เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > โรคที่เกิดจากสิ่งที่มีชีวิต
โรคที่เกิดจากสิ่งที่มีชีวิต  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7
 
โรคที่เกิดจากสิ่งที่มีชีวิต โดย นายธีระ สูตะบุตร, นางปราณี (สมุทสินธุ์) ฮัมเมอลิงค์

          มีเชื้อโรคหลายชนิด  ที่ทำให้พืชเป็นโรค เชื้อแต่ชนิดละมีคุณสมบัติการเข้าทำลายพืช  และการแพร่ระบาดโรคแตกต่างกันไป   จึงขอกล่าวถึงเชื้อ แต่ละชนิดพอเป็นสังเขป ดังต่อไปนี้

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

เชื้อรา

          เป็นเชื้อที่พบว่าทำให้เกิดโรคแก่พืชมากที่สุด    และทำให้เกิดอาการประเภทต่างๆ บนพืชมากที่สุดด้วย  เช่น  ใบเป็นแผลจุด  ใบไหม้  ใบติด ใบเหี่ยว  รากเน่า  โคนเน่า  ผลเน่า  เมล็ดเน่า  ต้นกล้าเน่า หรือแห้งตายทั้งต้น เชื้อราส่วนใหญ่มีการแพร่ระบาดโรคด้วยส่วนที่เรียกว่า สปอร์ (spore) โดยมี น้ำ ลมหรือสิ่งมีชีวิตเป็นตัวนำ  หรืออาจติดไปกับส่วนของพืชและดินที่เป็นโรค เชื้อราบางชนิดพักตัวอยู่ในส่วนของพืชและดินเป็นเวลานานนับปี  มีความสามารถในการเข้าทำลายพืชได้ทั้งทางแผล  ช่องเปิดธรรมชาติ  หรือเข้าทำลายเนื้อเยื่อพืชโดยตรงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อรา
 
          เชื้อราแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ ๔ กลุ่มด้วยกัน คือ
          ๑.  ไฟโคไมซิทิส (phycomycetes) เรามักเรียกเชื้อราในกลุ่มนี้ว่า  ราชั้นต่ำหรือราน้ำ  มีลักษณะที่สำคัญคือ  เส้นเชื้อราไม่มีผนังเซลล์กั้นด้านขวาง    เรียกว่า   โคโนไซติก   ไฮฟีหรืออะเซปเทต ไฮฟี  (coenocytic  hyphae หรือ aseptate hyphae)ขยายพันธุ์ทั้งแบบไม่ใช้เพศโดยสร้างโซโอสปอร์    หรือสปอร์ที่มีหางในถุงหุ้มโซโอสปอร์ (zoosporangium)  และแบบใช้เพศโดยผสมระหว่างเส้นใยที่มีลักษณะและเพศต่างกัน  ให้สปอร์ผนังหนาผิวเรียบ  เรียกว่า โอโอสปอร์ (oospore) หรืออาจเกิดจากการผสมระหว่างเส้นใยที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่ต่างเพศกันให้สปอร์ผนังหนาขรุขระ   เรียกว่า  ไซโกสปอร์ (zygospore)สปอร์เหล่านี้จะแพร่ระบาดโดยลมพัดพาไปหรือว่ายน้ำไป  เชื้อราในกลุ่มนี้ทำให้เกิดโรคที่สำคัญกับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด   เช่นโรคราน้ำค้างของข้าวโพด เกิดจากเชื้อสเคลอโรสปอรา  ซอร์ไจ(Scherospora sorghi) โรคราน้ำค้างขององุ่น เกิดจากเชื้อพลาสโม-พารา วิทิโคลา (Plasmopara viticola) โรครากเน่าของทุเรียนเกิดจากเชื้อไฟทอฟทอรา (Phytophthora sp.) เป็นต้น

