โรคที่ทำลายตัวไหมมีหลายชนิด ซึ่งเกิดจากเชื้อรา บัคเตรีไวรัส และเชื้อโปรโตซัว โรคที่สำคัญๆ ได้แก่
โรคหัวส่อง (Flasherie:
Cytoplasmic Polyhedrosis Virus)
เกิดจากเชื้อไวรัส เมื่อหนอนไหมเป็นโรคจะเบื่ออาหารสำรอกน้ำย่อย และถ่ายมูลติดกันเป็นสารคล้ายลูกประคำออกมาส่วนอกด้านบนของหนอนจะใสเมื่อส่องกับแสงจะโปร่งใส เมื่อเป็นมาก เชื้อไวรัสจะทำลายกระเพาะอาหาร ทำให้เซลล์ที่กระเพาะแตกเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น เมื่อผ่าดูจะเห็นได้ชัด ลักษณะภายนอกหนอนไหมจะมีอาการท้องเดิน มูลมีสีขาวขุ่น สำรอกน้ำย่อยมากขึ้น เมื่อตายผนังลำตัวจะเหนียวไม่แตกง่าย แต่อวัยวะภายในจะเน่าเละเป็นน้ำสีคล้ำๆ มักเป็นมากในวัยแก่
โรคเพบริน (Pebrin:
Nosema bombycisNageli)
เกิดจากเชื้อโรคโปรโตซัว หนอนไหมที่ติดเชื้อถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ เมื่อหนอนเป็นโรคมักไม่ค่อยลอกคราบ ตัวจะเริ่มเล็กลง เบื่ออาหาร ในที่สุดก็จะตาย หนอนไหมวัยแก่ถ้าได้รับเชื้อโดยเข้าทางปากจะไม่ตาย สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้จนเป็นผีเสื้อวางไข่ได้ แต่เป็นไข่มีเชื้อโรคเพบรินแฝงอยู่ เมื่อฟักออกมา หนอนก็ติดเชื้อมาแต่กำเนิดมักจะตายภายใน ๔-๕ วัน
โรคตัวเหลือง (Grassarie:
Nuclear Polyhedrosis Virus)
ออกจากกลุ่มเดินไม่ค่อยตรงทาง ลำตัวคดไปมา มักเป็นมากกับหนอนไหมวัยแก่
โรคมัมมี่ (Muscardines)เกิดจากเชื้อรา ทำให้ไหมตาย เชื้อเข้าทางผิวหนัง เมื่อไหมตายเชื้อราจะเจริญบนตัวหนอน ทำให้สภาพซากหนอนไม่เน่า จะแห้งแข็งเป็นมัมมี่
บัญญัติ ๑๐ ประการในการป้องกันโรคไหม
๑. ก่อนทำการเลี้ยงไหม ควรทำความสะอาดโรงเลี้ยงหรือห้องเลี้ยงไหม โดยกวาดฝุ่นละอองขนาดใหญ่ออกไปเผาหรือฝังให้ลึก
๒. ฉีดฟอร์มาลิน ๓ เปอร์เซ็นต์ ในห้องเลี้ยง พร้อมอุปกรณ์ให้ทั่ว แล้วปิดทิ้งไว้ ๒๔ ชั่วโมง
๓. ล้างห้องเลี้ยงและอุปกรณ์ที่จะใช้ให้สะอาด
๔. นำอุปกรณ์ทุกชิ้นไปผึ่งแดดให้ถูกแสงแดดโดยตรงมากที่สุด
๕. ตรวจไข่ที่จะใช้เลี้ยงว่าปลอดโรคหรือไม่
๖. รักษาอุณหภูมิความชื้นให้เหมาะสมในห้องเลี้ยงไหมวัยอ่อน อุณหภูมิ ๒๖-๒๘ องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ไหมวัยแก่อุณหภูมิ ๒๓-๒๔องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์
๗. ให้ใบหม่อนที่ดีอย่างเพียงพอ แต่ไม่มากจนเกินไป
๘. ใช้ยาซีรีแซน ๕ เปอร์เซ็นต์ (ยาซีรีแซน : ปูนขาว อัตรา ๑ : ๑๙) หรือแพบโซล (ฟอร์มาลินผง ๑ เปอร์เซ็นต์)โรยตัวหนอนไหมก่อนให้อาหารทุกครั้ง เพื่อป้องกันโรครา
๙. ระมัดระวังรักษาอย่าให้หนอนไหมเกิดบาดแผล ซึ่งเป็นช่องทางให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ตัวหนอนไหม ทำอันตรายกับไหมได้
๑๐. เมื่อพบไหมเป็นโรค แม้ว่ายังไม่ตายต้องรีบแยกออกโดยเร็ว แล้วนำไปเผาไฟหรือฝังให้ลึก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังตัวอื่น
[กลับหัวข้อหลัก]