สนุก! ค้นหาตรวจหวยข่าว อีเมล์ หาเพื่อนคิวคิว ฟังเพลง คลาสสิฟายด์ ริงโทน เล่นเกมส์ ดูทั้งหมด »
 
  เว็บไซต์    สารบัญเว็บไทย    หางาน   วิดีโอ    เพลง    ข่าว     ความรู้    ถามตอบ    ไฟล์ข้อมูล  
 
 
หาแบบละเอียด
ช่วยเหลือ


สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 > เวชศาสตร์ชันสูตร
เวชศาสตร์ชันสูตร  
 

 
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9
 
เวชศาสตร์ชันสูตร โดย นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ และ แพทย์หญิงพิมพันธุ์ เลียงพิบูลย์
          การทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายนั้น มีกลไกต่างๆ สลับซับซ้อนอยู่อย่างมากมาย  มีขบวนการทางชีวเคมีเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเป็นอันมาก เมื่อใดที่เกิดความเจ็บป่วยขึ้น ขบวนการต่างๆ เหล่านั้นจะเปลี่ยนแปลงไปด้วย หรือบางครั้งในทางกลับกัน เนื่องจากมีขบวนการทางชีวเคมีเปลี่ยนแปลงไปก็จะทำให้เกิดอาการของโรคได้
          นอกจากจะมีขบวนการทางชีวเคมีเข้ามามีบทบาททำให้เกิดโรคแล้ว เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมต่างๆ เข้าไปสู่ร่างกาย เช่น เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ สารพิษ ตลอดจนเนื้องอกเนื้อร้ายที่เติบโตขึ้นอย่างขาดการควบคุม ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคได้ ร่างกายย่อมจะมีการตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม เชื้อจุลินทรีย์ หรือต่อมเนื้องอกเนื้อร้ายไปในลักษณะแตกต่างกันออกไป ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาถึงการเปลี่ยนแปลงในลักษณะต่างๆเหล่านี้เอง  เมื่อได้นำมาประมวลกันเข้า  จะทำให้สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้หลายโรค และยังช่วยในการพยากรณ์การดำเนินโรคได้ล่วงหน้าว่า โรคจะหายทุเลา หรือจะดำเนินต่อไปประการใด จะมีความพิการอะไรเหลืออยู่หรือไม่ หรือจะหายโดยสมบูรณ์  นอกจากนี้ยังจะช่วยในการที่จะเลือกใช้ยา หรือเลือกวิธีการรักษาโรคในหลายกรณี ช่วยในการวินิจฉัยแยกโรคในกรณีที่โรคละม้ายคล้ายคลึงกัน ช่วยประเมินผลการรักษา  และช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ การกระทำเช่นนี้มักกระทำในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเรียกว่า ห้องชันสูตรโรควิชาที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์สาขานี้จึงเรียกกันว่า "เวชศาสตร์ชันสูตร"
          การชันสูตรนั้นก็จะจำแนกต่อไปเป็นสาขาต่างๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแพทย์ในโรงพยาบาลระดับต่างๆ  และอุปกรณ์ที่จะอำนวยให้ทำได้โดยทั่วๆไปแล้ว  ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่จะมีห้องชันสูตรที่มีขีดความสามารถในสายต่างๆ ดังนี้คือ