          ๒. แอสโคไมซิทิส  (ascomycetes)  เป็นเชื้อราที่เส้นใยมีผนังกั้น  (septate  hyphae)  ขยายพันธุ์ทั้งแบบไม่มีเพศโดยสร้างสปอร์เรียกว่า  โคนิเดีย (conidia) และแบบใช้เพศโดยผสมระหว่างเส้นใยที่มีลักษณะและเพศต่างกัน  จะเกิดแอสโคสปอร์(ascospore) ในถุงหุ้มสปอร์  (ascus) ถุงหุ้มสปอร์นี้อยู่ในกลุ่มเส้นใยซึ่งประสานตัวกัน มีผนังหนาสีดำ   เรียกว่า   ฟรุตติงบอดี   (fruitingbody) มีรูปร่าง ๓ แบบ คือ ทรงกลมปิด (cleistothecium) รูปคนโทปากเปิด (perithecium)   และรูปถ้วยแชมเปญ  (apothecium)ส่วนของฟรุตติงบอดีนี้   สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า  เมื่อเกิดบนพืชเป็นโรคโดยจะเห็นเป็นจุดสีดำๆ  เชื้อราในกลุ่มนี้   ทำให้เกิดโรคที่สำคัญ เช่น โรคราแป้งขาวขององุ่น กุหลาบ เป็นต้น

          ๓. เบสิดิโอไมซิทิส (basidiomycetes) เป็นเชื้อราที่เส้นใยมีผนังกั้น ขยายพันธุ์ทั้งแบบไม่มีเพศโดยสร้างสปอร์เรียกว่า โคนิเดีย  และแบบมีเพศโดยผสมระหว่างเส้นใยที่มีลักษณะและเพศต่างกันเกิดสปอร์  เรียกว่า  เบสิดิโอสปอร์(basidiospore) ซึ่งอาจเกิดอยู่ในฟรุตติงบอดี   หรือเกาะติดอยู่บนเส้นใยที่มีรูปร่างคล้ายกระบอง   เรียกว่า เบสิเดียม  (Basidium)เชื้อราในกลุ่มนี้ทำให้เกิดโรคพืชต่างๆ ที่สำคัญ เช่น โรคสนิมของพืช  โรคเขม่าดำของข้าวโพด เกิดจากเชื้อยูสติลาโก เมย์ดิส(ustilago maydis) โรคเขม่าดำหรือแส้ดำของอ้อยเกิดจากเชื้อยูสติลาโก ไซตามิเนีย (Ustilago scitaminea) เป็นต้น

          ๔.  ฟังไจอิมเปอร์เฟกไท  หรือ  ดิวเทอโร-ไมซิทิส (fungi imperfecti or deuteromycetes) เป็นเชื้อราที่เส้นใยมีผนังกั้น   นิยมจัดให้เป็นเชื้อราในกลุ่มชั่วคราว เพราะปกติจะไม่พบการสืบพันธุ์แบบมีเพศ  แต่เมื่อใดที่พบการสืบพันธุ์แบบมีเพศของเชื้อราในกลุ่มนี้  ก็จะจัดย้ายเชื้อรานี้เข้าอยู่ในพวกแอส-โคไมซิทิส หรือ เบสิดิโอไมซิทิส      (ตามลักษณะของสปอร์ที่เกิดจากการสืบพันธุ์แบบมีเพศ)  ส่วนการสืบพันธุ์แบบไม่ใช้เพศจะมีการสร้างสปอร์ที่เรียกว่า   โคนิเดีย  เกิดจากก้านสปอร์เรียกว่า  โคนิดิโอฟอร์ (conidiophore) หรือบรรจุอยู่ในฟรุตติงบอดี ที่มีรูปร่างหลายแบบ คือ  ทรงกลมปิด เรียกว่า  พิกนิเดีย(pycnidia) รูปจานเรียก อาเซอร์วูลัส  (acervulus)  สปอโรโดเชียม(sporodochium) และซินนีมาตา (synnemata)  ฟรุตติงบอดีเหล่านี้สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า  และนำมาช่วยในการวินิจฉัยโรคได้บางครั้ง  การแพร่ระบาดของราในกลุ่มนี้มักเกิดขึ้น โดยเชื้อปลิวไปกับลม   หรือติดไปกับส่วนของพืชและดินที่มีพืชเป็น โรค เชื้อราในกลุ่มนี้เป็นสาเหตุของโรคพืชที่สำคัญหลายชนิด  เช่น  โรคใบจุด  ใบไหม้ต่างๆ และรากเน่า   เกิดจากเชื้อราหลายชนิด   เช่นฟิวซาเรียม แอลเทอนาเรีย  คอลลีโททริเชียม โกลโอสปอเรียมเซอร์โคสปอรา เซอร์วูลาเรีย และสเคลอโรเชียม  เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

