเพิ่มเติมเรื่อง ยางพารา และ ผลิตผลป่าไม้ เล่ม ๓)
[กลับหัวข้อหลัก]

แผนภาพแสดงกรรมวิธีทำไม้อัด

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายชูศักดิ์ แช่มเกษม
• นายสมชาย พวงเพิกศึก

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กรุงเทพมหานคร
การถลุงเหล็ก
การวัดหาและบอกเวลา
ธนาคาร
ประวัติการไปรษณีย์สากล
พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
มหาราชในประวัติศาสตร์ไทย
สถาบันการศึกษา ในกรุงเทพมหานคร
อะลูมิเนียม
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2 > ไม้และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไม้