สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24 > โรคเกิดจากแบคทีเรีย
โรคเกิดจากแบคทีเรีย  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24
 
โรคเกิดจากแบคทีเรีย โดย นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ
          ได้แก่ กลุ่มอาการท๊อกซิก-ช็อก กลุ่มอาการฮีโมลัยติก-ยูรีมิกโรคลีเจียนแนร์ แอร์ลิชิโอสิสในคน โรคลายม์อหิวาตกโรคสายพันธุ์ใหม่ เมลิออยโดสิส

         สำหรับโรคต่อไปนี้ โปรดดูได้ในสารานุกรมไทยฯ เล่ม ๑๐

         โรคกาฬหลังแอ่น  ไทฟอยด์  แอนแทรกซ์  และหนองใน

เชื้อแบคทีเรียอี.โคไลมีหลายสายพันธุ์ที่อาจก่อโรคร้ายแรง

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

กลุ่มอาการท็อกซิก-ช็อก

กลุ่มอาการท๊อกซิก-ช็อก
         โรคนี้เป็นอีกโรคหนึ่งที่เพิ่งค้นพบเมื่อประมาณ ๒๐ ปีมานี้ ปัจจุบัน ยังไม่มีชื่อโรคเป็นภาษาไทย จึงต้องใช้ภาษาอังกฤษแทน ชื่อโรคนี้ประกอบไปด้วยคำสองคำคือ คำว่า "ท๊อกซิก" ซึ่งมาจากคำนาม Toxin แปลว่า สารพิษ และ"ช็อก"คือ การที่ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลว ความดันต่ำจนคนไข้หมดสติ ส่วนคำว่า "กลุ่มอาการ" นั้น ทางการแพทย์แปลมาจากคำว่า  Syndrome ซึ่งหมายถึงโรคที่มีอาการหลายๆ อย่างร่วมกันจึงเรียกว่า "กลุ่มอาการ"

         โรคนี้มีรายงานครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมพ.ศ. ๒๕๒๒ จากสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ป่วย๕๕ ราย เป็นสตรี ๕๒ ราย อายุโดยเฉลี่ย ๒๔.๘ ปี (ตั้งแต่ ๑๓ - ๕๒ ปี) ในจำนวนนี้ถึงแก่กรรมแล้ว ๗ ราย

          ในจำนวนผู้ป่วย ๔๐ รายนั้น มีประวัติเกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน ๓๘ ราย โดยจะเริ่มมีอาการของโรคภายใน ๕ วัน หลังจากเริ่มมีประจำเดือน อีก ๒ รายมีอาการ ๑๐ วัน หลังจากมีประจำเดือน ที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ป่วยทั้งหมดใช้ผ้าอนามัยชนิดสอดใส่ในช่องคลอด(เรียกว่า แทมปอน) และร้อยละ ๙๕ ใส่แทมปอนไว้ตลอดเวลาที่มีประจำเดือน โดยไม่ได้ใช้ชนิดซับภายนอกสลับกันเลย และส่วนใหญ่จะใช้แทมปอนชนิดดูดซับได้มากเป็นพิเศษ

          ระยะฟักตัวประมาณ ๔๘ ชั่วโมง มีอาการที่สำคัญคือ มีไข้สูง ๓๙ องศาเซลเซียสคลื่นไส้อาเจียน มีความดันต่ำ มีผื่นแดงตามตัวและฝ่ามือ และลอกในที่สุด ที่ผนังช่องคลอดตาและคอจะแดง มีอาการอาเจียน หรือท้องเดินการทำหน้าที่ของตับผิดปกติ เกล็ดเลือดต่ำปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว ตรวจได้ว่าหัวใจและปอดผิดปกติ ระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำลงกว่าปกติ การทำงานของไตมักจะล้มเหลว อาจจะมีอาการของระบบประสาทส่วนกลางร่วมด้วย

          โรคที่เกิดขึ้นนี้ไปตรงกับโรคที่นายแพทย์ทอดด์ได้รายงานไว้ในวารสารการแพทย์ของอังกฤษชื่อแลนเส็ท เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ นายแพทย์ทอดด์ตั้งชื้อไว้ว่า "กล่มอาการท็อกซิก-ช็อก  (Toxic shock syndrome)"

