หูชั้นในมีอวัยวะทำหน้าที่รับเสียงและควบคุมการทรงตัว การที่หูชั้นในไม่ทำหน้าที่ตามปกติ จึงมักจะมีอาการหูตึง หูหนวก ลมออกหู และเวียนศีรษะควบคู่กันไป อาการอย่างหนึ่งอาจจะเด่นชัดกว่าอาการอีกอย่างหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะส่วนที่เสียไป โรคฃที่พบได้บ่อย คือ
๑. หูตึงในคนสูงอายุหรือหูคนแก่ เกิดเนื่องจากการเสื่อมสภาพของอวัยวะรับเสียงและประสาทหูไปตามอายุ มีอาการหูตึงทั้งสองข้างเท่าๆ กัน การรับฟังเสียงสูงจะเสียมากกว่าการรับฟังเสียงต่ำ บางรายมีลมออกหู ส่วนมากจะไม่เวียนศีรษะ โรคนี้ยังไม่มีทางรักษา ถ้าหูตึงเกิน ๔๐ เดซิเบลจะเริ่มมีปัญหาในการพูดจากัน จึงควรใส่เครื่องช่วยฟัง
๒. หูตึงจากยา ยาบางชนิดมีพิษต่อเซลล์ขนรับเสียงในอวัยวะรูปหอยโข่ง เดิมที่พบคือยาควินินที่ใช้รักษาโรคมาลาเรีย ปัจจุบันพบจากยาปฏิชีวนะหลายอย่าง เช่น สเตร็ปโตไมซิน ไดไฮโดรสเตร็ปโตไมซิน คานาไมซิน นิโอไมซิน และเจนทาไม
ซินฯลฯ การได้รับยาจำนวนน้อย และในระยะเวลาสั้นไม่ทำให้หูตึง จะเกิดหูตึงเมื่อได้ยามากและในเวลานาน ในคนสูงอายุหรือผู้ป่วยโรคไต หากหูตึงแล้วไม่มีทางรักษาแต่ถ้าอยู่ในระยะหูตึงน้อย หากหยุดยา หูจะตึงอยู่ในระดับนั้นไม่เสียมากขึ้น การป้องกันไม่ให้หูตึงจึงสำคัญที่สุด โดยไม่ใช้ยาประเภทนี้ หรือใช้ยาด้วยความฃระมัดระวัง และตรวจสอบการได้ยินระหว่างการให้ยาด้วย
๓. หูตึงจากเสียง เสียงที่ดังมากเกินไปและดังอยู่เป็นเวลานานจะทำลายเซลล์ขนในอวัยวะรูปหอยโข่ง ทำให้หูตึง หูตึงประเภทนี้มีลักษณะพิเศษคือ เป็นหูตึง ณ ความถี่สูงที่ ๔,๐๐๐ เฮิรตซ์ ถ้าได้รับเสียงดังต่อไปนี้นานเป็นปี เช่น เสียงในโรงงาน เสียงเรือหางยาว เสียงสามล้อเครื่อง และเสียงยิงปืน จะทำให้หูตึงเพิ่มมากขึ้น ณ ความถี่ต่างๆ เช่น หูตึงที่ความถี่ ๓,๐๐๐ ๒,๐๐๐ หรือ ๖,๐๐๐ เฮิรตซ์ เป็นต้น อาการร่วมที่พบบ่อย คือ ลมออกหู
หูตึงจากเสียงเป็นโรคที่รักษาไม่หายและพิการตลอดชีวิต การป้องกันจึงดีที่สุด โดยใส่เครื่องป้องกันเสียงครอบหูไว้ถ้าจะต้องทำงานในที่ที่มีเสียงดังมาก
๔. โรคเมนิแอร์ (meniere's disease) (ดูหัวข้อโรคหูจากภูมิแพ้)
๕. หูชั้นในอักเสบ เกิดจากเชื้อบัคเตรี หรือไวรัส มีการทำลายเซลล์ขนในอวัยวะรูปหอยโข่งอย่าง มากมาย เป็นผลให้หูหนวก ไม่มีทางรักษา
๖. เนื้องอกประสาทหู เส้นประสาทสมองที่ ๘ เป็นเส้นประสาทของหูชั้นใน พบเป็นเนื้องอกบ่อยที่สุดในบรรดาประสาทสมองทั้งหมด อาการสำคัญในระยะแรก คือ หูตึง ต่อมามีเวียนศีรษะ เนื้องอกที่โตมากขึ้นจะกดเส้นประสาทสมองเส้นอื่นๆ และเนื้อสมอง ทำให้เกิดอาการอื่นๆ อีกมาก เครื่องมือพิเศษที่ใช้ตรวจมีหลายชนิด โดยเฉพาะเครื่องวัดการได้ยินคอมพิวเตอร์จะสามารถวินิจฉัยได้ในขณะที่ก้อนเนื้องอกยังมีขนาดเล็ก สามารถผ่าตัดเอาออกได้โดยมีอันตรายน้อย
๗. อุบัติเหตุต่อหูชั้นใน เกิดจากการถูกตี รถชน หรือถูกยิง ทำให้กะโหลกศีรษะแตก ซึ่งถ้าแตกร้าว ไปที่หูชั้นใน จะทำลายหูชั้นในทำให้หูหนวกและเวียนศีรษะได้
๘. หูหนวกจากกรรมพันธุ์ ถ่ายทอดมาทางสายเลือด ทำให้เด็กเกิดมาหูหนวก บางครอบครัวที่มีพ่อแม่หูหนวก บุตรทุกๆ คนอาจหูหนวกทั้งหมดก็ได้
[กลับหัวข้อหลัก]