สนุก! ดาวเดือน Season 3 ชิงทุนการศึกษากว่า 2 แสนบาท
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
หาอะไร  
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ
 
สมัครสมาชิก
ขอเชิญร่วมทดลองใช้สารบัญเว็บไทย 2.0 Beta ก่อนใคร คลิก!!!


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
โรคที่อาจพบเป็นร่วมกับโรคของร่างกายทั่วไป  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10
 
โรคที่อาจพบเป็นร่วมกับโรคของร่างกายทั่วไป โดย นายแพทย์สำราญ วังศพ่าห์
          เช่น โรคไตอักเสบเรื้อรัง โรคเนื้องอกในสมองอันตรายที่สมอง  โรคเลือด โรคบวมในคนตั้งครรภ์โรคเรื้อน โรคต่อมไทรอยด์ และโรคเบาหวาน เป็นต้น โรคเหล่านี้ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่อวัยวะของลูกตาและที่ชั้นประสาทจอตา 
          ในภาษาไทยเรียกโรคตาหลายชนิดว่า ต้อ มีต้อแก้วตา ต้อหิน ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา ต้อลมต้อลำไยหรือต้อตาปู โรคตาที่พบบ่อยในประเทศไทยจะแตกต่างกันตามวัย ตามภูมิประเทศ ตามอาชีพเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม  ในวัยเด็กถึงวัยหนุ่มสาวโรคที่พบมาก  คือ สายตาผิดปกติที่ต้องใช้แว่นตาช่วย ในวัยสูงอายุโรคที่พบมาก คือ โรคต้อแก้วตาโรคต้อหิน ในที่ที่มีสิ่งระคายเคืองตา   เช่น  ฝุ่นละอองควัน  มักจะพบโรคต้อเนื้อและต้อลมมาก  โรคตาจากอันตรายภายนอกพบมีจำนวนเพิ่มขึ้น โรคตาจากการขาดอาหารก็ยังพบบ้าง ในที่ที่สุขภาพอนามัยไม่ดี พบโรคตาจากการติดเชื้อมากกว่าในท้องถิ่นที่เจริญแล้ว

ตาปกติ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

ตาแดง
          ตาแดง  หมายถึงการอักเสบของตา โรคที่ทำให้ตาอักเสบมีทั้งชนิดที่เป็นน้อย  เช่น  เป็นฝีกุ้งยิงที่หนังตา เยื่อหุ้มตาและเยื่อใต้เปลือกตาอักเสบ และชนิดที่เป็นมากจนอาจทำให้ตาบอด เช่น โรคต้อหินชนิดเฉียบพลัน การอักเสบภายในลูกตา แผลที่กระจกตา และกระจกตาอักเสบ เป็นต้น 
          ผู้ที่มีอาการตาแดงไม่ควรประมาท ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อันจะเป็นหนทางป้องกันตาบอด
          ตาแดงจากเยื่อหุ้มตาและเยื่อใต้เปลือกตาอักเสบนั้น อาจเกิดจากเชื้อบัคเตรี  เชื้อไวรัส เช่น โรคตาแดงระบาดหรือโรคริดสีดวงตา ถ้ารักษาไม่ถูกต้องแล้วสายตาจะเสียได้ 
          ตาแดงจากชั้นในของลูกตาอักเสบคือชั้นม่านตาซิเลียรีบอดี ซึ่งเป็นชั้นที่ให้อาหารเลี้ยงลูกตาอักเสบ จะมีอาการปวดศีรษะ อาการตามัวร่วมด้วย ถ้าปล่อยไว้โรคจะลุกลามจนสายตาเสีย
          ผงเข้าตา ถ้าเป็นผงเล็กๆ จะมีอาการเคืองตาและตาแดง ถ้าเป็นเศษของแข็ง  เช่น  เหล็ก  หินจะมีอาการมากขึ้น หากทะลุเข้าลูกตาอันตรายจะมากขึ้นอีก
          โรคต้อหินชนิดเฉียบพลันหรือชนิดมุมปิด     เป็นโรคร้ายแรงที่ทำให้ตาบอดมากกว่าโรคตาแดงอื่นๆ  มีอาการปวดตามาก  ตาแดง สายตามัวลงรวดเร็ว  ก่อนมีอาการนี้  อาจมีอาการนำ เช่น เห็นรัศมีสีรุ้งรอบดวงไฟ  ตอนหัวค่ำรู้สึกไม่สบายตา  อ่านหนังสือลำบาก เป็นต้น โรคเกิดเพราะการไหลเวียนของน้ำเลี้ยงตาไม่สะดวก  
          เลือดออกใต้เยื่อหุ้มตาทำให้บริเวณนั้นมีสีแดงแต่ไม่มีการอักเสบร่วมด้วย  มีสาเหตุหลายอย่าง  เช่นพบในเด็กที่ไอมาก มีไข้สูง เป็นโรคเลือด  หลอดเลือดเริ่มแข็งในผู้สูงอายุ   อันตรายจากภายนอก  และมีมากรายที่ไม่ทราบสาเหตุ
[กลับหัวข้อหลัก]

ตาแดง


เลือดออกที่เยื่อหุ้มตา

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ตาดำ
          ตาดำ (black eye) คือ ลูกตาเป็นสีดำเพราะเลือดออกมากและช้ำจนดำ  มักเกิดจากอันตรายจากภายนอก เช่น ถูกอาวุธที่ไม่มีคมหรือของแข็งกระแทกเช่น  ถูกหนังสติ๊ก และเกิดจากอุบัติเหตุจากการกีฬา เช่น ถูกลูกเทนนิส หรือถูกลูกแบดมินตัน แล้วจะมีเลือดออกบริเวณหนังตา เยื่อหุ้มตา และในลูกตา อันตรายที่เกิดขึ้นมีตั้งแต่ช้ำเล็กน้อย  จนถึงชั้นประสาทจอตาหลุด ซึ่งเป็นเหตุให้สายตาเสีย 
          เลือดออกใต้หนังตาทำให้หนังตาแดงช้ำจนเป็น สีดำ 
          เลือดออกใต้เยื่อหุ้มตาทำให้เห็นเยื่อตาเป็นสีแดงถ้าเลือดออกมากจะช้ำเป็นสีดำ 
          อันตรายที่ทำให้ตาบอดเกิดจากแก้วตาหลุดม่านตาฉีดขาด เลือดออกในช่องหน้าลูกตา  กล้ามเนื้อซิเลียรีขาด เลือดออกในเยื่อวุ้นตา เลือดออกที่คอรอยด์และประสาทจอตาหลุดลอก
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ตาเหลือง
          เยื่อหุ้มตาเป็นสีเหลืองอาจพบในคนปกติที่ได้รับ สารแคโรทีน (carotene) มาก เช่น กินอาหารหรือผลไม้ที่มีสารนี้มากและกินอยู่นาน ผลไม้พวกนี้ ได้แก่ มะละกอ แคร์รอต สีของแคโรทีนไปจับอยู่ที่เยื่อหุ้มตาและตามผิวหนังเป็นสีเหลือง ถ้างดกินอาการจะหายไป อาการตาเหลืองอาจพบในผู้ป่วยโรคดีซ่านซึ่งเป็นโรคทางอายุรกรรม
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคต้อแก้วตา
          ต้อแก้วตาหรือต้อกระจกหมายถึงแก้วตาขุ่นอาจขุ่นที่บริเวณใดของแก้วตาหรือขุ่นทั่ว (ต้อแก้วตาสุก)การขุ่นเกิดเพราะโปรตีนของแก้วตาแข็งตัวกลายเป็นโปรตีนที่ไม่ละลายและเนื้อแก้วตาเสื่อมและตาย   ต้อแก้วตามีหลายชนิดและพบได้ทุกอายุ ชนิดที่พบมากที่สุด คือ ต้อแก้วตาที่เป็นกับผู้สูงอายุ  สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เกิดเป็นต้อแก้วตานั้นยังไม่ทราบ   สาเหตุส่วนใหญ่เข้าใจว่าเกิดเนื่องจากความเสื่อมของร่างกายไปตามวัย นอกจากนี้    มีสาเหตุจากลูกตาได้รับอันตรายจากภายนอก   จากการกินสารเคมีบางอย่าง  เช่น แนฟทาลีน น้ำตาลแล็กโทส น้ำตาลกาแล็กโทส จากรังสีต่างๆ  เช่น อินฟาเรด  อัลตราไวโอเลต รังสีลึก เรเดียม และกระแสไฟ เป็นต้น ต้อแก้วตาอาจพบเป็นกับผู้ที่เป็นโรคของต่อมไร้ท้อ เช่น โรคเบาหวาน โรคพาราไทรอยด์ต่ำ  โรคขาดไทรอยด์  ที่พบเป็นร่วมกับโรคของร่างกายทั่วไป เช่นโรคปัญญาอ่อนมองโกเลียน (mongolian idiocy) โรคกล้ามเนื้อบางชนิดโรคผิวหนังบางชนิด ต้อแก้วตาอาจเกิดแทรกซ้อนโรคตาอื่นๆ ต้อแก้วตาที่เป็นมาแต่กำเนิดมักพบในเด็กที่มารดาเป็นไข้ติดเชื้อในระยะสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์  เช่นเป็นไข้หัดเยอรมัน หรือมารดาขาดอาหาร หรือมารดาเสียเลือดมากขณะคลอด เป็นต้น
          อาการ   สายตามัวลงชนิดค่อยเป็นค่อยไป  ที่มีสาเหตุจากอันตรายภายนอก สายตามัวลงเร็ว ไม่มีอาการเจ็บปวด
          การรักษาทำโดยผ่าตัดเอาแก้วตาที่ขุ่นออก แล้วใส่แว่นตาหรือเลนส์สัมผัสภายหลัง หรือใส่เลนส์ตาเทียมระหว่างการผ่าตัด มักทำผ่าตัดในระยะที่สายตามัวมากหรือเมื่อต้อสุก  การรักษาโดยให้หมดเถื่อนดันแก้วตาให้ตกลงไปอยู่ภายในลูกตาทำให้เห็นได้ดีชั่วคราวนั้น     เป็นการรักษาที่ผิดเพราะมักมีโรคติดตามมาภายหลัง เช่น ภายในลูกตาอักเสบ โรคต้อหิน เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

ต้อแก้วตา (ต้อกระจก)

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคต้อหิน
          โรคต้อหินเป็นภาวะที่แรงดันภายในลูกตาสูงกว่าปกติจนเป็นอันตรายต่อการทำหน้าที่ของลูกตา  เป็นโรคหนึ่งที่ทำให้ตาบอด แต่ป้องกันได้ถ้าแพทย์ได้พบโรคนี้ในระยะแรก  ถ้าพบในระยะหลัง แพทย์ไม่สามารถรักษาให้สายตาดีเท่าปกติได้ แต่สามารถรักษาไว้ไม่ให้ทรุดกว่าที่เป็นอยู่
         โรคต้อหินเกิดขึ้นเพราะน้ำเลี้ยงตาไหลผ่านตรงบริเวณมุมม่านตาไม่สะดวก    เพราะบริเวณนั้นถูกอุดกั้นหรือเพราะเสื่อม    น้ำเลี้ยงตาไหลออกจากลูกตาไม่ได้จึงคั่งอยู่ในลูกตา ทำให้แรงดันภายในลูกตาสูงกว่าเดิมแรงดันในลูกตาที่สูงกว่าปกติมากๆ หรือสูงกว่าปกติอยู่นานจะกดประสาทตาให้เป็นอันตรายและทำให้เลือดมาเลี้ยงไม่สะดวกเป็นเหตุให้สายตามัว
          ต้อหินอาจเป็นมาแต่กำเนิด  หรือเป็นภายหลังชนิดที่เป็นมาแต่กำเนิดเป็นเพราะเนื้อเยื่อบริเวณมุมม่านตาเจริญเติบโตผิดจากปกติและอุดกั้นมุม  ชนิดที่เป็นตอนหลังมักเป็นในอายุเลย  ๔๐  ปี หรือวัยสูงอายุ มีสองชนิด คือ ชนิดมุมปิดหรือมุมแคบ และชนิดมุมเปิดหรือมุมกว้าง ชนิดมุมปิดนั้นมีอาการปวดตามากตาแดง  และสายตามัวลงรวดเร็ว  อาจมีอาการนำเช่น เห็นรัศมีวกลมสีรุ้งรอบดวงไฟ เป็นต้น ชนิดมุมเปิดนั้น เนื้อเยื่อตรงมุมเสื่อม ทำให้น้ำไหลผ่านไม่สะดวก  ชนิดนี้ไม่มีอาการอะไรมากในระยะแรก  นอกจากอาการสายตามัวลงชนิดค่อยเป็นค่อยไป  ผู้เป็นจึงมักไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ว่าเป็นหรือมีอาการอื่น เช่น มองด้านข้างเห็นไม่ชัดก็เมื่อโรคเป็นมากแล้ว พบต้อหินชนิดนี้ในผู้ที่ไม่รู้ตัวมาก่อนร้อยละ ๔ ต้อหินชนิดมุมเปิดจึงเป็นโรคที่ควรระวัง วิธีป้องกันคือผู้ที่อายุเกิน ๔๐ ปี หรือผู้ที่มีสายตาสั้นอย่างมาก ควรให้แพทย์ตรวจตาปีละครั้ง จะเป็นทางเดียวที่จะตรวจพบโรคได้ทันท่วงที
         การรักษา  ต้อหินชนิดมุมปิด  รักษาด้วยการผ่าตัดช่องทางใหม่ให้น้ำเลี้ยงตาไหลผ่าน  ต้อหินชนิดมุมเปิดระยะแรกรักษาด้วยยา  จะทำผ่าตัดเมื่อรักษาด้วยยาไม่ได้ผล หรือไม่สะดวก หรือในระยะหลังของโรค
[กลับหัวข้อหลัก]