          เมื่อเกิดโรคขึ้นเช่นนี้ จึงมีการศึกษาเพื่อค้นหาสาเหตุ ก็สรุปได้ว่า ผ้าอานามัยชนิดสอดใส่และซับได้ดีมากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดการหมักหมมตลอดวัน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ดีสำหรับแบคทีเรียชนิด "สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส(Staphylococcus aureus)" ให้เกิดขึ้นในช่องคลอดแล้วปลดปล่อยสารพิษให้แก่ร่างกาย จึงทำให้มีอาการของโรคดังกล่าว ขณะนี้จึงมีแนวทางในการรักษาที่ได้ผลโดยปฏิชีวนะ

          โรคนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์


[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
กลุ่มอาการฮีโมลัยติก-ยูรีมิก (Hemolyticuremic syndrome และ hemorrhagiccolitis)
 เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ในลำใส้ใหญ่ของคนเรานั้นมีเชื้อจุลชีพอยู่หลายชนิด เป็นจุลชีพที่อยู่ประจำถิ่น ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ แต่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยจุลชีพหลายชนิดจะสังเคระห์สารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินหลายชนิดก็สังเคราะห์ในลำไส้ จุลีพบางชนิดก็สร้างกรดช่วยทำให้ท้องไม่อืด อาหารย่อยดีขึ้น บางชนิดก็สร้างแก๊สทำให้มีลมมาก เชื้อจุลชีพที่มีมากกว่าเชื้ออื่น ๆ คือ เชื้ออุจจาระ "เอชเชอริเซีย โคไล"  Escherichiacoli หรือเรียกสั้น ๆ ว่า อี. โคไล (E. coli)

          เชื้อ อี. โคไล นี้ ตามปกติจะไม่มีพิษ แต่ก็มีหลายสายพันธุ์ที่ก่อโรคได้ เช่น ถ้าไปอยู่ที่แผลก็ทำให้เป็นหนอง ซึ่งจะไปทำให้ไตอักเสบกรวยไตอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เยื่อบุช่องท้องอักเสบได้ บางสายพันธุ์ก็จะทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง โดยเฉพาะในเด็กๆ  มีอยู่สายพันธุ์หนึ่งที่เรียกว่า อี. โคไล ๐๑๕๗ : H7 เป็นตัวการที่สำคัญที่ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วงในอเมริกาเหนือ ซึ่งมีรายงานการระบาดครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ การติดต่อและการแพร่ระบาดเกิดจากการบริโภคอาหารจานด่วนอย่างชาติตะว้นตก หรือที่เรียกกันว่า "ฟาสต์ ฟูด"  นั่นเอง โดยเนื้อบดที่อยู่ในแฮมเบอร์เกอร์ก้อนโตๆ นั้นยังสุกๆ ดิบๆ  เชื้อตัวนี้จึงยังไม่ตายและเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอุจจาระร่วงได้ ระยะฟักตัวประมาณ ๒๔ -๔๘ ชั่วโมง ถ้าเชื้อสายพันธุ์นี้ไปก่อโรคในเด็ก นอกจากจะทำให้มีลำไส้อักเสบคือ จะมีอาการอุจจาระร่วงและตกเลือดแล้ว ก็ยังทำให้ไตวายได้ด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดคำว่า "กลุ่มอาการฮีโมลัยติก-ยูรีมิก" นั่นเอง

         ในปีหนึ่งๆ  จะมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อสายพันธุ์นี้ในสหรัฐอเมริกาประมาณ ๒๕๐ ราย