ราน้ำค้างของข้าวโพด


โรคราแป้งขาวของกุหลาบ


โรคเขม่าดำของข้าวโพด


อาการใบจุดของยาสูบที่เกิดจากเชื้อรา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
บัคเตรี (Bacteria)

          จัดเป็นพืชเซลล์เดียวที่มีขนาดเล็กมาก    ต้องใช้กล้องขยายอย่างน้อย ๑,๐๐๐ เท่า    และถ้าจะให้เห็นชัดจะต้องย้อมสีด้วย  มีรูปร่างแตกต่างกัน แล้วแต่ชนิด   คือ   รูปกลม (sphe-rical or coccus) รูปแท่ง (rod shape or bacillus) และรูปเกลียว (spiralor apirillum) บัคเตรีมีทั้งประโยชน์และโทษ  พวกที่เป็นสาเหตุของโรคพืชจะมีรูปร่างเป็นแท่ง (rod shape) ไม่มีการสร้างสปอร์ส่วนใหญ่เป็นพวกแกรมลบ  (gram negative) คือย้อมสีติดสีแดงเป็นแอโรบิกบัคเตรี (Aerobic  bacteria) คือต้องใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต ส่วนใหญ่ไม่ทำลายเซลลูโลสและไม่ย่อยแป้งมักมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในดิน เมื่อปลูกพืชมันก็จะเข้าทำลายพืชชอบสภาพเป็นกรดน้อยๆ  และความชื้นสูง แพร่ระบาดได้ดีโดยไปกับน้ำ ลม เศษพืชที่เป็นโรค คุณสมบัติดังกล่าวนี้คือบัคเตรีในสกุลซูโดโมนัส แซนโทโมนัส เออร์วิเนีย อะโกรแบคทีเรียม  โคริเนแบคทีเรียม  และสเตร็ปโตไมซิส
[กลับหัวข้อหลัก]

กลุ่มเซลล์ของเชื้อบัคเตรีที่เจริญบนอาหารเลี้ยงเชื้อ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ไวรัส (virus)

          เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กที่สุด ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ธรรมดา (light   microscope)   ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (electron microscope)ซึ่งมีกำลังขยายสูงจึงจะสามารถมองเห็นได้  ไวรัสประกอบด้วยโปรตีน (protein) และกรดนิวคลิอิก (nucleic acid) ซึ่งกรดนิวคลิอิกนี้จะต้องเป็นชนิดอาร์เอ็นเอ หรือดีเอ็นเอ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไวรัสพืชส่วนใหญ่จะประกอบด้วยโปรตีน และกรดนิวคลิอิกชนิดอาร์เอ็นเอไวรัสทวีจำนวนได้เฉพาะในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต เช่น  เซลล์พืชเป็นต้น และมีคุณสมบัติทำให้พืชแสดงอาการผิดปกติหรือเกิดโรคกับพืชนั่นเอง   อาการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น ได้แก่   ใบเปลี่ยนสี   เปลี่ยนรูปร่าง พืชแคระแกร็น  ไวรัสพืชมีรูปร่างได้หลายแบบ  ได้แก่

          ๑. ท่อนสั้น (short rod)
ซึ่งมีทั้งท่อนตรงสั้น   หัวท้ายตัด       ได้แก่     ไวรัสที่ทำให้เกิดใบด่างกับยาสูบ    คือ    เชื้อโทแบกโคโมเสกหรือทีเอ็มวี (Tobacco  mosaic  virus,TMV) หรือเชื้อท่อนสั้น หัวท้ายมน (bacilliform) และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคใบสีส้มของข้าว เป็นต้น

          ๒. รูปกลม (sphaerical) มีตั้งแต่รูปกลมขนาดเล็กลงจนถึงขนาดใหญ่  เป็นสาเหตุของโรคหลายชนิด เช่นโรคใบด่างของแตง ใบด่างของพิทูเนีย เป็นต้น