ต้อหิน

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคต้อเนื้อ
          ต้อเนื้อเป็นก้อนเนื้อรูปสามเหลี่ยม แลบจากเยื่อหุ้มตาไปบนกระจกตาในแนวราบตรงขอบกระจกตาชิดกับสเคลอรา มักเป็นที่หัวตา อาจเป็นที่หางตา และอาจเป็นทั้งสองตา เกิดจากความเสื่อมของเนื้อเยื่อบริเวณนั้น เพราะมีการระคายเคืองเรื้อรังจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ฝุ่นละออง ไอ และแสง  เป็นต้น มักพบในผู้ประกอบอาชีพประมง เดินเรือ หรือผู้ที่อยู่ในที่ที่มีฝุ่นละออง ลมแรง การรักษาใช้วิธีผ่าตัดออก
[กลับหัวข้อหลัก]

ต้อเนื้อ

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคต้อลม
          เป็นก้อนเนื้อสีเหลืองอ่อนหรือเทาตรงเยื่อตาใกล้กับขอบกระจกตา  แต่ไม่ลามไปบนกระจกตาเหมือนต้อเนื้อ มีสาเหตุเหมือนโรคต้อเนื้อ 
          การป้องกันไม่ให้เป็นต้อเนื้อและต้อลมอาจทำได้โดยใส่แว่นกันแดดและลม และการปรังปรุงสิ่งแวดล้อมให้ปราศจากสิ่งระคายเคืองตา
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
โรคต้อลำไย
          เป็นแผลสีขาวหรือสีเทาบนกระจกตา  เกิดหลังจากกระจกตาหายจากการอักเสบหรือเป็นแผล  บางรายเป็นแผลเป็นทั่วกระจกตาและปูดออกมาด้านหน้า
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
ตาบอดสี
          การมองเห็นสีเป็นหน้าที่ของเซลล์โคนในชั้นจอตา ทฤษฎีของการมองเห็นสีที่เชื่อกันทั่วไปว่า   มีเซลล์โคนที่มีวัตถุสีรับแสงและมีกลไกส่งความรู้สึกมองเห็นสีอยู่สามชนิด  คือ ชนิดรับแสงสีแดง รับแสงสีเขียว และรับแสงสีน้ำเงิน เมื่อมองเห็นแสงสว่างนั้น หมายความว่าเซลล์โคนทั้งสามชนิดถูกกระตุ้นเท่าๆ  กัน ส่วนสีต่างๆ ที่มองเห็นเกิดจากการที่วัตถุสีต่างๆ ถูกกระตุ้นแสงสีแดง แสงสีเขียว และแสงสีน้ำเงิน เป็นแม่สีหรือสีปฐมภูมิ กล่าวคือ เป็นสีที่แยกออกเป็นสีอื่นไม่ได้ แสงสีอื่นๆ เกิดจากการผสมของแสงสีทั้งสามนี้
          ตาบอดสี คือ การมองเห็นสีที่ผิดไปจากปกติ  ที่พบมากเป็นตาบอดสีที่เป็นมาแต่กำเนิดและเป็นชนิดที่บอดจางๆ  ไม่ได้บอดสนิท ชนิดนี้พบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง   ส่วนตาบอดสีชนิดที่เป็นภายหลังนั้นพบน้อย  มีสาเหตุจากโรคของเซลล์โคน  โรคของประสาทตา ส่วนมากคนตาบอดสีจะไม่รู้ตัว ที่พบเสมอ คือ ตาบอดสีเขียว ตาบอดสีแดง ตาบอดสีน้ำเงินมี น้อย   ถ้าบอดหมดทุกสีจะมองเห็นทุกสิ่งในโลกเป็นสีเทา
          การตรวจตาบอดสีตรวจโดยให้ผู้รับการตรวจอ่านตัวเลขหรือบอกรูปร่างต่างๆ ในแผ่นตรวจที่มีสีหลายสีปนกันอยู่ การมองเห็นสีเป็นปกติมีความจำเป็นสำหรับอาชีพบางอย่าง  ได้แก่  อาชีพที่ใช้สัญญาณสี  เช่น นักบิน  งานต่อสายวงจรอิเล็กทรอนิกส์ สถาปนิก และมัณฑนากร เป็นต้น
[กลับหัวข้อหลัก]

แผนภาพสำหรับทดสอบตาบอดสี

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์สำราญ วังศพ่าห์

[กลับหัวข้อหลัก]
 
ผู้สนับสนุน
อยากเห็นเว็บไซต์ของท่านตรงนี้ คลิกที่นี่
สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 10