          อาการของโรคจะเริ่มด้วยอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและท้องเดิน ในระยะแรกๆ  อุจจาระจะไม่มีเลือดปน พอผ่านไป ๒ - ๓ วัน อุจจาระจะมีเลือดสดๆ ปนออกมาด้วย ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนด้วยกลุ่มอาการนี้จะมีไข้ต่ำๆ  หรือไม่มีไข้เลยก็ได้ทำให้แพทย์ที่ทำการรักษาเข้าใจผิดว่า เป็นลำไส้ใหญ่อักเสบธรรมดาๆ  หรืออาจจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ได้ บางครั้งก็วินิจฉัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ในรายที่มีเลือดปนอุจจาระนั้น บางครั้งแทบจะไม่มีอุจจาระปนออกมา มีแต่เลือดสดๆ  เมื่อได้ทำการเพาะเชื้อจากอุจจาระจึงจะทำให้วินิจฉัยโรคได้ถูกต้อง

          นอกจากจะมีอาการท้องเดินและมีเลือดออกแล้ว ก็ยังมีเม็ดเลือดแดงแตกสลายภายใน

           เส้นเลือด และมีเกล็ดเลือดต่ำ ทำให้มีจ่ำห้อเลือดหรือพรวยย้ำเกิดขึ้นตามตัว ปัสสาวะน้อยลง ซึ่งจะเป็นลักษณะอาการของไตวาย มีอาการทางระบบประสาทส่วนกลางคือ ซึม ชัก และหมดสติเป็นอัมพาตครึ่งซึกหรืออัมพฤกษ์ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักเป็นเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

          ทางด้านการรักษานั้น จะต้องวินิจฉัยโรคให้ถูกต้องก่อน จึงจะสามารถวางแผนการรักษาได้ ไตวายก็จะต้องเข้าเครื่องไตเทียมเพื่อฟอกเลือดที่มีสารยูเรีย ซึ่งเป็นของเสียจากโปรตีนในอัตราสูง โดยต้องให้เลือดทดแทนเพราะเม็ดเลือดแดงแตกสลายไปมาก ส่วนการรักษาประคับประคองด้านอื่นๆ ก็ต้องพิจารณาแก้ไขกันไปเป็นรายๆ  อัตราการตายจากโรคนี้จะสูงเพราะการวินิจฉัยค่อนข้างจะยุ่งยาก

[กลับหัวข้อหลัก]

อาหารจำพวก "ฟาสต์ ฟูด" หากยังสุกๆ ดิบๆ อาจทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงได้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคลีเจียนแนร์ หรือโรคสหายสงคราม
          มีรายงานโรคครั้งแรกในการประชุมทหารผ่านศึกที่เมืองฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Legionella pneumophila เป็นเชื้อที่เพิ่งพบใหม่จากผู้ป่วยในการระบาดครั้งนั้น การแพร่โรคเกิดจากการที่มีเชื้อแพร่กระจายอยู่ในอากาศแวดล้อม เชื้อพวกนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในที่อุณหภูมิสูง จึงมักจะพบเชื้อบ่อยๆ ที่ใกล้ๆ หอระบายความร้อน (cooling tower) ของเครื่องปรับอากาศชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ (water-cooled type) นอกจากนี้อาจพบได้ในแหล่งน้ำอื่นๆ  เช่น น้ำที่ระบายออกจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ระบายน้ำร้อนออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หรืออาจพบในดิน การติดต่อโดยการสูดหายใจเอาเชื้อเข้าไป ระยะฟักตัวของโรคจะใช้เวลาประมาณ ๒ -๑๐ วัน ลักษณะอาการของโรค เริ่มด้วยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ เจ็บหน้าอก ซึ่งเกิดจากการที ปอดอักเสบ บางรายมีอาการทางสมอง ซึม ชัก มีอาการของทางเดินอาหาร ได้แก่ ท้องเดินขณะที่ไอ เชื้อจะออกมาทางเสมหะ แต่ก็ยังไม่มีรายงานการติดโรคโดยตรวจจากผู้ป่วยโดยตรง การวินิจฉัยโรคทำได้โดยการตรวจร่างกายทางกายภาพ ตรวจภาพรังสีปอด และเพาะเชื้อจากเสมหะ บางรายมีอาการอ่อนคือ มีอาการคล้ายไข้หวัด ชันสูตรได้ว่าติดเชื้อนี้โดยปฏิกิริยาน้ำเหลือง ในกรณ๊เช่นนี้อาจเรียกชื่อว่า "ไข้ปอนติแอค" (Pontiac Fever) ถ้าผู้ป่วยมีอายุมากนัก มีอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้ ถ้าเป็นโรคปอดอยู่ก่อนแล้ว โดยเฉพาะโรคปอดจากการสูบบุหรี คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง อาการของโรคมักจะมีความรุนแรงมากขึ้น เชื้อนี้ไวต่อปฏิชีวนะ จึงสามารถใช้ยาอีรีโธรมัยซิน เตตราซัยคลีน ไรแฟมปิซิน แมคโครลิด ไคโตรม๊อกซาโซล และฟลูโรควิโนโลน ในการรักษาโรคนี้ได้ ในปัจจุบัน มีรายงานโรคนี้จากทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย โรคนี้เป็นตัวอย่างของโรคที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงวิถีความเป็นอยู่ของมนุษย์ คือ การใช้เครื่องปรับอากาศ

