เราได้ความรู้จากนักปราชญ์ชาวกรีก สมัยโบราณ เมื่อประมาณ ๖๐๐ ปีก่อนคริสต์ศักราช ว่าโลกเรามีสัณฐานทรงกลม แต่ก็ยังไม่มีใครคำนวณได้ดี จนถึงเมื่อประมาณ ๒๔๐ ปี ก่อนคริสต์ศักราชนักปราชญ์ชาวกรีกผู้ยิ่งใหญ่ชื่อ เอราโทรเทเนส (Eratosthenes, ประมาณ ๒๗๖ - ๑๙๔ ปี ก่อนคริสต์-ศักราช, ชาวกรีก, นักคณิตศาสตร์) ได้วัดขนาดของโลกว่ามีเส้นรอบวงยาว ๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร
เอราโทสเทเนสได้สังเกตการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ พบว่าดวงอาทิตย์เวลาเที่ยงวันในฤดูร้อน เมื่อวันที่ดวงอาทิตย์อยู่ทางด้านเหนือเส้นศูนย์สูตรท้องฟ้าเหนือที่สุด ได้ส่องแสงตรงลงมาเห็นเงาอยู่ในบ่อๆ หนึ่งที่ไซเอน (Syene) ปัจจุบันนี้เรียกว่า อาส-วาน (Aswan) เขาทราบว่าขณะเดียวกับที่อะเล็ก-ซานเดรีย (Alexandria) ซึ่งอยู่ทางเหนือไซเอนขึ้นไปประมาณ ๘๐๐ กิโลเมตร ดวงอาทิตย์ทำเงาเอียงวัดได้ ๗.๒ องศา หรือประมาณ
๑ ๕๐ ของ ๓๖๐ degree เขาจึงคำนวณได้รอบวงของโลกเป็น ๕๐x๘๐๐ หรือ ๔๐,๐๐๐ กิโลเมตร ขนาดจริงของโลกที่วัดได้ด้วยเครื่องมือเครื่องใช้สมัยใหม่แตกต่างจากที่เอราโทสเท-เนสวันได้ไม่ถึง ๑๖๐ กิโลเมตร
โดยที่โลกมีสัณฐานเป็นทรงกลม และมีขนาด ใหญ่โตมาก จุดใดจุดหนึ่งบนทรงกลมมีลักษณะเหมือนจุดอื่นๆ ไม่มีอะไรแตกต่างกัน ระบบการบอกตำ-แหน่งจุดมาจากเคลาดิอุส โตเลมี (Claudius Ptolemy ประมาณ ค.ศ. ๒๐๐, ชาวกรีก, นักคณิตศาสตร์) โตเลมีอยู่ในอียิปต์ทำงานเกี่ยวกับห้องสมุด และสอนที่โรงเรียนในนครอะเล็กซานเดรีย เป็นผู้ให้ความคิด และให้แบบอย่างไว้ในแผนที่ที่เขาได้รวบรวมทำขึ้นเขาแบ่งผิวโลกโดยใช้ระบบพิกัดทางเรขาคณิต ระบบ พิกัดนี้ก็คือวงขนานละติจูดและวงเมริเดียนลองจิจูดใช้บอกตำแหน่งจุดทั้งบนบกและในทะเล วงขนานละติจูดเป็นวงขนานกับศูนย์สูตรของโลก ส่วนวงขนาน ลองจิจูดเป็นวงซึ่งตั้งได้ฉากกับศูนย์สูตรโลกซึ่งไปรวมกันที่ขั้วโลก
[กลับหัวข้อหลัก]