          ๓. ท่อนยาวคด   (fleaxeous   rod)  มีขนาดความยาวแตกต่างกัน และเป็นกลุ่มที่มีไวรัสต่างชนิดจำนวนมากเช่น  ไวรัสทำให้เกิดโรคยอดบิด ใบด่างของกล้วยไม้ตระกูลต่างๆ  และพวกที่มีความยาวมากที่สุด  ได้แก่ ไวรัสทริสเทซา(tristeza) ทำให้เกิดโรคกับส้มซึ่งมีระบาดทั่วไปในเขตที่มีการปลูกส้ม  รวมทั้งในประเทศไทยด้วย

         การเข้าทำลายพืชของไวรัสต้องอาศัยแผลซึ่งอาจเกิดจากการเสียดสีกันของต้นไม้ในธรรมชาติ  หรือคนและสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะแมลงเป็นตัวทำ ไวรัสไม่สามารถเข้าทำลายพืชโดยตรงด้วยตัวเองเหมือนเชื้อราบางชนิด ด้วยเหตุนี้แมลงจึงเป็นพาหะสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไวรัสพืชระบาดได้กว้างขวางรวดเร็วและยากลำบากต่อการป้องกันและกำจัด  ตัวอย่างของโรคไวรัสที่สำคัญๆ ในประเทศไทยได้แก่ โรคจู๋ของข้าว โรคใบสีส้มของข้าว โรคใบด่างของพืชหลายชนิด เช่น พริก ยาสูบ แตง ถั่วต่างๆ  ฯลฯ

         ไวรัสจัดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคพืช  และเสียหายมากดังจะเห็นได้จากตัวอย่างของต่างประเทศที่มีการศึกษาทางด้านนี้มาก เช่น มันฝรั่งซึ่งเป็นอาหารหลักของชาวยุโรปมีไวรัสหลายชนิดเข้าทำลาย   และทำให้ผลผลิตลดลงอย่างต่ำที่สุดประมาณ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ พืชชนิดอื่นๆ   ได้แก่  ผักและผลไม้   เช่นส้ม ในเมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิลมีไวรัสทริสเทซาระบาดโดยมีแมลงเพลี้ยอ่อนเป็นตัวนำโรค ภายในเวลา ๑๒ ปี ทำให้ไร่ส้มเสียหาย และตายประมาณ ๖ ล้านต้น   (ประมาณ ๗๕เปอร์เซ็นต์ของส้มที่ปลูก) ในประเทศกานา (Ghana) จำเป็นต้องโค่นต้นโกโก้จำนวนกว่า ๑๐๐ ล้านต้นทิ้ง ใน ค.ศ. ๑๙๔๕ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคยอดบวมของโกโก้ ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่แมลงเพลี้ยแป้งเป็นตัวนำ ส่วนองุ่นผลผลิตลดลงประมาณ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลจากการทำลายของไวรัสเกรปไวน์แฟนลีฟ (grapevine fanleaf) ซึ่งแพร่ระบาดโดยมีไส้เดือนฝอยเป็นตัวนำและติดไปกับส่วนขยายพันธุ์จากต้นเป็นโรค ตัวอย่างเหล่านี้เป็นข้อเตือนใจที่เราควรจะได้ศึกษาถึงปัญหาโรคไวรัสในบ้านเรา  เพื่อเตรียมการป้องกันเกิดปัญหารุนแรงแก่พืชผลของเราต่อไป
[กลับหัวข้อหลัก]

โรคจู๋ของข้าว


อาการใบด่างของยาสูบ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ไมโคพลาสมา (Mycoplasma)

          เชื้อนี้ทำให้เกิดโรคกับพืช  โดยอาศัยอยู่ในท่อน้ำท่ออาหารของพืช เชื้อมีขนาดเล็กกว่าบัคเตรีแต่ใหญ่กว่าไวรัสไม่มีผนังเซลล์จึงมีรูปร่างไม่แน่นอน  ไมโคพลาสมาบางชนิดสามารถเลี้ยงได้ในอาหารเลี้ยงเชื้อพิเศษมีการแพร่ระบาดโดยมีแมลงบางชนิดเป็นพาหะ  เช่น เพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยอ่อน และถ่ายทอดโรคได้โดยต้นฝอยทอง  (dodder)  หรือการติดตาเทียบกิ่ง ลักษณะอาการส่วนใหญ่ที่พืชแสดงเนื่องจากการเข้าทำลายของเชื้อไมโคพลาสมา  ได้แก่  ส่วนของพืชที่มีสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง(yellows) หรือขาว  (white leaf) แตกเป็นพุ่ม (witches' broom)บริเวณจุดเจริญต่างๆ  เช่น ยอดหรือตา ส่วนที่เจริญเป็นดอกมีลักษณะคล้ายใบเป็นกระจุก (phyllody) ลักษณะอื่นๆ คือ ต้นแคระแกร็นและไม่เจริญเติบโต โรคที่สำคัญที่เกิดจากเชื้อไมโคพลาสมาที่พบในประเทศไทย ได้แก่ โรคกรีนนิงของส้ม โรคพุ่มไม้กวาดของลำไย โรคใบขาวของอ้อย เป็นต้น