[กลับหัวข้อหลัก]

การแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศเกิดขึ้นภายในอาคารที่ใช้เครื่องปรับอากาศชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
แอร์ลิชิโอสิสในคน (Human erhlichiosis
          โรคนี้พบในคนเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ปกติเป็นโรคของสุนัข ติดต่อมากยังคนโดยคนถูกเห็บสุนักกัด ในสหรัฐอเมริกาเชื้อที่ก่อโรคแบคทีเรีย ได้แก่ Ehrlichia canis โรคนี้เกิดในคนจะมีระยะฟักตัว ๒ - ๓ สัปดาห์ มีไข้ต่อมน้ำเหลืองโต ปอดบวม ขาและอัณฑะบวมเลือดกำเดาไหล ตับอักเสบ ม้ามโต เม็ดเลือดขาวต่ำ เกล็ดเลือดต่ำ เลือดออกง่าย ตรวจทางห้องชันสูตร จะพบเม็ดที่เรียกว่า "inclusion body"  เกิดขึ้นในเม็ดเลือดขาว โรคนี้สามารถรักษาได้โดยโดซิซัยคลีน และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน

         โรคนี้เกิดจากการท่องเที่ยวสันทนาการ โดยการเดินทางเข้าไปเที่ยวในป่า

[กลับหัวข้อหลัก]

คนที่ถูกเห็บสุนัขกัดจะเกิดโรคแอร์ลิชิโอลิส

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคลายม์ (Lyme Disease)
           เป็นโรคที่พบมากขึ้นในสหรัฐอเมริการและยุโรป มีรายงานโรคเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙  จากตำบลลายม์ รัฐคอนเนกติคัท สหรัฐอเมริกาโดยเกิดในฤดูร้อน และเกิดในเด็กที่มีครอบครัวอาศัยอยู่ตามป่า ระยะฟักตัว ๒ - ๓ สัปดาห์ อาการสำคัญคือ มีไข้ ปวดตามข้อ มีผื่นแดงตามตัวจนเกือบทั่วตัว รอบผื่นมีขอบชัดเจนขนาดเล้นผ่าศุนย์กลางตั้งแต่ ๒ - ๓ ซม. มีอาการเจ็บปลายประสาท อาจมีอาการทางสมอง เช่น ชัก หลงลืม และอาจเป็นลมจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โรคนี้มีเชื้อก่อโรคเป็นแบคทีเรียชื่อ Borrelia burgdorferi  มีเห็บกวาง (deer tick; ixodes dammini, Ioxodes ricinus) เป็นพาหะ โรคนี้รักษาให้หายได้โดยยาปฏิชีวนะ ได้แก่ เพนิซิลลิน โดซิซัยคลีน เตตราซัยคลีน และเซฟไตรอะไซน ขณะนี้มีวัคซีนป้องกันโรคนี้จำหน่ายในสหรัฐอเมริกาแล้ว

