กำหนดการสร้างเสริมคุ้มกันโรค กระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๒๕
|
อายุ
|
การให้ภูมิคุ้มกันโรค (การให้วัคซีน)
|
| แรกเกิด ถึง ๑ เดือน |
ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) (ดูหมายเหตุข้อ ๑) |
| ๒-๓ เดือน |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) ครั้งที่ ๑
(ดูหมายเหตุข้อ ๒)
๒. กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV) ครั้งที่ ๑ |
| ๔-๕ เดือน |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) ครั้งที่ ๒
๒. กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV) ครั้งที่ ๒ |
| ๖-๗ เดือน |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) ครั้งที่ ๓
๒. กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV) ครั้งที่ ๓ |
| ๑ ๑/๒-๒ ปี |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) กระตุ้น
๒. กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV) กระตุ้น |
| ๔-๗ ปี |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) หรือ วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก (dT) กระตุ้น (ดูหมายเหตุข้อ ๓)
๒. ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) ซ้ำ
๓. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ (ดูหมายเหตุข้อ ๔) |
| ๑๑–๑๔ ปี |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (ต่อไปฉีดกระตุ้นทุก ๑๐ ปี)
๒. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ |
|
หญิงมีครรภ์
|
ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก ๒ ครั้ง ห่างกันอย่างน้อย ๑ เดือน
(ดูหมายเหตุข้อ ๕) |
หมายเหตุ
๑. วัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) ฉีดให้ได้ทุกอายุ ถ้ายังไม่เคยได้รับ หรือได้รับแต่ไม่มีแผลเป็น
๒. วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) เด็กที่มาหลังอายุ ๒-๓ เดือน ก็ให้เริ่มฉีดวัคซีนได้ โดยฉีดให้
อย่างน้อย ๒ ครั้งห่างกัน ๒ เดือน และกระตุ้นอีก ๑ ครั้ง หลังฉีดครบชุดแล้ว ๑ - ๑
๑/๒ ปี
๓. ในกลุ่มอายุ ๔-๗ ปี เด็กอายุต่ำกว่า ๖ ปี ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน (DTP) เด็กอายุ ๖ ปีขึ้นไป
ให้วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก (dT)
๔. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ แก่เด็กอายุ ๒ ปี ขึ้นไป ในท้องที่ที่มีโรคชุกชุม
๕. เพื่อป้องกันบาดทะยักในเด็กเกิดใหม่ ให้วัคซีนป้องกันบาดทะยักแก่หญิงมีครรภ์เข้ากล้ามเนื้อครั้งละ ๐.๕ มิลลิลิตร รวม ๒ ครั้ง ห่างกันอย่างน้อยครั้งละ ๑ เดือน โดยเริ่มฉีดครั้งที่ ๑ ให้ในโอกาสแรกที่พบ จะเป็นระยะตั้งครรภ์เดือนไหนก็ได้ แต่ครั้งที่ ๒ ควรฉีดก่อนครบกำหนดคลอด ๑ เดือน
หญิงมีครรภ์ที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักครบชุดมาแล้วเกิน ๓ ปี ให้ฉีดกระตุ้นอีก ๑ ครั้ง ขนาด ๐.๕ มิลลิลิตร
แต่ถ้าเคยฉีดครบชุดมาแล้วไม่เกิน ๓ ปี ไม่ต้องฉีดกระตุ้น
กำหนดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค สำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนใด ๆ มาก่อน
|
ครั้งที่
|
การให้ภูมิคุ้มกันโรค
|
| ๑. (ครั้งแรก) |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก (dT) ครั้งที่ ๑
๒. ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค (BCG) |
| ๒. (ห่างจากครั้งแรก ๑ เดือน) |
ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ |
| ๓. (ห่างจากครั้งแรก ๒ เดือน) |
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก (dT) ครั้งที่ ๒ |
| ๔. (ห่างจากครั้งแรก ๑ ปี) |
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก (dT) กระตุ้น |
| ๕. (อายุประมาณ ๑๑–๑๔ ปี) |
๑. ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (ต่อไปฉีดกระตุ้นทุก ๑๐ ปี)
๒. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้ไทฟอยด์ |
หมายเหตุ
กำหนดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค สำหรับเด็กอายุ ๖ ปีขึ้นไปนั้น ถ้าปรากฏว่าโรคโปลิโอพบมากขึ้นในเด็กโตในอนาคตอาจจะต้องพิจารณาให้วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ (OPV) เพิ่มเติมด้วย
วัคซีนที่อยู่ในตารางกำหนดการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขนี้ ประชาชนสามารถไปรับการฉีดได้ตามสถานีอนามัยและโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขโดยไม่ต้องเสียเงิน ยังมีวัคซีนอีกประเภทหนึ่งซึ่งยังไม่ได้กำหนดในตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เนื่องจากกระทรวงสาธารณะสุขยังไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะให้แก่ประชาชนในปัจจุบันโดยไม่คิดมูลค่า วัคซีนในกลุ่มนี้คือ วัคซีนป้องกัน โรคหัด วัคซีนป้องกันโรค หัด - หัดเยอรมันและคางทูม และวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันวัคซีนป้องกันโรคหัด หรือวัคซีนป้องกันโรคหัด - หัดเยอรมัน และคางทูม ควรฉีดให้แก่เด็กอายุ ๑ ปี ที่ยังไม่เคยออกหัด
วัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน ควรฉีดให้แก่เด็กผู้หญิงอายุ ๑๒ ปี ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนนี้มาก่อน
[กลับหัวข้อหลัก]