[กลับหัวข้อหลัก]

โรคพุ่มไม้กวาดของลำไย

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ไส้เดือนฝอย (Nematode)

          เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง   ลำตัวไม่แบ่งเป็นปล้องมีเพศแยกจากกันซึ่งเป็นลักษณะต่างจากไส้เดือนธรรมดา   เรามักพบได้ทั่วไปทั้งในดิน น้ำจืด น้ำเค็ม หรือแม้แต่ในร่างกายของคนและสัตว์ เช่น พยาธิต่างๆ ไส้เดือนฝอยที่ทำให้เกิดโรคกับพืช   มีขนาดค่อนข้างเล็กประมาณ ๐.๒-๒ มิลลิเมตร มักเข้าทำลายรากพืชทำให้เกิดอาการรากปม รากเป็นแผล   บางชนิดทำลายดอก เมล็ดต้นหรือหน่อ ไส้เดือนฝอยบางชนิดเป็นพาหะนำโรคไวรัสพืชและเป็นตัวการแพร่ระบาดโรค โรคที่สำคัญ ได้แก่ โรครากปมของมะเขือ พริก พืชตระกูลแตง  เป็นต้น ลักษณะการเข้าทำลายพืชของไส้เดือนฝอยรากปม คือ เข้าดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณเซลล์ราก พืช และปล่อยเอนไซม์มาละลายผนังเซลล์ ทำให้เกิดเซลล์ขนาดใหญ่ หรือปล่อยฮอร์โมนมากระตุ้นให้เซลล์มีการแบ่งตัวมากผิดปกติ จึงทำให้พืชแสดงอาการรากบวมโต หรือเป็นปุ่มปมบางครั้งทำให้ปลายรากกุด ส่วนอาการที่แสดงบนต้นพืชคือ  เหี่ยวเฉา แคระแกร็น ใบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง  ผลผลิตลดน้อยลง ไส้เดือนฝอยรากปมนี้มีพืชอาศัยเป็นจำนวนมาก ประมาณกว่า๒,๕๐๐ ชนิด

          นอกจากเชื้อต่างๆ ดังกล่าวที่ทำให้เกิดโรคกับพืชแล้วยังมีสิ่งมีชีวิตชั้นสูง คือ พวกมีดอกแต่มีลักษณะบางอย่างไม่สมบูรณ์เช่น กาฝาก ฝอยทอง ซึ่งนอกจากจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นพืชทำให้พืชเกิดอาการผิดปกติและการเจริญเติบโตลดน้อยลงแล้วบางชนิดยังเป็นตัวถ่ายทอดโรค และทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค  เช่น ต้นฝอยทองบางชนิดเป็นตัวถ่ายทอดโรคที่เกิดจากเชื้อไมโคพลาสมา เป็นต้น


[กลับหัวข้อหลัก]

อาการรากปมของพืช

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นางปราณี (สมุทสินธุ์) ฮัมเมอลิงค์
• นายธีระ สูตะบุตร

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
โทรศัพท์
ธาตุที่เป็นองค์ประกอบของใยไหม
ประวัติการเลี้ยงกล้วยไม้ในประเทศไทย
ผีเสื้อในประเทศไทย
ผีเสื้อในวงศ์ต่างๆของประเทศไทย
ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้าน
โรค แมลง และศัตรูอื่นๆ ของไหม
โรคพืช
แหล่งน้ำ
อาคารประกอบของเขื่อนเก็บกักน้ำ
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 4
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 13
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 17
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 19
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 27
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 7 > โรคที่เกิดจากสิ่งที่มีชีวิต