          โรคนี้เกิดจากการบุกรุกป่าเข้าไปอาศัยอยู่ตามชายป่า

[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
อหิวาตกโรคสายพันธุ์ 0 139 (Vibriocholerae)
          ผู้ป่วยจะมีอาการอุจจาระร่วงรุนแรงอย่างเฉียบพลัน ถ่ายเป็นน้ำ และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย ลักษณะของอุจจาระครั้งแรกๆ จะมีเศษอาหารปน ต่อไปจะมี mucous membrane ตะกอนแขวนลอย เมื่อทิ้งไว้นานจะจมลงไป สีขุ่น จะไม่ขาวเหมือนน้ำซาวข้าว กลิ่นเหม็นคาวจัดเป็นกลิ่นเฉพาะ ความรุนแรงของอาการมีหลายระดับ กว่า ๙๐% ของผู้ป่วยจะมีอาการอุจจาระร่วงไม่รุนแรง แต่ลักษณะอาการแทบจะไม่ต่างจากโรคอุจจาระร่วงรุนแรง การวินิจฉัยโรคทำได้โดยการตรวจอุจจาระหรืออาเจียน พบเชื้อ Vibrio cholerae 0 139 ทุกรายต้องมีการตรวจทางห้องชันสูตรยืนยัน เพราะถือว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรงหากผลตรวจสอบโรคพบว่ามีผู้ป่วยเพียง ๑ รายก็ถือว่าเป็นการระบาด

         เชื้ออหิวาต์ V. cholerae O 139 นี้เพิ่งพบเป็นครั้งแรกที่เบงกอล เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นเชื้อที่เปลี่ยนแปลงลักษณะไปจากเดิม ทำให้มีการระบาดของอหิวาตกโรคขึ้นหลายประเทศในเอเชีย

[กลับหัวข้อหลัก]

ภาพขยายของเชื้ออหิวาตกโรค

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
เมลิออยโดสิส (Melioidosis)
          เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia Pseudomallei ระยะฟักตัวไม่แน่นอน อาจสั้นเพียง๒ - ๓ วัน หรือยาวนานเป็นปี เชื้อมีอยู่ในดินน้ำ สัตว์หลายชนิด เช่น โค กระบือ แพะ แกะ  ม้า สุกร ลิง และสัตว์แทะ โดยเฉพาะสิงโตเป็นแหล่งแพร่โรค โรคนี้ติดต่อโดยการได้รับเชื้อเข้าไปทางบาดแผล หรือโดยการกิน และการหายใจ ผู้ป่วยอาจมีอาการและอาการแสดงอาการที่พบมีตั้งแต่อาการเล็กๆ น้อยๆ  จนถึงขั้นรุนแรงมาก เช่น มีไข้ ปอดบวม มีการติดเชื้อในกระแสโลหิต และเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วมาก อาจมีอาการคล้ายไขไทฟอยด์ หรือวัณโรคถุงลมปอดโป่งพอง ฝีเรื้อรังหรือข้อกระดูกอักเสบเป็นต้น โรคนี้พบได้บ่อยในประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การชันสูตรทำได้โดยการเพาะเชื้อจากตัวอย่าง แล้วตรวจวินิจฉัย และการตรวจปฏิกิริยาน้ำเหลืองในรายที่อาการไม่รุนแรงสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้ยาปฏิชีวนะ โรคนี้เกิดจากมีเนื้ออยู่ในสิ่งแวดล้อมมาก

[กลับหัวข้อหลัก]

โรคเมลิออยโดสิสมีสัตว์จำพวกโค กระบือ เป็นพาหะแพร่โรค

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
กระบวนการพ่นสี
การกลั่นน้ำมันและการนำไปใช้ประโยชน์
ชนิดและคุณสมบัติของปูนซีเมนต์
พันธุ์ไม้ที่มีปัญหาเรื่องชื่อ
เมืองเชียงใหม่
เมืองสุโขทัย
โรคเกิดจากเชื้อรา
โรคเกิดจากไวรัส
วรรณคดีมรดกของไทยสมัยรัตนโกสินทร์
วรรณคดีมรดกของไทยสมัยสุโขทัย
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 24 > โรคเกิดจากแบคทีเรีย