          ๑. การวิเคราะห์สารเคมีในร่างกาย  เช่น การตรวจหาปริมาณน้ำตาลในเลือด การตรวจหาปริมาณคอเลสเทอรอลในเลือด (ไขมัน) การตรวจหาปริมาณกรดยูริกในเลือด และการตรวจหาดุลกรด-ด่างในเลือดเป็นต้น
          ๒. การทดสอบเกี่ยวกับโลหิตวิทยา เช่น การนับหาปริมาณเม็ดเลือดขาว  การตรวจดูการแข็งตัวของเลือด และการตรวจเลือดจาง (ดูปริมาณเฮโมโกลบิน) เป็นต้น
          ๓. การตรวจปัสสาวะ เช่น การตรวจหาไข่ขาวในปัสสาวะ การตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ การตรวจน้ำดี การตรวจดูเซลล์ที่ลอกหลุดออกมาในปัสสาวะโดยกล้องจุลทรรศน์ และการทดสอบสมรรถภาพไต เป็นต้น
          ๔. การตรวจอุจจาระ เช่น การตรวจเพื่อดูไข่พยาธิลำไส้ชนิดต่างๆ การตรวจเชื้อบิด การตรวจดูการตกเลือดในกระเพาะอาหารและลำไส้ เป็นต้น
          ๕. การตรวจเชื้อจุลินทรีย์และตรวจน้ำเหลืองหาภูมิคุ้มกัน เช่น การเจาะเลือดเพาะเชื้อไข้ไทฟอยด์ป้ายคอไปเพาะเชื้อหนอง การตรวจแยกเชื้อไข้หวัดใหญ่การตรวจน้ำเหลืองเพื่อชันสูตรโรคซิฟิลิส การป้ายหนองจากท่อปัสสาวะเพื่อตรวจโรคหนองใน การขูดผืนผิวหนังเพื่อชันสูตรโรคเรื้อน หรือโรคเชื้อรา เป็นต้น
          ๖. การตรวจฮอร์โมน  เช่น การตรวจดูระดับของฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ในเลือด การตรวจดูฮอร์โมนในปัสสาวะเพื่อวินิจฉัยการตั้งครรภ์ เป็นต้น
          ๗. การตรวจสารน้ำต่างๆในร่างกาย เช่น น้ำที่เจาะออกมาจากช่องเยื่อหุ้มปอด น้ำไขสันหลัง เป็นต้น
          ๘. การตรวจสอบสมรรถภาพของตับ ในรายที่เป็นโรคตับแข็ง ตับอักเสบ และมะเร็งของตับ เป็นต้น
          ๙. การตรวจทางเซลล์วิทยา เช่น เมื่อสตรีไปตรวจสุขภาพประจำปีได้รับการตรวจภายใน แพทย์จะป้ายเซลล์ที่ปากมดลูกไปตรวจดูว่า มีเซลล์ผิดปกติที่จะบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่
          ๑๐. การตรวจโครโมโซม เพื่อให้การวินิจฉัยโรคที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม
          ๑๑. การตรวจการเป็นหมัน ตรวจดูทั้งปริมาณและคุณภาพของเชื้ออสุจิ  
          ๑๒. การตรวจทางนิติเวชศาสตร์ เช่น การตรวจความเป็นพ่อ แม่ ลูก การตรวจวิถีกระสุน การตรวจเขม่าดินปืน และการตรวจพิสูจน์หลักฐานการข่มขืนกระทำชำเรา เป็นต้น
          ๑๓. การตรวจทางธนาคารเลือด เช่น การตรวจหาหมู่เลือด การตรวจการเข้ากันได้ของเลือดระหว่างผู้บริจาคและผู้รับ และการตรวจการเข้ากันได้ในการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ เป็นต้น
          ๑๔. การตรวจทางพิษวิทยา เช่น  การตรวจสารพิษต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมของผู้ป่วย เช่น ตะกั่ว โครเมียม แมงกานีส ยาฆ่าแมลง สารพิษในอาหาร โลหะหนักเป็นพิษในสิ่งแวดล้อมของโรงงานและอื่นๆ
          ๑๕. การตรวจเกี่ยวกับอาหาร น้ำ และนมเป็นการตรวจทางสาธารณสุขเพื่อควบคุมคุณภาพของอาหาร น้ำ และนมให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เป็นต้น

          การตรวจต่างๆ ดังกล่าวมาแล้วนี้นั้น ยังอาจมีการตรวจย่อยๆ อื่นๆ อีกที่มิได้นำมากล่าว และเพื่อให้เป็นตัวอย่างจะได้กล่าวถึงการวิเคราะห์สารเคมีในร่างกาย

ห้องชันสูตร


การตรวจอาหารและนม

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

หัวข้อ

การวิเคราะห์สารเคมีในร่างกาย
          งานวิเคราะห์สารเคมีที่อยู่ในสิ่งส่งตรวจ เช่น เซรุ่ม (serum) พลาสมา (plasma) น้ำไขสันหลัง (cerebrospinal fluid) ปัสสาวะ (urine) ฯลฯ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยโรค  และทำนายอาการของโรคนั้น สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ตามผลของการวิเคราะห์  คือ
          ๑. คุณภาพวิเคราะห์ (qualitative  analysis) เป็นการวิเคราะห์โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อต้องการตรวจสอบว่ามีสารชนิดนั้นๆ อยู่ในตัวอย่างที่ส่งตรวจหรือไม่ผลการวิเคราะห์จึงมักรายงานเป็น ผลบวก หรือผลลบแต่บางครั้งอาจมีการจัดลำดับขั้นของผลบวกออกเป็นช่องกว้างๆ ตามปริมาณของสารที่มีอยู่ในสารตัวอย่าง คือ  ๑+  ๒+  ๓+ และ  ๔+
          วิธีวิเคราะห์ให้ได้ผลประเภทนี้มีใช้อยู่ไม่มากนักแต่ก็มีประโยชน์มากในการตรวจสอบเบื้องต้น (screeningtest) จึงเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป เนื่องจากวิธีวิเคราะห์ประเภทนี้มักทำได้ง่าย รวดเร็ว และประหยัด
          ๒. ปริมาณวิเคราะห์ (quantitative analysis) เป็นวิธีที่ใช้กันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการวิเคราะห์สารเคมี โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี เนื่องจากการวิเคราะห์ประเภทนี้ให้ผลเป็นปริมาณของสารนั้นๆ ดังนั้น วิธีวิเคราะห์จึงต้องใช้เครื่องมือเป็นเครื่องช่วยในการวิเคราะห์เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ถูกต้องแม่นยำ
          เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์สารเคมีในร่างกายนั้น มีอยู่มากมายหลายชนิด และมีหลักการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันไป  อย่างไรก็ตาม หลักการตรวจวิเคราะห์ที่ใช้มากก็คือ สเปกโทรโฟโตเมตรีของการดูดกลืนแสง  (absorption spectrophotometry) และสเปกโทรโฟโตเมตรีของการคายคลื่นแสง (emission spectrophotometry)
          สเปกโทรโฟโตเมตรีของการดูดกลืนแสงเป็นการเปรียบเทียบสีที่เกิดขึ้น จากตัวอย่างส่งตรวจกับสีของน้ำยามาตรฐาน    สีที่เปรียบเทียบนี้อาจเป็นสีของตัวอย่างส่งตรวจเอง หรือสีที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาทางเคมีก็ได้ โดยความเข้มของสีที่เกิดขึ้นนั้น  จะเป็นปฏิภาคกับปริมาณของสารนั้นๆที่มีอยู่ในตัวอย่างส่งตรวจ
          การเปรียบเทียบตามความเข้มของสีนั้น อาศัยหลักของการดูดกลืนแสง (absorbtion) ในช่วงคลื่นบางขนาด  อาทิเช่น  การที่เราเห็นสารละลายบางชนิดมีสีน้ำเงินก็เพราะสารละลายนั้นดูดกลืนเอาแสงที่มีความยาวคลื่น ในช่วงของแสงสีเหลือง  ส้ม แดง ไปและยอมให้แสงที่มีสีน้ำเงินลอดผ่านไปได้เราจึงเห็นสารละลายนั้นมีสีน้ำเงิน  ยิ่งสารละลายนั้นดูดกลืนแสงสีเหลืองและแดงไปมากเท่าใด เราก็จะเห็นสารละลายนั้นมีสีน้ำเงินเข้มยิ่งขึ้น ปริมาณการดูดกลืนแสงดังกล่าวนี้จึงขึ้นกับความเข้มของสีที่ปรากฏในสารละลายนั้นๆ  กล่าวคือ ยิ่งมีสารที่มีสีมาก ก็จะดูดกลืนแสงในบางช่วงคลื่นได้มากด้วย
          ดังนั้น เมื่อให้ลำแสงผ่านเข้าไปในสารละลายที่มีสี จำนวนแสงที่ถูกดูดกลืนไปจะแสดงถึงปริมาณของสารที่มีสีในสารละลายนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ลำแสงที่มีความยาวคลื่นแสงในช่วงที่สารมีสีนั้นดูดกลืนได้มากที่สุด
          เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่อาศัยหลักการเปรียบเทียบสีโดยอาศัยการดูดกลืนแสงที่ใช้บ่อยในการวิเคราะห์สารเคมีในร่างกาย คือ โฟโตมิเตอร์ที่ใช้กระจกกรองแสง(filter photometer) สเปกโทรโฟโตมิเตอร์ (spectrophotometer) และฟลูออโรมิเตอร์ (fluorometer)
          นอกจากเครื่องมือที่กล่าวมานี้  ยังมีเครื่องมืออื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สารเคมีในร่างกายอีกมากมายหลายชนิด แต่ละชนิดมีหลักการวิเคราะห์แตกต่างกันมากมายจนไม่อาจกล่าวได้หมด เช่น อะตอมิกแอบซอร์ปชันสเปกโทรโฟโตมิเตอร์ (atomic absorptionspectrophotometer) อินฟราเรดสเปกโทรโฟโตมิเตอร์  (IRspectrophotometer) เนฟีโลมิเตอร์  (nephelometer)  โครมาโตกราฟี (chromatography) อิเล็กโทรโฟรีซีส (electrophoresis) ฯลฯ
[กลับหัวข้อหลัก]
[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]

บรรณานุกรม
• นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ
• แพทย์หญิงพิมพันธุ์ เลียงพิบูลย์

[กลับหัวข้อหลัก]
 

บทความอื่น ๆ ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ  
 
บทความอื่น ของสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มอื่น
การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ไม่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ : การหลั่งน้ำอสุจิออกภายนอกช่องคลอด
การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
การปฏิสนธิและการตั้งครรภ์
ความก้าวหน้าของรังสีวิทยาในปัจจุบัน
ความผิดปกติแต่กำเนิดของอวัยวะสืบพันธุ์
ประจำเดือนผิดปกติ
ประโยชน์ของรังสีเอกซ์ทางการแพทย์
ฟันและเหงือกของเรา
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
รังสีวิทยา
สารานุกรมไทย ฉบับกาญจนาภิเษก
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 2
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 8
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 11
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 21
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 23
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 26
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
   

ผู้สนับสนุน
สนใจลงโฆษณา คลิก!

สนุก!ความรู้ > ห้องสมุดความรู้ > สารานุกรม > สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 9 > เวชศาสตร์ชันสูตร